อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๓๕๘

๑๒. พรหมทัตตเถรคาถา

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๕๘พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 6 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๒. พรหมทัตตเถรคาถา สุภาษิตสรรเสริญการชนะความโกรธ

ข้อ ๓๕๘

|๓๕๘.๔๔๑| ๑๒ อกฺโกธสฺส กุโต โกโธ ทนฺตสฺส สมชีวิโน สมฺมทญฺญา วิมุตฺตสฺส อุปสนฺตสฺส ตาทิโน ฯ |๓๕๘.๔๔๒| ตสฺเสว เตน ปาปิโย โย กุทฺธํ ปฏิกุชฺฌติ กุทฺธํ อปฺปฏิกุชฺฌนฺโต สงฺคามํ เชติ ทุชฺชยํ ฯ |๓๕๘.๔๔๓| อุภินฺนมตฺถํ จรติ อตฺตโน จ ปรสฺส จ ปรํ สงฺกุปิตํ ญตฺวา โย สโต อุปสมฺมติ ฯ |๓๕๘.๔๔๔| อุภินฺนํ ติกิจฺฉนฺตานํ อตฺตโน จ ปรสฺส จ ชนา มญฺญนฺติ พาลาติ เย ธมฺมสฺส อโกวิทา ฯ |๓๕๘.๔๔๕| อุปฺปชฺชเต สเจ โกโธ อาวชฺชํ กกจูปมํ อุปฺปชฺเช เจ รเส ตณฺหา ปุตฺตมํสูปมํ สรํ ฯ |๓๕๘.๔๔๖| สเจ ธาวติ จิตฺตํ เต กาเมสุ จ ภเวสุ จ ขิปฺปํ นิคฺคยฺห สติยา กิฏฺฐาทํ วิย ทุปฺปสุนฺติ ฯ พฺรหฺมทตฺโต เถโร ฯ

ที่ไหนความโกรธจะพึงเกิดขึ้นแก่บุคคลผู้ไม่โกรธ ผู้ฝึกตนแล้ว เลี้ยงชีพ โดยชอบ ผู้หลุดพ้นแล้วเพราะรู้โดยชอบ ผู้สงบ ผู้คงที่ บุคคลโกรธตอบ บุคคลผู้โกรธ จัดว่าเป็นคนเลวกว่าบุคคลผู้โกรธ เพราะความโกรธตอบ นั้น บุคคลผู้ไม่โกรธตอบบุคคลผู้โกรธ ชื่อว่าชนะสงครามที่ชนะได้ยาก บุคคลใดรู้ว่าบุคคลอื่นโกรธแล้ว มีสติสงบใจได้ บุคคลนั้นชื่อว่า ประพฤติประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย คือ แก่ตนและบุคคลอื่น ชนเหล่าใด เป็นผู้ไม่ฉลาดในธรรม ชนเหล่านั้นย่อมสำคัญบุคคลผู้รักษาทั้งสองฝ่าย คือ ตนและบุคคลอื่นว่า เป็นคนโง่เขลา ถ้าความโกรธเกิดขึ้น จงระลึก ถึงพระโอวาทอันอุปมาด้วยเลื่อย ถ้าตัณหาในรสเกิดขึ้น จงระลึกถึง พระโอวาทอันอุปมาด้วยเนื้อบุตร ถ้าจิตของท่านแล่นไปในกามและภพ ทั้งหลาย จงรีบข่มเสียด้วยสติ เหมือนบุคคลห้ามโคที่ชอบกินข้าวกล้า ฉะนั้น.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๖. ฉักกนิบาต] ๑๓. สิริมัณฑเถรคาถา ๑๒. พรหมทัตตเถรคาถา ภาษิตของพระพรหมทัตตเถระ (พระพรหมทัตตเถระได้กล่าว ๖ คาถาไว้ดังนี้ว่า)

ข้อ ๔๔๑

สำหรับผู้ที่ไม่โกรธ ฝึกฝนตนมาแล้ว เป็นอยู่สม่ำเสมอ หลุดพ้นเพราะรู้โดยชอบ สงบคงที่ ความโกรธจะมีแต่ที่ไหน

ข้อ ๔๔๒

ผู้ใดโกรธตอบผู้ที่โกรธ ผู้นั้นเลวกว่าผู้ที่โกรธนั้นแหละ เพราะความที่โกรธตอบนั้น ผู้ที่ไม่โกรธตอบผู้ที่โกรธ ชื่อว่าย่อมชนะสงคราม ที่ชนะได้ยาก

ข้อ ๔๔๓

ผู้ที่รู้ว่าผู้อื่นโกรธเคืองแล้วมีสติสงบอยู่ได้ ชื่อว่าประพฤติประโยชน์ตนเองและผู้อื่นทั้งสองฝ่าย

