๑๒. จันทาเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๒. จันทาเถรีคาถา สุภาษิตแสดงผลการเชื่อฟังคำสอน
|๔๕๐.๑๒๒| ๑๒ ทุคฺคตาหํ ปุเร อาสึ วิธวา จ อปุตฺติกา วินา มิตฺเตหิ ญาตีหิ ภตฺตโจลสฺส นาธิคํ ฯ |๔๕๐.๑๒๓| ปตฺตํ ทณฺฑํ จ คณฺหิตฺวา ภิกฺขมานา กุลา กุลํ สีตุเณฺหน จ ฑยฺหนฺตี สตฺต วสฺสานิ จาริหํ ฯ |๔๕๐.๑๒๔| ภิกฺขุนึ ปุน ทิสฺวาน อนฺนปานสฺส ลาภินึ อุปสงฺกมฺม อโวจํ ปพฺพชึ อนคาริยํ ฯ |๔๕๐.๑๒๕| สา จ มํ อนุกมฺปาย ปพฺพาเชสิ ปฏาจารา ตโต มํ โอวทิตฺวาน ปรมตฺเถ นิโยชยิ ฯ |๔๕๐.๑๒๖| ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา อกาสึ อนุสาสนึ อโมโฆ อยฺยาย โอวาโท เตวิชฺชมฺหิ อนาสวา ฯ จนฺทา ฯ ปญฺจกนิปาโต สมตฺโต ฯ -------------
เมื่อก่อนเราเป็นคนเข็ญใจ เป็นหญิงหม้ายไม่มีบุตร ปราศจากญาติ และมิตร ไม่ได้ประสบความบริบูรณ์ด้วยอาหารและผ้านุ่งห่ม เราถือ ภาชนะดินและไม้เท้าเที่ยวไปขอทานตามสกุลน้อยใหญ่ ถูกความหนาว ร้อนเบียดเบียนอยู่ตลอด ๗ ปี ต่อมาภายหลัง เราได้พบพระปฏาจารา ภิกษุณี ผู้ได้ข้าวและน้ำเป็นปกติ จึงเข้าไปหาท่านแล้วขอบรรพชาอยู่ใน สำนักท่าน ท่านให้เราบวชด้วยความอนุเคราะห์ ต่อมาท่านกล่าวสอน เรา แนะนำเราให้ประกอบในปฏิปทาอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เราฟัง คำของท่านแล้ว ได้ทำตามท่านสอน โอวาทของท่านไม่เป็นโมฆะ เพราะ เราได้บรรลุวิชชา ๓ เป็นผู้ไม่มีอาสวะ. จบ ปัญจกนิบาต.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๒. จันทาเถรีคาถา ภาษิตของพระจันทาเถรี พระจันทาเถรี(ได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
เมื่อก่อน เราเป็นคนเข็ญใจ และเป็นหญิงหม้ายไม่มีบุตร ปราศจากญาติมิตร ไม่ได้ความบริบูรณ์ด้วยอาหารและผ้า
ถือภาชนะและไม้เท้า เที่ยวขอทานจากตระกูลหนึ่งไปยังตระกูลหนึ่ง ถูกความหนาวและความร้อนเบียดเบียน เที่ยวขอทานอยู่ถึง ๗ ปี
ต่อมาภายหลัง ได้พบปฏาจาราภิกษุณีผู้ได้ข้าวและน้ำอยู่เป็น ประจำ จึงเข้าไปขอบวชเป็นบรรพชิต
และพระปฏาจาราภิกษุณีนั้นก็ได้กรุณาบวชให้เรา ต่อมาท่านก็สั่งสอนเราให้ประกอบในประโยชน์อย่างยิ่ง
เราฟังคำของท่านแล้วได้ทำตามคำสอน โอวาทของพระแม่เจ้าไม่เป็นโมฆะ เราได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะ ปัญจกนิบาต จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๗๕}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๒. อรรถกถาจันทาเถรีคาถา
คาถาว่า ทุคฺคตาหํ ปุเร อาสึ เป็นต้นเป็นคาถาของพระจันทาเถรี.
พระเถรีแม้รูปนี้บำเพ็ญบารมีมาในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ สร้างสมกุศลอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานมาในภพนั้นๆ รวบรวมธรรมเครื่องปรุงแต่งวิโมกข์มาโดยลำดับ มีญาณแก่กล้าแล้ว ในพุทธุปบาทกาลนี้ก็ถือปฏิสนธิในเรือนพราหมณ์ผู้ไม่ปรากฏชื่อ ในหมู่บ้านพราหมณ์ตำบลหนึ่ง นับแต่นางบังเกิด ครอบครัวนั้นก็เสื่อมโภคะลงเรื่อยมา. นางรู้เดียงสาตามลำดับ มีชีวิตอยู่อย่างลำเค็ญ.
ครั้งนั้น เกิดอหิวาตกโรคขึ้นในเรือนหลังหนึ่ง ด้วยโรคนั้น ญาติของนางทั้งหมดก็พากันล้มตายไป เมื่อสิ้นญาติ นางก็ไม่อาจมีชีวิตอยู่ในที่อื่น ต้องถือกะลาขอทาน ดำรงชีวิตอยู่ด้วยอาหาร คือภิกษาที่นางตระเวนไปทุกครอบครัวแล้วได้มา ได้ไปยังสถานที่แจกข้าวของพระปฏาจาราเถรี.
ภิกษุณีทั้งหลายเห็นนางต้องทุกข์ ถูกทุกข์ครอบงำ ก็เกิดกรุณา ให้นางเอิบอิ่ม ด้วยอาจาระที่น่าจับใจ ด้วยอาหารที่มีอยู่ในที่นั้น. นางเลื่อมใสในอาจาระและศีลของภิกษุณีเหล่านั้น เข้าไปหาพระเถรี ไหว้แล้วนั่ง ณ ที่สมควรส่วนหนึ่ง. พระเถรีก็แสดงธรรมแก่นาง. นางฟังธรรมนั้นแล้วก็ยิ่งเลื่อมใสในคำสอนและเกิดความสังเวชใจในสังสารวัฏจึงบวช.
ครั้นบวชแล้วก็อยู่ในโอวาทของพระเถรี เริ่มตั้งวิปัสสนา ประกอบภาวนาเนืองๆ เพราะเป็นผู้บำเพ็ญบารมีไว้ และเพราะญาณแก่กล้า ไม่นานนักก็บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา ๔ พิจารณาการปฏิบัติของตน จึงได้กล่าวคาถาเหล่านี้เป็นอุทานว่า :-
แต่ก่อน ข้าพเจ้าเป็นคนเข็ญใจ เป็นหม้ายไร้บุตร
ปราศจากญาติมิตร ไม่ได้ความบริบูรณ์แห่งอาหารและผ้า
ถือภาชนะและท่อนไม่เที่ยวขอทาน จากครอบครัวหนึ่งไป
สู่ครอบครัวหนึ่ง ถูกความหนาวความร้อนเบียดเบียน เที่ยว
ขอทานอยู่ถึง ๗ ปี.
ต่อมาภายหลัง ข้าพเจ้าได้พบพระปฏาจาราเถรี
ภิกษุณีผู้ได้ข้าวน้ำอยู่เป็นปกติ จึงเข้าไปบอก ขอบรรพชา
ไม่มีเรือน.
ท่านพระปฏาจาราเถรีนั้นกรุณาข้าพเจ้า ให้ข้าพเจ้า
ได้บรรพชา ต่อนั้นก็สั่งสอนข้าพเจ้า ประกอบข้าพเจ้าไว้
ในประโยชน์อย่างยิ่ง.
ข้าพเจ้าฟังคำของท่านแล้ว ได้กระทำตามที่ท่าน
สอน โอวาทของพระแม่เจ้าไม่เป็นโมฆะ เปล่าประโยชน์
ข้าพเจ้ามีวิชชา ๓ ไม่มีอาสวะ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทุคฺคตา ได้แก่ ยากจน.
บทว่า ปุเร ได้แก่ ก่อนแต่บวช.
จริงอยู่ เวลาบวชแล้ว นับตั้งแต่นั้นมา บุคคลในพระศาสนานี้ ใครๆ ไม่ควรพูดว่าเป็นคนมั่งมีหรือยากจน แต่พระเถรีนี้มั่งมีด้วยคุณทั้งหลาย ด้วยเหตุนั้น พระเถรีจึงว่า ทุคฺคตาหํ ปุเร อาสึ.
ในบทว่า วิธวา สามีเขาเรียกว่า ธว ชื่อว่า วิธวา เพราะไม่มีสามีนั้น.
อธิบายว่า สามีตาย [หม้าย].
บทว่า อปุตฺติกา ได้แก่ เว้นจากบุตร.
บทว่า วินา มิตฺเตหิ ญาตีหิ ได้แก่ เสื่อมคือปราศจากมิตรและพวกพ้อง.
บทว่า ภตฺตโจฬสฺส นาธิคํ ความว่า ไม่พบความบริบูรณ์แห่งอาหารและผ้า.
อธิบายว่า ข้าพเจ้าไม่ได้เพียงอาหารและเครื่องปกปิด [ผ้า] คือก้อนข้าว และชิ้นผ้าเก่าๆ อย่างเดียวเท่านั้น.
ด้วยเหตุนั้น พระเถรีจึงกล่าวว่า ปตฺตํ ทณฺฑญฺจ คณฺหิตฺวา เป็นต้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปตฺตํ ได้แก่ ภาชนะดิน.
บทว่า ทณฺฑํ ได้แก่ ท่อนไม้ใช้กันโคและสุนัขเป็นต้น.
บทว่า กุลา กุลํ ได้แก่ จากสกุลไปสู่สกุล.
บทว่า สีตุณฺเหน จ ฑยฺหนฺติ ได้แก่ ถูกความหนาวและความร้อนเบียดเบียน เพราะไม่มีเรือนที่อยู่.
ด้วยบทว่า ภิกฺขุนึ พระเถรีกล่าวหมายถึงพระปฏาจาราเถรี.
บทว่า ปุน ได้แก่ ภายหลัง คือต่อมาอีก ๗ ปี.
บทว่า ปรมตฺเถ ได้แก่ ประโยชน์อย่างยิ่งคือสูงสุด ได้แก่ปฏิปทาที่ให้ถึงพระนิพพาน และพระนิพพาน.
บทว่า นิโยชยิ ได้แก่ บอกกรรมฐาน ประกอบข้าพเจ้าไว้.
คำที่เหลือมีนัยอันกล่าวแล้ว.
จบอรรถกถาจันทาเถรีคาถาที่ ๑๒ จบอรรถกถาปัญจกนิบาต -----------------------------------------------------