๔. อิสิทินนเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๔. อิสิทินนเถรคาถา สุภาษิตชี้โทษของกาม
|๒๙๑.๑๘๗| ๔ ทิฏฺฐา มยา ธมฺมธรา อุปาสกา กามา อนิจฺจา อิติ ภาสมานา สา รตฺตรตฺตา มณิกุณฺฑเลสุ ปุตฺเตสุ ทาเรสุ จ เต อเปกฺขา ฯ |๒๙๑.๑๘๘| อทฺธาน ชานนฺติ ยโต จ ธมฺมํ กามา อนิจฺจา อิติ จาปิ อาหุ ราคญฺจ เตสํ น พลตฺถิ เฉตฺตุํ ตสฺมา สิตา ปุตฺตทารํ ธนญฺจาติ ฯ อิสิทินฺโน เถโร ฯ
อุบาสกทั้งหลายผู้ทรงธรรมกล่าวว่า กามทั้งหลายไม่เที่ยง เราได้เห็นแล้ว อุบาสกเหล่านั้นเป็นผู้กำหนัด รักใคร่ห่วงใยในแก้วมณี บุตรธิดา และ ภรรยา เราได้เห็นแล้ว เพราะอุบาสกเหล่านั้น ไม่รู้ธรรมในพระพุทธ ศาสนานี้แน่แท้ แม้ถึงอย่างนั้นก็ได้กล่าวว่า กามทั้งหลายไม่เที่ยง แต่ กำลังญาณเพื่อจะตัดราคะของอุบาสกเหล่านั้น ไม่มี เพราะฉะนั้น อุบาสก เหล่านั้นจึงติดอยู่ในบุตรภรรยาและในทรัพย์.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๒. ทุกนิบาต] ๔. จตุตถวรรค ๕. สัมพุลกัจจานเถรคาถา ๔. อิสิทินนเถรคาถา ภาษิตของเทวดาเตือนพระอิสิทินนเถระ (เทวดาผู้หวังประโยชน์เกื้อกูล เมื่อจะเตือนพระอิสิทินนเถระ จึงได้กล่าว ๒ คาถาไว้ดังนี้ว่า)
เรา(เทวดา) เห็นอุบาสกทั้งหลายผู้ทรงธรรม กล่าวอยู่ว่า กามทั้งหลายไม่เที่ยง แต่อุบาสกเหล่านั้น เป็นผู้กำหนัดอย่างแรงกล้า ห่วงใยในแก้วมณี ต่างหู บุตรธิดาและภรรยา
เพราะเหตุที่อุบาสกเหล่านั้น ไม่รู้ธรรมในพระศาสนานี้เป็นแน่ ถึงอย่างนั้น ก็ยังกล่าวว่า กามทั้งหลายไม่เที่ยง แต่พวกเขาไม่มีกำลังปัญญาที่จะตัดราคะได้ ฉะนั้น พวกเขาจึงติดบุตรธิดา ภรรยาและทรัพย์ พระอิสิทินนเถระ(ฟังคำนั้นแล้วก็เกิดความสังเวช ไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหัต)
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอิสิทินนเถรคาถา
คาถาของท่านพระอิสิทินนเถระ เริ่มต้นว่า ทิฏฺฐา มยา.
เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?
แม้พระเถระนี้ก็เป็นผู้มีอธิการอันกระทำแล้วในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ ทั้งหลาย กระทำบุญไว้ในภพนั้นๆ เกิดในเรือนแห่งตระกูล ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี บรรลุความเป็นผู้รู้แล้ว ถือพัดโบกบูชาโพธิพฤกษ์.
ด้วยบุญกรรมนั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เกิดในตระกูลเศรษฐี ในสุนาปรันตชนบท ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้มีนามว่าอิสิทินนะ เจริญวัยแล้ว เห็นปาฏิหาริย์ในคราวที่พระศาสดาทรงรับไม้จันทน์และระเบียบดอกไม้ มีใจเลื่อมใส เข้าไปเฝ้าพระศาสดา ฟังธรรมแล้วเป็นพระโสดาบันอยู่ครองเรือน.
เทวดาผู้มุ่งประโยชน์ต่ออิสิทินนเศรษฐี เมื่อจะเตือนเขาได้กล่าวคาถา ๒ คาถาความว่า
อุบาสกทั้งหลายผู้ทรงธรรมกล่าวว่า กามทั้งหลายไม่เที่ยง
เราได้เห็นแล้ว อุบาสกเหล่านั้นเป็นผู้กำหนัด รักใคร่
ห่วงใยในแก้วมณี บุตรธิดาและภรรยา เราได้เห็นแล้ว
เพราะอุบาสกเหล่านั้นไม่รู้ธรรมในพระพุทธศาสนานี้
แน่แท้ แม้ถึงอย่างนั้นก็ได้กล่าวว่า กามทั้งหลายไม่เที่ยง
แต่กำลังญาณเพื่อจะตัดราคะของอุบาสกเหล่านั้น ไม่มี
เพราะฉะนั้นอุบาสกเหล่านั้น จึงติดอยู่ในบุตร ภรรยา
และในทรัพย์ ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทิฏฺฐา มยา ธมฺมธรา อุปาสกา กามา อนิจฺจา ความว่า อุบาสกทั้งหลายผู้ทรงปริยัติธรรมบางคนในโลกนี้ เราเห็นแล้ว คือเพราะเหตุที่เขาเป็นผู้ทรงพระปริยัติธรรมนั่นแล เมื่อกล่าวธรรมอันปฏิสังยุตด้วยโทษในกามทั้งหลายว่า ขึ้นชื่อว่ากามเหล่านี้ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดาดังนี้ แต่ตัวเองกลับกำหนัดแล้ว กำหนัดนักแล้ว ในแก้วมณีและแก้วกุณฑลทั้งหลาย มีความห่วงใยในบุตรและภรรยาทั้งหลาย ได้แก่เป็นผู้มีความกำหนัดแล้ว คือเป็นผู้มากไปด้วยความกำหนัดยินดีในแก้วมณีและแก้วกุณฑลทั้งหลาย หรือในแก้วมณีและแก้วกุณฑลอันตนสั่งสมไว้แล้ว มีความเสน่หาอย่างท้วมท้นในบุตรธิดาและในภรรยาทั้งหลาย.
อธิบายว่า คนที่พูดอย่างหนึ่ง ทำอย่างหนึ่ง เราเห็นแล้ว.
บทว่า ยโต ความว่า เพราะเหตุที่อุบาสกเหล่านั้นยังมีความกำหนัดยินดีในแก้วมณีและแก้วกุณฑลทั้งหลาย มีความห่วงใยในบุตรและภรรยาทั้งหลายฉะนั้น อุบาสกเหล่านั้นย่อมชื่อว่าไม่รู้จริงซึ่งธรรมในพระพุทธศาสนานี้ตามความเป็นจริง อย่างแน่แท้คือโดยส่วนเดียว.
อธิบายว่า ก็อุบาสกทั้งหลายผู้เป็นแล้วอย่างนี้ แม้ถึงจะได้กล่าวว่า กามทั้งหลายเป็นของไม่เที่ยง ก็ (เพราะ) เป็นปกติวิสัยของสัตว์ (เพราะ) กามทั้งหลายมีความงดงามเป็นสภาพ.
บทว่า ราคญฺจ เตสํ น พลตฺถิ เฉตฺตุํ ความว่า เพราะเหตุที่กำลังแห่งญาณ เพื่อจะตัดคือเพื่อจะเข้าไปถอนขึ้นซึ่งราคะเช่นนั้นของอุบาสกเหล่านั้นไม่มี ฉะนั้นคือด้วยเหตุนั้น อุบาสกเหล่านั้นจึงติดคือเนื่องอยู่แล้วด้วยอำนาจแห่งตัณหา ได้แก่ติดแน่น ไม่สามารถจะสละลูกเมียและทรัพย์สมบัติได้ เพราะเหตุนั้น เทวดาจึงกล่าวคาถา ๒ คาถานี้ทั้งหมดหมายถึง (อิสิทินนะ) อุบาสกนั้นแล (แต่) เอาคนอื่นมาอ้าง.
อุบาสกฟังคำเป็นคาถานั้นแล้ว เกิดความสลดใจ บวชแล้วบรรลุพระอรหัต ต่อกาลไม่นานนัก.
สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า
เราเป็นผู้มีใจโสมนัส จับพัดวีชนี พัดไม้โพธิอันอุดมที่ไม้โพธิของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ซึ่งเป็นไม้สูงสุดในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ ราได้พัดไม้โพธิอันอุดม ด้วยการพัดไม้โพธินั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการพัดไม้โพธิ. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
____________________________
ขุ. อ. เล่ม ๓๓/ข้อ ๖๔
ก็พระเถระบรรลุพระอรหัตแล้ว เมื่อจะพยากรณ์พระอรหัตผล ก็ได้กล่าวคาถาเหล่านี้แหละฉะนี้แล.
จบอรรถกถาอิสิทินนเถรคาถา -----------------------------------------------------