ข้อ ๔๔๔

เหล่าชนที่ไม่เข้าใจธรรม ย่อมสำคัญบุคคลผู้อดกลั้นต่อตนและผู้อื่นทั้งสอง นั้นว่าเป็นคนโง่เขลา

ข้อ ๔๔๕

ถ้าความโกรธพึงเกิดขึ้นแก่ท่าน ท่านจงคำนึงถึงพระโอวาทที่อุปมาด้วยเลื่อย ถ้าความอยากในรสพึงเกิดขึ้นแก่ท่าน ท่านจงระลึกถึงพระโอวาทที่อุปมาด้วยเนื้อบุตร

ข้อ ๔๔๖

ถ้าจิตของท่านแล่นพล่านไปทั้งในกามและภพ ท่านจงรีบข่มไว้ด้วยสติเหมือนคนห้ามปรามปศุสัตว์ดื้อที่กินข้าวกล้า

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาพรหมทัตตเถรคาถาที่ ๑๒

คาถาของท่านพระพรหมทัตตเถระ มีคำเริ่มต้นว่า อกฺโกธสฺส ดังนี้.

เรื่องนั้นมีเหตุเกิดขึ้นอย่างไร?

แม้พระเถระนี้ก็ได้บำเพ็ญบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าในปางก่อนทั้งหลาย สั่งสมบุญไว้ในภพนั้นๆ ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดเป็นโอรสของพระเจ้าโกศลในนครสาวัตถี ได้มีชื่อว่าพรหมทัตตะ.

พรหมทัตตะนั้นเจริญวัยแล้ว ได้เห็นพุทธานุภาพในคราวฉลองพระเชตวัน ได้มีศรัทธา บวชแล้วบำเพ็ญวิปัสสนากัมมัฏฐาน ได้มีอภิญญา ๖ พร้อมด้วยปฏิสัมภิทา.

วันหนึ่ง พราหมณ์คนหนึ่งด่าท่านผู้กำลังเที่ยวบิณฑบาตอยู่ในพระนคร. พระเถระแม้จะได้ฟังการด่านั้นก็นิ่งเสีย คงเที่ยวบิณฑบาตอยู่นั่นแหละ. พราหมณ์ก็ยังด่าอยู่แล้วๆ เล่าๆ. พวกมนุษย์จึงได้พูดกะพราหมณ์ผู้ที่กำลังด่าอยู่อย่างนั้นว่า พระเถระนี้ไม่กล่าวคำอะไรๆ.

พระเถระได้ฟังดังนั้น เมื่อจะแสดงธรรมแก่คนเหล่านั้น จึงได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า

ที่ไหนความโกรธจะพึงเกิดขึ้นแก่บุคคลผู้ไม่โกรธ

ผู้ฝึกตนแล้ว เลี้ยงชีพโดยชอบ ผู้หลุดพ้นแล้วเพราะรู้ชอบ

ผู้สงบ ผู้คงที่ บุคคลโกรธตอบบุคคลผู้ที่โกรธ จัดว่าเป็น

คนเลวกว่าบุคคลผู้โกรธ เพราะความโกรธตอบนั้น

บุคคลผู้ไม่โกรธตอบคนที่โกรธ ชื่อว่าชนะสงคราม

ที่ชนะได้ยาก บุคคลใดรู้ว่าคนอื่นโกรธแล้ว มีสติสงบใจได้

บุคคลนั้นชื่อว่าประพฤติประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย คือแก่ตน

และบุคคลอื่น

ชนทั้งหลายผู้ไม่ฉลาดในธรรม ย่อมสำคัญบุคคลผู้

รักษาคนทั้งสองฝ่าย คือตนและคนอื่นว่าเป็นคนโง่เขลา ถ้า

ความโกรธเกิดขึ้นจงระลึกถึงพระโอวาทอันอุปมาด้วยเลื่อย

ถ้าตัณหาในรสเกิดขึ้น จงระลึกถึงพระโอวาทอันอุปมาด้วย

เนื้อบุตร ถ้าจิตของท่านแล่นไปในกามและภพทั้งหลาย จง

รีบข่มด้วยสติ เหมือนบุคคลห้ามสัตว์เลี้ยงโกง ที่ชอบกินข้าว

กล้าฉะนั้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อกฺโกธสฺส ได้แก่ ผู้ปราศจากความโกรธ คือตัดความโกรธได้เด็ดขาดแล้วด้วยมรรค.

บทว่า กุโต โกโธ ความว่า ความโกรธอันเป็นเหตุจะพึงเกิดขึ้นได้จากที่ไหน. อธิบายว่า ไม่มีเหตุแห่งการเกิดความโกรธนั้น.

บทว่า ทนฺตสฺส ได้แก่ ผู้ฝึกตนแล้วด้วยการฝึกชั้นสูง คือด้วยการฝึกด้วยอรหัตมรรค.

บทว่า สมชีวิโน ได้แก่ ผู้ละความไม่สม่ำเสมอทางกายเป็นต้นโดยประการทั้งปวงแล้ว เลี้ยงชีพให้สม่ำเสมอด้วยความสม่ำเสมอทางกายเป็นต้น คือดำเนินไปโดยชอบด้วยสัมปชัญญะอันเป็นที่ตั้งแห่งสัตติความสามารถ.

บทว่า สมฺมทญฺญา วิมุตฺตสฺส ได้แก่ ผู้หลุดพ้นจากอาสวะทั้งปวง เพราะรู้โดยชอบ คือเพราะรู้ธรรมมีอภิญเญยยธรรมเป็นต้น เพราะเหตุนั้นนั่นแล จึงชื่อว่าผู้สงบ เพราะสงบระงับความกระวนกระวายและความเร่าร้อน คือกิเลสทั้งปวง.

พระเถระกล่าวความที่ตนไม่โกรธ และเหตุแห่งความไม่โกรธนั้น ด้วยการอ้างพระอรหัตผลว่า ชื่อว่าผู้คงที่ คือผู้สิ้นอาสวะแล้ว เพราะถึงลักษณะแห่งความคงที่ในอิฏฐารมณ์เป็นต้น ความโกรธจะเกิดขึ้นแต่ที่ไหน

บัดนี้ เมื่อจะกล่าวธรรมโดยแสดงโทษและอานิสงส์ในความโกรธและความไม่โกรธ จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ตสฺเสว ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โย กุทฺธํ ปฏิกุชฺฌติ ความว่า บุคคลผู้โกรธตอบบุคคลผู้โกรธคือผู้กริ้วโกรธเหนือตนนั้นนั่นแหละ เลวกว่าคือไม่ดีไม่งามกว่า โดยวิญญูชนติเตียนเป็นต้นในโลกนี้ และโดยทุกข์ในนรกเป็นต้นในโลกหน้า เพราะเหตุมีการโกรธตอบ การด่าตอบ และการประหารตอบเป็นต้นนั้น. ไม่มีคำที่จะควรกล่าวได้เลยว่า ก็บุคคลผู้ไม่โกรธย่อมมีบาปเพราะความโกรธ.

ส่วนอาจารย์บางพวกกล่าวความว่า บุคคลใดย่อมโกรธเพราะปรารภถึงบุคคลผู้โกรธตอบบุคคลผู้ไม่โกรธ.

บทว่า กุทฺธํ อปฺปฏิกุชฺฌนฺโต ความว่า ส่วนบุคคลใดรู้ว่า ผู้นี้โกรธถูกความโกรธครอบงำ แล้วไม่โกรธตอบบุคคลผู้ที่โกรธ อดทนได้ บุคคลนั้นชื่อว่าชนะสงครามกิเลสที่ชนะได้ยาก.

พระเถระเมื่อจะแสดงว่า ก็บุคคลนั้นชนะสงครามกิเลสอย่างเดียวเท่านั้นก็หามิได้ โดยที่แท้ยังได้ทำประโยชน์เกื้อกูลแก่ทั้งสองฝ่ายด้วย จึงกล่าวว่า ประพฤติประโยชน์แก่คนทั้งสองฝ่าย ฯลฯ สงบระงับได้ ดังนี้.

บุคคลใดรู้บุคคลอื่นผู้โกรธแล้วว่า เขาถูกความโกรธครอบงำ จึงเมตตาบุคคลนั้นหรือวางอุเบกขาอยู่ เป็นผู้มีสติสัมปชัญญะ สงบระงับไว้ คืออดทนได้ ไม่โกรธตอบไป บุคคลนั้นชื่อว่าประพฤติประโยชน์เกื้อกูลอันนำความสุขในโลกทั้งสองมา ให้แก่ทั้งสองฝ่ายคือแก่ตนและคนอื่น.

บทว่า อุภินฺนํ ติกิจฺฉนฺตํ ตํ ความว่า ชนทั้งหลายผู้ไม่ฉลาดธรรม คือในธรรมคืออาจาระอันประเสริฐ เป็นคนโง่เขลาย่อมสำคัญบุคคลผู้เยียวยาด้วยการเยียวยาพยาธิคือความโกรธ คืออดทนต่อทั้งสองฝ่าย คือต่อตนและคนอื่นว่า บุคคลผู้ไม่ทำอะไรๆ แก่คนผู้ด่าตน ประหารตน ผู้นี้เป็นคนไม่ฉลาด.

อธิบายว่า นั้นเป็นความสำคัญโดยไม่แยบคายของชนเหล่านั้น.

บางอาจารย์กล่าวว่า ติกิจฺฉนํ การเยียวยารักษาดังนี้ก็มี. อธิบายว่า มีการเยียวยารักษาเป็นสภาวะ

พราหมณ์ผู้ด่าได้ฟังธรรมที่พระเถระกล่าวอยู่อย่างนั้น เป็นผู้สลดใจและมีจิตเลื่อมใส ขอขมาพระเถระแล้วบวชในสำนักของพระเถระนั้นนั่นแล.

พระเถระเมื่อจะให้กรรมฐานแก่เธอจึงคิดว่า การเจริญเมตตากรรมฐานเหมาะแก่ภิกษุนี้ จึงได้ให้เมตตากรรมฐาน เมื่อจะแสดงวิธีพิจารณาเป็นต้น ในเวลาเกิดความโกรธกลุ้มรุมเป็นต้น จึงกล่าวคำว่า ความโกรธพึงเกิดแก่ท่าน ดังนี้เป็นต้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุปฺปชฺเช เต สเจ ความว่า ถ้าเมื่อเธอบำเพ็ญเพียรพระกรรมฐานอยู่ ความโกรธที่สะสมมานานอาศัยบุคคลไรๆ พึงเกิดขึ้น เพื่อจะระงับความโกรธนั้น เธอจงระลึกถึงพระโอวาทอันอุปมาด้วยเลื่อยที่พระศาสดาตรัสไว้ว่า

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าแม้พวกโจรผู้มีความประพฤติต่ำทราม

เอาเลื่อยมีด้ามทั้งสองข้างมาเลื่อยอวัยวะน้อยใหญ่ ผู้ใดทำใจ

ให้เกิดประทุษร้ายในโจรแม้เหล่านั้น ด้วยเหตุนั้น ผู้นั้นชื่อว่า

ไม่กระทำตามคำสอนของเรา ดังนี้.

บทว่า อุปฺปชฺเช เจ รเส ตณฺหา ความว่า ถ้าตัณหาคือความยินดีในรส มีชนิดรสหวานเป็นต้น พึงเกิดขึ้นแก่เธอไซร้ เพื่อจะระงับความยินดีนั้น จงระลึกคือหวนระลึกถึงพระโอวาทอันอุปมาด้วยเนื้อบุตรที่ตรัสไว้อย่างนี้ว่า

ภรรยาและสามีเคี้ยวกินเนื้อบุตร ก็เพื่อข้ามให้พ้นทางกันดาร

เท่านั้น มิใช่เพื่อความอยากในรส ฉันใด แม้กุลบุตรก็ฉันนั้น

บวชแล้วเสพบิณฑบาต เพียงเพื่อ ... ฯลฯ ... การอยู่ผาสุก ดังนี้.

บทว่า สเจ ธาวติ เต จิตฺตํ ความว่า ถ้าจิตของเธอมนสิการโดยไม่แยบคาย ย่อมวิ่งไปคืบซ่านไป แล่นไปด้วยอำนาจฉันทราคะในกามคือกามคุณ ๕ และด้วยอำนาจปรารถนาภพในบรรดาภพทั้งหลายมีกามภพเป็นต้น.

บทว่า ขิปฺปํ นิคฺคณฺห สติยา กิฏฺฐาทํ วิย ทุปฺปสุํ ความว่า เธอเมื่อจะให้จิตวิ่งไปอย่างนั้น จงเอาสติได้แก่เชือก คือสติผูกไว้ที่หลัก คือสมาธิ รีบข่มเสียโดยรวดเร็ว เหมือนบุรุษเอาเชือกผูกสัตว์เลี้ยงตัวเกเร คือโคตัวร้ายซึ่งเคี้ยวกินข้าวกล้า ไว้ที่หลักทำให้อยู่ในอำนาจของตนฉะนั้น คือเธอจงทรมานโดยประการที่จะหมดพยศเพราะปราศจากกิเลส.

ส่วนอาจารย์บางพวกกล่าวว่า พระเถระยังเป็นปุถุชนอยู่เลย อดกลั้นการด่าเสียได้ เมื่อจะประกาศคุณอันประเสริฐ จึงกล่าวธรรมแก่มนุษย์เหล่านั้น ภายหลังจึงโอวาทตนด้วยคาถา ๒ คาถา แล้วเจริญด้วยวิปัสสนาได้บรรลุพระอรหัต.

เมื่อจะพยากรณ์พระอรหัตผล จึงได้กล่าวคาถาเหล่านี้นั่นแล.

จบอรรถกถาพรหมทัตตเถรคาถาที่ ๑๒ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา