๕. รมนียวิหารีเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๕. รมนียวิหารีเถรคาถา สุภาษิตเกี่ยวกับความพลาดพลั้ง
|๑๘๒.๔๕| ๕ ยถาปิ ภทฺโท อาชญฺโญ ขลิตฺวา ปฏิติฏฺฐติ เอวํ ทสฺสนสมฺปนฺนํ สมฺมาสมฺพุทฺธสาวกนฺติ ฯ รมณียวิหารี เถโร ฯ
โคอาชาไนยผู้สมบูรณ์พลาดล้มแล้ว ย่อมกลับลุกขึ้นตั้งตัวได้ ฉันใด ท่านทั้งหลายจงจำเราไว้ว่า เป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้สมบูรณ์ด้วยทัสสนะ ฉันนั้นเถิด.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. รมณียวิหารีเถรคาถา ภาษิตของพระรมณียวิหารีเถระ ทราบว่า ท่านพระรมณียวิหารีเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
ขอท่านทั้งหลายจงจำข้าพเจ้าว่า เป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ชื่อว่าสมบูรณ์ด้วยทัศนะ เพราะพลั้งพลาดแล้วสามารถตั้งตนได้ เหมือนโคอาชาไนยเจริญเต็มที่ พลาดล้มแล้วลุกขึ้นยืนใหม่ได้ ฉะนั้น @เชิงอรรถ : @ ความเห็นชอบ (ขุ.เถร.อ. ๑/๔๕/๑๘๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๑๙}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถารมณียวิหารีเถรคาถา
คาถาของท่านพระรมณียวิหารีเถระ เริ่มต้นว่า ยถาปิ ภทฺโท อาชญฺโญ.
เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?
แม้พระเถระนั้นก็เป็นผู้มีอธิการอันกระทำไว้แล้วในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญไว้เป็นอันมากในภพนั้นๆ ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี แล้วมีจิตเลื่อมใส ถวายบังคมด้วยเบญจางคประดิษฐ์ แล้วทำการบูชาด้วยดอกหงอนไก่ ด้วยบุญกรรมนั้นเขาเกิดในเทวโลกแล้วกระทำบุญ ท่องเที่ยวไปๆ มาๆ อยู่ในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายเกิดเป็นบุตรของเศรษฐีคนใดคนหนึ่ง ในกรุงราชคฤห์ ในพุทธุปบาทกาลนี้ ถึงความหมกมุ่นในกามคุณ เพราะความเมาในความเป็นหนุ่มอยู่.
วันหนึ่ง เขาเห็นบุรุษคนหนึ่งเป็นชู้กับเมียเขา ถูกลงโทษมีอย่างต่างๆ เกิดความสลดใจ ฟังธรรมในสำนักของพระศาสดาแล้วบวช ถึงจะบวชแล้ว เพราะความเป็นคนมีราคจริต จึงปัดกวาดบริเวณจนสะอาด ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ไว้อย่างดี ตกแต่งเตียงตั่งอย่างเรียบร้อย. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงมีนามปรากฏว่า "รมณียวิหารี".
เพราะเป็นผู้หนาแน่นด้วยราคะ ท่านจึงทำกิจโดยไม่แยบยล ต้องอาบัติในเพราะตั้งใจทำน้ำสุกกะให้เคลื่อนแล้ว มีวิปฏิสารว่า น่าตำหนิตัวเราจริงหนอ เราเป็นอย่างนี้ พึงบริโภคอาหารที่เขาถวายด้วยศรัทธา (ได้อย่างไร) เดินไปโดยคิดว่าจักสึก นั่งพักที่โคนไม้ในระหว่างทาง. ก็เมื่อหมู่เกวียนเดินผ่านทางนั้นไป โคที่เขาเทียมเกวียนตัวหนึ่งเหน็ดเหนื่อย ลื่นตกไปในทางที่ไม่สม่ำเสมอ เจ้าของเกวียนจึงปลดมันออกจากแอก ให้หญ้าให้น้ำ พอหายเหนื่อยแล้วก็เทียมมันเข้าที่แอกอีก เดินทางต่อไป.
พระเถระเห็นดังนั้นก็คิดว่า โคตัวนี้แม้พลาดไปแล้วหนหนึ่ง ยังลุกขึ้นนำธุระของตนไปได้ฉันใด แม้เราก็ฉันนั้น แม้จะพลั้งพลาดไปบ้างครั้งหนึ่งด้วยอำนาจกิเลส ก็ควรจะลุกขึ้นบำเพ็ญสมณธรรม ดังนี้แล้วเกิดโยนิโสมนสิการ กลับไปแจ้งข่าวความเป็นไปของตนแก่พระอุบาลีเถระ ออกจากอาบัติโดยวิธีที่กล่าวแล้วนั้น กระทำศีลให้บริสุทธิ์ดุจเดิม เจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตต่อกาลไม่นานนัก. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า
เราได้เห็นรอยพระบาทอันประดับด้วยจักรและเครื่องอลังการที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี ผู้แสวงหาคุณใหญ่ ทรงเหยียบไว้ จึงเดินตามรอยพระบาทไป เราได้เห็นต้นหงอนไก่มีดอกบานจึงเก็บเอามาบูชาพร้อมทั้งราก เราร่าเริงมีจิตโสมนัส ได้ไหว้รอยพระบาทอันอุดม ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้บูชารอยพระพุทธบาทด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา.
ในกัปที่ ๕๗ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่าวีตมละ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เราทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
ก็พระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้วเสวยวิมุตติสุข ได้กล่าวคาถาอันแสดงถึงการบรรลุอริยธรรม พร้อมกับข้อปฏิบัติเบื้องต้นของตนว่า
โคอาชาไนยตัวสมบูรณ์ พลาดล้มแล้วย่อมกลับลุกขึ้น
ตั้งตัวได้ฉันใด ท่านทั้งหลายจงทรงจำเราไว้ว่า เป็น
สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้สมบูรณ์ด้วยทัสสนะ
นั้นเถิด ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ขลิตฺวา แปลว่า พลาดแล้ว.
บทว่า ปฏิติฏฺฐติ แปลว่า กลับลุกขึ้นตั้งหลักได้ คือกลับยืนอยู่ในที่เดิมได้อีก.
บทว่า เอวํ ความว่า โคอาชาไนยตัวเจริญนำภาระไปถึงแหล่งที่มีอันตราย ลื่นล้มลงไปครั้งหนึ่ง เพราะเหตุที่ไม่เสมอกัน ไม่ทอดทิ้งธุระด้วยเหตุนั้น แม้ถึงจะพลาดไปก็กลับลุกขึ้นตั้งตัวได้ เพราะสมบูรณ์ด้วยกำลัง ความปราดเปรียวและความพยายามยืนหยัดอยู่ได้โดยสภาพของตนนั่นแลแล้วนำภาระไปได้ฉันใด
ภิกษุผู้ประสบความลำบากเพราะกิเลสก็ฉันนั้น.
ท่านทั้งหลายจงทรงจำข้าพเจ้าผู้ชื่อว่าสมบูรณ์ด้วยทัสสนะ เพราะถึงจะพลาดพลั้งไป เพราะความผิดพลาดจากการกระทำ ก็ยังทำความพลาดพลั้งนั้น ให้กลับบริสุทธิ์ดุจเดิม เพราะสมบูรณ์ด้วยกำลังและความเพียร โดยมีความเห็นชอบในมรรค.
เพราะเหตุนั้นแล จึงชื่อว่าเป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะเกิดแล้วโดยอริยชาติในภพสุดท้าย ชื่อว่าเป็นบุตรผู้เกิดแต่พระอุระ เพราะความเป็นผู้มีอภิชาติอันความพยายามให้เกิดแล้วที่พระอุระของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น และชื่อว่าเป็นอาชาไนย เพราะมีหน้าที่คล้ายกับโคอาชาไนยตัวเจริญ.
จบอรรถกถารมณียวิหารีเถรคาถา -----------------------------------------------------