๑๓. สุณิสาวิมาน ที่ ๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๓. สุณิสาวิมานที่ ๑ ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในสุณิสาวิมานที่ ๑
|๑๓.๑๑๑| อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา โอสธี วิย ตารกา |๑๓.๑๑๒| เกน เตตาทิโส วณฺโณ เกน เต อิธมิชฺฌติ อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา |๑๓.๑๑๓| ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๑๓.๑๑๔| สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๑๓.๑๑๕| อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา สุณิสา อโหสึ สสุรสฺส ฆเร |๑๓.๑๑๖| อทฺทสํ วิรชํ ภิกฺขุํ วิปฺปสนฺนมนาวิลํ ตสฺส อทาสิหํ ปูวํ ปสนฺนา สเกหิ ปาณิหิ ภาคฑฺฒภาคํ ทตฺวาน โมทามิ นนฺทเน วเน |๑๓.๑๑๗| เตน เมตาทิโส วณฺโณ เตน เม อิธมิชฺฌติ อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา |๑๓.๑๑๘| เตนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาวา วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ สุณิสาวิมานํ เตรสมํ ฯ
พระมหาโมคคัลลานะถามว่า ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีวรรณงาม มีรัศมีสว่างไสวฉายแสงไปทั่วทุกทิศ เหมือนกับดาวประกายพฤกษ์ เพราะทำบุญอะไรไว้ ท่านจึงมีผิวพรรณ งามถึงอย่างนี้ เพราะทำบุญอะไรไว้ อิฐผลจึงสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้ และโภคทรัพย์อันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง จึงเกิดขึ้นแก่ท่าน ดูกร นางเทพธิดาผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ อาตมาขอถามท่าน ครั้งท่านยังเป็น มนุษย์อยู่ ได้ทำบุญสิ่งใดไว้ ท่านจึงมีอานุภาพอันรุ่งเรืองถึงอย่างนี้ อนึ่ง รัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะทำบุญอะไรไว้? นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานะซักถามแล้วมีใจยินดีได้พยากรณ์ ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามว่า ครั้นดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ได้เป็นบุตรสะใภ้อยู่ในตระกูล แห่งพ่อผัว ได้เห็นภิกษุผู้ปราศจากกิเลสธุลีมีอินทรีย์ผ่องใส ไม่ขุ่นมัว ดิฉันเลื่อมใสได้ถวายขนมแก่ภิกษุรูปนั้นด้วยมือทั้งสองของตน ครั้น ถวายส่วนขนมกึ่งส่วนแล้ว ดิฉันจึงมาบันเทิงใจอยู่ในสวนนันทวันที่ ท่านเห็นอยู่นี้ ด้วยการทำบุญเช่นนั้น ดิฉันจึงมีผิวพรรณเช่นนี้ ด้วยการ ทำบุญเช่นนั้น อิฐผลจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ อนึ่ง เพราะบุญนั้น โภคทรัพย์อันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง จึงเกิดแก่ดิฉัน เพราะบุญ นั้น ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของดิฉันจึงสว่างไสว ไปทั่วทุกทิศ. จบ สุณิสาวิมานที่ ๑๓.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๑. ปีฐวรรค ๑๓. ปฐมสุณิสาวิมาน ๑๓. ปฐมสุณิสาวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงสะใภ้ เรื่องที่ ๑ (พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)
เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอยู่ ดุจดาวประกายพรึก
เพราะบุญอะไรผิวพรรณเธอจึงงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่เธอในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่เธอ
เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามว่า เมื่อเธอเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรเธอจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมตามที่พระเถระถามว่า
เมื่อดิฉันเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ เป็นสะใภ้(อยู่)ในเรือนพ่อผัว
ได้เห็นภิกษุผู้ปราศจากกิเลสประดุจธุลี มีใจผ่องใส ไม่มัวหมอง เลื่อมใสแล้ว ได้ถวายขนมแด่ท่านด้วยมือทั้งสองของตน ครั้นแบ่งขนมครึ่งหนึ่งถวายแล้ว ดิฉันจึงมาบันเทิงใจอยู่ในสวนนันทวัน
เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่ดิฉัน @เชิงอรรถ : @ สวนดอกไม้ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๑. ปีฐวรรค ๑๔. ทุติยสุณิสาวิมาน
ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดิฉันขอกราบเรียนว่า เพราะบุญที่ได้ทำไว้สมัยเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ปฐมสุณิสาวิมานที่ ๑๓ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปฐมสุณิสาวิมาน
ปฐมสุณิสาวิมาน มีคาถาว่า อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน เป็นต้น.
ปฐมสุณิสาวิมานนั้น เกิดขึ้นอย่างไร?
สะใภ้ของครอบครัวผู้หนึ่ง ในเรือนหลังหนึ่ง ในกรุงสาวัตถี เห็นพระเถระขีณาสพเข้ามาบิณฑบาตยังเรือน ก็เกิดปีติโสมนัสว่า นี้บุญเขตอันยอดเยี่ยมมาปรากฏแก่เราแล้ว จึงแบ่งขนมส่วนหนึ่งซึ่งตนได้มาแล้ว น้อมเข้าไปถวายพระเถระด้วยอาการเอื้อเฟื้อ.
พระเถระรับขนมนั้นอนุโมทนาแล้วก็ไป.
ต่อมา สะใภ้ผู้นั้นก็ตายไปบังเกิดในภพดาวดึงส์.
คำที่เหลือทั้งหมดก็เช่นเดียวกับที่กล่าวมาแล้วในหนหลังนั่นแล.
ด้วยเหตุนั้น พระธรรมสังคาหกาจารย์จึงกล่าวว่า
ท่านพระโมคคัลลานะถามว่า
ดูก่อนเทวดา ท่านมีวรรณะงาม ส่องสว่างไปทุกทิศ ประหนึ่งดาวประกายพรึก เพราะบุญอะไร วรรณะของท่านจึงเป็นเช่นนี้ เพราะบุญอะไร ผลนี้จึงสำเร็จแก่ท่าน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ท่าน.
ดูก่อนเทพีผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ท่านได้ทำบุญอะไร เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
เทวดาองค์นั้นดีใจ ถูกท่านพระโมคคัลลานะถามแล้ว ก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ จึงกล่าวตอบว่า
ครั้งเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ดีฉันเป็น
สะใภ้ในเรือนพ่อผัว. ดีฉันเห็นพระภิกษุผู้ปราศจาก
กิเลสดุจธุลี ผ่องใสไม่หม่นหมองก็เลื่อมใส จึงได้ถวาย
ขนมแก่ท่านด้วยมือตนเอง ครั้นถวายขนมครึ่งหนึ่ง
แล้ว ก็บันเทิงอยู่ในสวนนันทนวัน.
เพราะบุญนั้น วรรณะของดีฉันจึงเป็นเช่นนี้
เพราะบุญนั้น ผลนี้จึงสำเร็จแก่ดีฉัน และโภคะทุก
อย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ดีฉัน. เพราะบุญนั้น ดีฉันจึง
มีอานุภาพมากอย่างนี้ และวรรณะของดีฉันจึงสว่าง
ไสวไปทุกทิศ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุณิสา ได้แก่ ภริยาของบุตร.
จริงอยู่ บิดาของสามีแห่งหญิง เรียกกันว่าสัสสุระ พ่อผัว. ส่วนหญิง [ภริยาของบุตร] ของบิดาสามีนั้น เรียกกันว่าสุณิสา สะใภ้ เพราะเหตุนั้น เทวดาหมายถึงบิดาของสามีนั้น จึงกล่าวว่าได้เป็นสะใภ้ในเรือนของพ่อผัว.
บทว่า ภาคฑฺฒภาคํ ความว่า ได้ถวายขนมครึ่งหนึ่งจากส่วนที่ตนได้มา.
ด้วยบทว่า โมทามิ นนฺทเน วเน เทวดากล่าวเพราะพระเถระพบตนในสวนนันทนวัน.
คำที่เหลือมีนัยที่กล่าวมาแล้วทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาปฐมสุณิสาวิมาน -----------------------------------------------------