อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๙๗

๑๐. กัปปฏกุรเถรคาถา

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๙๗พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 2 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๐. กัปปฏกุรเถรคาถา สุภาษิตเตือนตนมิให้ง่วงเหงา

ข้อ ๒๙๗

|๒๙๗.๑๙๙| ๑๐ อยมิติ กปฺปโฏ กปฺปฏกุโร อจฺฉาย อจฺจํภราย อมตฆฏิกายํ ธมฺมกฏปตฺโต กฏปทํ ฌานานิ โอเจตุํ ฯ |๒๙๗.๒๐๐| มา โข ตฺวํ กปฺปฏ ปจาเลสิ มา ตํ อุปกณฺณกมฺหิ ตาเฬสฺสํ น หิ ตฺวํ กปฺปฏ มตฺตมญฺญาสิ สงฺฆมชฺฌมฺหิ ปจลายมาโนติ ฯ กปฺปฏกุโร เถโร ฯ อุทฺทานํ มิคสิโร สิวโก จ อุปวาโณ จ ปณฺฑิโต อิสิทินฺโน จ กจฺจาโน ขิตโก จ มหาวสี โปฏิริยปุตฺโต นิสโภ อุสโภ กปฺปฏกุโรติ ฯ วคฺโค จตุตฺโถ ฯ ----------------

กัปปฏกุรภิกษุเกิดความวิตกผิดว่า เราจักนุ่งห่มผ้าผืนนี้แล้วจักเลี้ยงชีพ ตามมีตามเกิด เมื่อน้ำใสคืออมตธรรมของเรา มีอยู่เต็มเปี่ยมในหม้ออมตะ เราเอาบาตรตักน้ำคืออมตธรรมใส่หม้ออมตะ เพื่อสั่งสมฌานทั้งหลาย ดูกรกัปปฏะ ท่านอย่ามานั่งโงกง่วงอยู่ด้วยคิดว่า จักฟังธรรม เมื่อเรา แสดงธรรมอยู่ในที่ใกล้หูของท่านเช่นนี้ ท่านอย่ามัวนั่งโงกง่วงอยู่ ดูกร กัปปฏะ ท่านนั่งโงกง่วงอยู่ในท่ามกลางสงฆ์เช่นนี้ ไม่รู้จักประมาณเลย. ----------------------------------------------------- ในวรรคนี้รวมพระเถระได้ ๑๐ องค์ คือ ๑. พระมิคสิรเถระ ๒. พระสิวกเถระ ๓. พระอุปวาณเถระ ๔. พระอิสิทินนเถระ ๕. พระสัมพหุลกัจจานเถระ ๖. พระขิตกเถระ ๗. พระโสณปฏิริยปุตตเถระ ๘. พระนิสภเถระ ๙. พระอุสภเถระ ๑๐. พระกัปปฏกุรเถร. จบ วรรคที่ ๔ -----------------------------------------------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๒. ทุกนิบาต] ๕. ปัญจมวรรค ๑. กุมารกัสสปเถรคาถา ๑๐. กัปปฏกุรเถรคาถา ภาษิตของพระกัปปฏกุรเถระ (พระผู้มีพระภาค เมื่อจะตรัสสอนพระกัปปฏกุรเถระ จึงได้ตรัส ๒ คาถาไว้ดังนี้ว่า)

ข้อ ๑๙๙

กัปปฏกุรภิกษุเกิดความวิตกผิดว่า ผ้าขี้ริ้วผืนนี้เป็นของเรา เมื่อน้ำใส(คืออมตธรรม)มีอยู่เต็มเปี่ยมในหม้ออมตธรรม กลับมีใจปราศจากอมตธรรมคำสอนของเรานี้ เป็นทางที่เราสอนไว้แล้วเพื่อสั่งสมฌานทั้งหลาย

ข้อ ๒๐๐

กัปปฏะ เธออย่ามานั่งโงกง่วงอยู่เลย อย่าให้เราต้องสอนเธอเสียงดัง ณ ที่ใกล้หูเลย กัปปฏะ เธอนั่งโงกง่วงอยู่ในท่ามกลางสงฆ์ช่างไม่รู้จักประมาณเลยจตุตถวรรค จบ รวมเรื่องพระเถระที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. พระมิคสิรเถระ ๒. พระสิวกเถระ ๓. พระอุปวาณเถระ ๔. พระอิสิทินนเถระ ๕. พระสัมพุลกัจจานเถระ ๖. พระขิตกเถระ ๗. พระโสณโปฏิริยบุตรเถระ ๘. พระนิสภเถระ ๙. พระอุสภเถระ ๑๐. พระกัปปฏกุรเถระ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถากัปปฏกุรเถรคาถา

คาถาของพระกัปปฏกุรเถระ เริ่มต้นว่า อยมิติ กปฺปโฏ.

เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?

แม้พระเถระนี้ก็เป็นผู้มีอธิการอันกระทำไว้แล้วในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญไว้ในภพนั้นๆ เกิดในเรือนแห่งตระกูล ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี บรรลุนิติภาวะแล้ว วันหนึ่งเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จประทับนั่ง ณ โคนไม้แห่งหนึ่ง ใกล้ฝั่งแม่น้ำชื่อว่าวินตา มีใจเลื่อมใส ทำการบูชาด้วยดอกเกตก์ (ดอกการะเกดหรือดอกลำเจียก).

ด้วยบุญกรรมนั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย มาเกิดในตระกูลที่ยากจน กรุงสาวัตถี ในพุทธุปบาทกาลนี้ จนตราบเท่าเจริญวัยก็ไม่รู้จักอุบาย (หากิน) อย่างอื่น นุ่งห่มเศษผ้าเปื้อนๆ ถือขัน เที่ยวแสวงหาข้าวสุกในที่นั้นๆ ด้วยเหตุนั้น จึงปรากฏนามว่า กัปปฏกุระ.

เขาเจริญวัยแล้วขายหญ้าเลี้ยงชีวิต วันหนึ่งไปสู่ป่าเพื่อเกี่ยวหญ้า เห็นพระเถระผู้เป็นพระขีณาสพรูปหนึ่งในป่านั้น เข้าไปหาพระเถระไหว้แล้ว นั่งอยู่แล้ว. พระเถระแสดงธรรมแก่เขา.

เขาฟังธรรมแล้วได้มีศรัทธาคิดว่า ประโยชน์อะไรแก่เราด้วยการขายหญ้านี้เลี้ยงชีวิต ดังนี้แล้วจึงบวช ทิ้งท่อนผ้าเปื้อนๆ ที่ตนนุ่งแล้วไว้ในที่แห่งหนึ่ง.

ก็ในเวลาที่พระเถระนั้นเกิดความกระสัน ในเวลานั้น เมื่อท่านมองดูท่อนผ้าเปื้อนฝุ่นนั้น ความกระสันก็หายไป ได้ความสลดใจแล้ว.

ท่านทำอยู่อย่างนี้ สึกแล้วถึง ๗ ครั้ง. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเหตุนั้นของท่านแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า

อยู่มาวันหนึ่ง พระกัปปฏกุรภิกษุนั่งอยู่ท้ายบริษัทในโรงประชุมฟังธรรมหลับอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงเตือนท่าน ได้ตรัสพระคาถา ๒ คาถาความว่า

กัปปฏกุรภิกษุเกิดความวิตกผิดว่า เราจะห่มผ้าผืนนี้แล้ว

จักเลี้ยงชีพตามมีตามเกิด เมื่อน้ำใสคืออมตธรรมของเรา

มีอยู่ เต็มเปี่ยมในหม้ออมตะ เราเอาบาตรตักน้ำคืออมต

ธรรม ใส่หม้ออมตะ เพื่อสั่งสมฌานทั้งหลาย

ดูก่อนกัปปฏะ เธออย่ามานั่งโงกง่วง อยู่ด้วยคิดว่าจักฟัง

ธรรม เมื่อเราแสดงธรรมอยู่ ในที่ใกล้หูของท่านเช่นนี้

ท่านอย่ามัวนั่งโงกง่วงอยู่ ดูก่อนกัปปฏะ เธอนั่งโงกง่วง

อยู่ในท่ามกลางสงฆ์เช่นนี้ ไม่รู้จักประมาณเลย ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อยมิติ กปฺปโฏ กปฺปฏกุโร ความว่า ภิกษุชื่อว่ากัปปฏกุระ มีวิตกที่ผิดๆ เกิดขึ้นอย่างนี้ว่า เราจะนุ่งห่มผ้าเปื้อนเก่าๆ ของเรานี้ จักเลี้ยงชีพตามมีตามเกิด เมื่อน้ำใสคืออมตธรรมของเรา มีอยู่เต็มเปี่ยมในหม้ออมตะ คือเมื่อหม้ออมตะของเรา กำลังหลั่งน้ำคือพระธรรมอยู่ในที่นั้นๆ ได้แก่ เมื่อเรายังน้ำอมฤตคือพระธรรมให้ตกลงด้วยการประกาศไปโดยคำมีอาทิว่า

เราจะสั่งสอน เราจะแสดงธรรมให้สัตวโลกได้บรรลุอมตธรรม เมื่อสัตวโลกมืดมนมหันธการ เราจะบรรเลงกลองชัยเภรีคืออมตะ ทางที่เราทำไว้เพื่อสั่งสมฌานทั้งโลกีย์และโลกุตระ คือทางที่เราแผ้วถาง ได้แก่มรรคภาวนาที่จัดแจงไว้เพื่อเป็นแนวทาง นี้เป็นคำสอนของเรา แม้ถึงอย่างนั้น พระกัปปฏกุระก็เป็นเพียงกากของพระธรรม คือเป็นผู้มีจิตกระสัน มีใจเหินห่างจากศาสนธรรมของเรา

เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นเตือนเธอแล้ว เมื่อจะแสดงการอยู่อย่างผู้ประมาทของเธอแม้อีกครั้งหนึ่ง เหมือนจับโจรได้พร้อมของกลาง จึงตรัสพระคาถาว่า มา โข ตฺวํ กปฺปฏ ปจาเลสิ ดูก่อนกัปปฎะ เธออย่ามัวมานั่งโงกง่วงอยู่เลย ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มา โข ตฺวํ กปฺปฏ ปจาเลสิ ความว่า ดูก่อนกัปปฏกุระ เธออย่ามัวนั่งโงกง่วงอยู่เลย คืออย่านั่งสัปหงก ได้แก่อย่าเข้าถึงความหลับด้วยคิดว่า เราจักฟังธรรม.

บทว่า มา ตฺวํ อุปกณฺณมฺหิ ตาเฬสฺสนฺติ ความว่า เราอย่าต้องทุบท่านผู้หลับอยู่ ด้วยมือคือเทศนา ในที่ใกล้หู คือใกล้ๆ หู. อธิบายว่า ต่อแต่นี้ไป ท่านจงปฏิบัติโดยไม่ต้องให้เราสั่งสอน เพื่อการละกิเลสอีก.

บทว่า น หิ ตฺวํ กปฺปฏ มตฺตมญฺญาสิ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเตือนว่า ดูก่อนกัปปฏะ เธอมัวโงกง่วงสัปหงกอยู่ในท่ามกลางสงฆ์ ย่อมไม่สำคัญประมาณ คือความพอดี คือไม่รู้แม้เหตุเพียงเท่านี้ว่า ขณะเช่นนี้หาได้ยากอย่างยิ่ง ขณะนั้นอย่าล่วงเลยเราไปเสียเลย ดังนี้ และเธอจงดูความผิดของเธอ.

เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงข่มแล้วทรงเตือนกัปปฏกุรภิกษุ คาดคั้นด้วยพระคาถา ๒ คาถาอย่างนี้แล้ว กัปปฏกุรภิกษุเกิดความสลดใจเหมือนถูกศรแทงจดกระดูก และเหมือนช้างตัวดุ (ที่หลงผิด) เดินตรงทางฉะนั้น เริ่มตั้งวิปัสสนาบรรลุพระอรหัตแล้วต่อกาลไม่นานนัก.

สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า

พระพุทธเจ้าผู้อุดมบุรุษ ประทับนั่งอยู่ ณ ที่ฝั่งแม่น้ำวินตานที เราได้พบพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากกิเลสธุลี เป็นเอกอัครบุคคล มีพระทัยตั้งมั่นดี ครั้งนั้น เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส บูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ด้วยดอกเกตก์ซึ่งมีกลิ่นหอมเหมือนน้ำผึ้ง.

ในกัปที่ ๙๒ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้บูชาด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติ นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.

____________________________

ขุ. อ. เล่ม ๓๓/ข้อ ๑๐๔

ก็พระเถระบรรลุพระอรหัตแล้ว กล่าวยืนยันพระคาถาทั้งสองที่พระศาสดาตรัสแล้วนั่นแหละว่า เป็นขอสับแห่งการบรรลุพระอรหัตผลของตน. ด้วยพระคาถาทั้งสองนั้น ได้นับเป็นการพยากรณ์พระอรหัตผลของพระกัปปฏกุรเถระนั้นด้วยอีกเหมือนกัน.

จบอรรถกถากัปปฏกุรเถรคาถา จบวรรควรรณนาที่ ๔ แห่งอรรถกถาเถรคาถา ชื่อว่าปรมัตถทีปนี -----------------------------------------------------

ในวรรคนี้ รวมพระเถระได้ ๑๐ องค์ คือ

๑. พระมิคสิรเถระ

๒. พระสิวกเถระ

๓. พระอุปวาณเถระ

๔. พระอิสิทินนเถระ

๕. พระสัมพหุลกัจจานเถระ

๖. พระขิตกเถระ

๗. พระโสณปฏิริยปุตตเถระ

๘. พระนิสภเถระ

๙. พระอุสภเถระ

๑๐. พระกัปปฏกุรเถร จบวรรคที่ ๔ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา