อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๐๐

๓. ปักขเถรคาถา

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๐๐1 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๓. ปักขเถรคาถา สุภาษิตเกี่ยวกับสังสารวัฏ

ข้อ ๒๐๐

|๒๐๐.๖๓| ๓ จุตา ปตนฺติ ปติตา คิทฺธา จ ปุนราคตา กตกิจฺจํ รตรมฺมํ สุเขนนฺวาคตํ สุขนฺติ ฯ ปกฺโข เถโร ฯ

เหยี่ยวทั้งหลายย่อมโฉบลง ชิ้นเนื้อหลุดจากปากของเหยี่ยวตัวหนึ่ง ตกลงพื้นดิน และเหยี่ยวอีกพวกหนึ่งมาคาบเอาไว้อีก ฉันใด สัตว์ ทั้งหลายผู้หมุนเวียนไปในสงสารก็ฉันนั้น จุติจากกุศลธรรมแล้วไปตก ในนรกเป็นต้น ความสุขย่อมติดตามเราผู้สำเร็จกิจแล้ว ผู้ยินดีต่อนิพพาน ด้วยความสุข.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๓. ปักขเถรคาถา ภาษิตของพระปักขเถระ ทราบว่า ท่านพระปักขเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า

ข้อ ๖๓

ชิ้นเนื้อพลัดหลุดจากปากเหยี่ยว เหยี่ยวติดใจในชิ้นเนื้อนั้นก็หวนกลับมาโฉบเอาอีก นิพพานที่น่ารื่นรมย์ซึ่งพระอริยเจ้ายินดีแล้วเป็นความสุขโดยส่วนเดียว มีความสุขซึ่งเกิดจากผลสมาบัติติดตามมา เป็นกิจที่เราทำเสร็จแล้ว

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาปักขเถรคาถา

คาถาของท่านพระปักขเถระ เริ่มต้นว่า จุตา ปตนฺติ. เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?

แม้ท่านก็มีอธิการอันกระทำแล้ว ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ กระทำบุญไว้ในภพนั้นๆ ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ (เกิด) เป็นยักษ์ผู้เสนาบดี เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี มีใจเลื่อมใส ได้ทำการบูชาด้วยผ้าทิพย์.

ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เกิดในตระกูลแห่งเจ้าศากยะ ในเทวทหนิคม ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้มีนามว่าสัมโมทกุมาร.

ในเวลาที่ท่านยังเล็ก เท้าเดินไม่ได้ด้วยโรคลม (อัมพาต) เขาเที่ยวไปเหมือนคนง่อย ตลอดเวลาเล็กน้อย. ด้วยเหตุนั้น เขาจึงมีนามใหม่ว่าปักขะ. ภายหลังในเวลาที่หายโรค คนทั้งหลายก็ยังเรียกชื่อเขาอย่างนั้นเหมือนกัน. เขาเห็นปาฏิหาริย์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าในสมาคมแห่งพระญาติ ได้ศรัทธา บรรพชาแล้ว กระทำกิจเบื้องต้นเสร็จแล้ว เรียนกรรมฐานอยู่ในป่า.

ครั้นวันหนึ่ง ท่านเดินทางเข้าบ้านเพื่อบิณฑบาต นั่งอยู่ที่โคนไม้แห่งหนึ่งในระหว่างทาง.

ก็ในสมัยนั้น เหยี่ยวตัวหนึ่งคาบชิ้นเนื้อบินไปทางอากาศ. เหยี่ยวเป็นอันมากบินตามเหยี่ยวตัวนั้น รุมแย่งจนเนื้อตกลงมา. เหยี่ยวตัวหนึ่งคาบเอาชิ้นเนื้อที่ตกบินไป. เหยี่ยวตัวอื่นชิงเอาชิ้นเนื้อนั้นคาบต่อไป.

พระเถระเห็นดังนั้นก็คิดว่า ชิ้นเนื้อนี้ฉันใด ขึ้นชื่อว่ากามทั้งหลายก็ฉันนั้น ทั่วไปแก่คนหมู่มาก มีทุกข์มาก คับแค้นมาก ดังนี้ แล้วพิจารณาเห็นโทษในกามทั้งหลายและอานิสงส์ในการออกบวช เริ่มตั้งวิปัสสนา มนสิการอยู่โดยนัยมีอาทิว่า อนิจจัง เที่ยวไปบิณฑบาต กระทำภัตกิจเสร็จแล้ว นั่งในที่พักกลางวัน เจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตแล้ว.

สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า

ในกาลนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี เชษฐบุรุษของโลก เป็นพระผู้องอาจ กับภิกษุสงฆ์ ๖๘,๐๐๐ เสด็จเข้าไปสู่พันธุมวิหาร เราออกจากนครแล้วได้ไปที่ทีปเจดีย์ ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี สมควรรับเครื่องบูชา พวกยักษ์ในสำนักของเรา มีประมาณ ๘๔,๐๐๐ บำรุงเราโดยเคารพดังหมู่เทวดาชาวไตรทศบำรุงพระอินทร์ โดยเคารพ ฉะนั้น

เวลานั้น เราถือผ้าทิพย์ออกจากที่อยู่ไปอภิวาทด้วยเศียรเกล้า และได้ถวายผ้าทิพย์นั้นแด่พระพุทธเจ้า โอพระพุทธเจ้า โอพระธรรม โอความถึงพร้อมแห่งพระศาสดาหนอ ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า แผ่นดินนี้หวั่นไหว เราเห็นความอัศจรรย์อันไม่เคยมี ชวนให้ขนพองสยองเกล้า นั้นแล้ว จึงยังจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าผู้เป็นจอมมนุษย์ ผู้คงที่

ครั้งนั้น เรายังจิตให้เลื่อมใสและถวายผ้าทิพย์แด่พระศาสดาแล้ว พร้อมทั้งอำมาตย์และบริวารชนยอมนับถือพระพุทธเจ้าเป็นสมณะ ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา.

ในกัปที่ ๑๕ แต่ภัทรกัปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ พระองค์มีพระนามว่าวาหนะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.

ก็พระอรหัตผลที่พระเถระผู้บรรลุพระอรหัต กระทำสังเวควัตถุใดแลให้เป็นขอสับ แล้วเจริญวิปัสสนา บรรลุแล้ว.

พระเถระเมื่อพยากรณ์พระอรหัตผล โดยมุขคือการประกาศสังเวควัตถุนั้น จึงได้กล่าวคาถาว่า

เหยี่ยวทั้งหลายโฉบลงชิ้นเนื้อหลุดจากปากของเหยี่ยวตัวหนึ่ง

ตกลงพื้นดิน และเหยี่ยวอีกพวกหนึ่งมาคาบ เอาไว้อีกฉันใด

สัตว์ทั้งหลายผู้หมุนเวียนไปในสงสารก็ฉันนั้น เคลื่อนจาก

กุศลธรรมแล้วไปตกในนรกเป็นต้น ความสุขย่อมติดตาม

เราผู้สำเร็จกิจแล้วผู้ยินดีต่อนิพพาน ด้วยความสุข ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า จุตา แปลว่า หลุดแล้ว.

บทว่า ปตนฺติ แปลว่า โฉบลง.

บทว่า ปติตา ความว่า ชิ้นเนื้อตกลงที่พื้นดิน ด้วยสามารถแห่งการพลัดหล่นหรือตกลงด้วยสามารถแห่งการหลุดร่วงไปในอากาศ.

บทว่า คิทฺธา ความว่า ถึงความยินดี.

บทว่า ปุนราคตา ความว่า เข้ามาคาบไปอีก.

พึงประกอบ จ ศัพท์ควบไปด้วยทุกๆ บท มีคำอธิบายว่า

เหยี่ยวทั้งหลายในที่นี้โฉบลงและร่อนลง และชิ้นเนื้อก็หลุดจากปากของเหยี่ยวนอกนี้ ก็ชิ้นเนื้อที่หลุดแล้วก็ตกลงไปที่พื้นดิน เหยี่ยวทั้งหลายอยากได้ชิ้นเนื้อ (ถึงความอยาก) เหยี่ยวทั้งหมดนั่นแหละ จึงมารุมคาบเอาไปอีก.

ก็เหยี่ยวเหล่านี้มีอุปมาฉันใด เหล่าสัตว์ที่หมุนไปในสงสารก็ฉันนั้น สัตว์เหล่าใดเคลื่อนจากธรรมที่เป็นกุศล สัตว์เหล่านั้นย่อมตกลงไปในอบายมีนรกเป็นต้น ก็เหล่าสัตว์ที่ตกลงไปแล้วอย่างนี้ ผู้ที่ตั้งอยู่ในสัมปัตติภพ ถึงความยินดีและย้อนกลับมาอีก ด้วยสามารถแห่งความใคร่ในภพ ทั้งในกามภพ รูปภพและอรูปภพ โดยยังข้องอยู่ในกามสุขัลลิกานุโยค ในภพนั้นๆ ชื่อว่ากลับมาสู่ทุกข์ ที่หมายรู้กันว่าภพนั้นๆ อีก ด้วยกรรมที่ทำให้ถึงภพนั้นๆ เพราะยังไม่หลุดพ้นจากภพไปได้. สัตว์ทั้งหลายเหล่านี้เป็นอย่างนี้.

ส่วนเราเองกระทำกิจมีปริญญากิจเป็นต้นแล้ว แม้กิจทั้ง ๑๖ อย่าง เราก็ทำสำเร็จแล้ว บัดนี้ไม่มีกิจนั้นที่เราจะต้องทำอีก.

พระนิพพาน อันเป็นแดนที่พระอริยเจ้าทั้งหลายสลัดสังขตธรรมได้ทั้งหมด ที่น่ายินดี น่าอภิรมย์ น่ารื่นรมย์ เรายินดีแล้ว อภิรมย์แล้ว รื่นรมย์แล้ว.

ก็ด้วยบทว่า รตํ รมฺมํ นั้น พึงทราบอธิบายว่า ความสุขย่อมติดตามเราผู้สำเร็จกิจแล้วโดยสะดวก คือพระนิพพานอันเป็นสุขโดยส่วนเดียว ติดตามมา คือเข้าถึงโดยเป็นสุขเกิดแต่ผลสมาบัติ.

อีกอย่างหนึ่ง ได้แก่ ผลสุขและนิพพานสุข อันติดตามมาด้วยสุขเกิดแต่วิปัสสนาและสุขเกิดแต่มรรค โดยสะดวก.

จบอรรถกถาปักขเถรคาถา -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา