๓. มหานาคเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๓. มหานาคเถรคาถา สุภาษิตชี้โทษผู้ไม่มีความเคารพ
๓๔๙ผู้ใดไม่มีความเคารพ ในเพื่อนสพรหมจารีทั้งหลาย ผู้นั้นย่อมเสื่อมจาก สัทธรรม เหมือนปลาในน้ำน้อยฉะนั้น ผู้ใดไม่มีความเคารพในเพื่อน สพรหมจารีทั้งหลาย ผู้นั้นย่อมไม่งอกงามในสัทธรรม เหมือนพืชเน่าใน ไร่นาฉะนั้น ผู้ใดไม่มีความเคารพในเพื่อนสพรหมจารีทั้งหลาย ผู้นั้นเป็น ผู้ไกลจากนิพพานในศาสนา ของพระผู้มีพระภาคผู้เป็นพระธรรมราชา ผู้ใดมีความเคารพในเพื่อนสพรหมจารีทั้งหลาย ผู้นั้นย่อมไม่เสื่อมจาก สัทธรรม เหมือนปลาในน้ำมากฉะนั้น ผู้ใดมีความเคารพในเพื่อนสพรหม จารีทั้งหลาย ผู้นั้นย่อมงอกงามในสัทธรรม เหมือนพืชที่ดีในไร่นาฉะนั้น ผู้ใดมีความเคารพในเพื่อสพรหมจารีทั้งหลาย ผู้นั้นย่อมอยู่ใกล้นิพพาน ในศาสนาของพระผู้มีพระภาค ผู้เป็นพระธรรมราชา.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. มหานาคเถรคาถา ภาษิตของพระมหานาคเถระ (พระมหานาคเถระได้กล่าว ๖ คาถาไว้ดังนี้ว่า)
ผู้ใดไม่มีความเคารพในเพื่อนพรหมจารีทั้งหลาย ผู้นั้น ย่อมเสื่อมจากพระสัทธรรม เหมือนปลาในน้ำน้อย
ผู้ใดไม่มีความเคารพในเพื่อนพรหมจารีทั้งหลาย ผู้นั้น ไม่งอกงามในพระสัทธรรม เหมือนพืชเน่าในไร่นา
ผู้ใดไม่มีความเคารพในเพื่อนพรหมจารีทั้งหลาย ผู้นั้น ย่อมอยู่ห่างไกลจากนิพพาน ในพระศาสนาของพระศาสดาผู้เป็นพระธรรมราชา
ผู้ใดมีความเคารพในเพื่อนพรหมจารีทั้งหลาย ผู้นั้น ย่อมไม่เสื่อมจากพระสัทธรรม เหมือนปลาในน้ำมาก @เชิงอรรถ : @ อัปปมัญญา ๔ คือ พรหมวิหาร ๔ (๑. เมตตา ความรักใคร่ปรารถนาดีอยากให้เขามีความสุข ๒. กรุณา@ความสงสารคิดช่วยให้พ้นทุกข์ ๓. มุทิตา ความยินดีในเมื่อผู้อื่นมีสุข ๔. อุเบกขา ความมีใจเป็นกลาง ไม่@เอนเอียงเพราะรักเพราะชัง) ที่ชื่อว่าอัปปมัญญาเพราะแผ่ไปโดยไม่มีประมาณในสัตว์ในบุคคล ไม่จำกัดขอบเขต@(ขุ.เถร.อ. ๒/๓๘๖/๙๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๐๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๖. ฉักกนิบาต] ๔. กุลลเถรคาถา
ผู้ใดมีความเคารพในเพื่อนพรหมจารีทั้งหลาย ผู้นั้นย่อมงอกงามในพระสัทธรรม เหมือนพืชดีในไร่นา
ผู้ใดมีความเคารพในเพื่อนพรหมจารีทั้งหลาย ผู้นั้นย่อมอยู่ใกล้นิพพาน ในพระศาสนาของพระศาสดาผู้เป็นพระธรรมราชา
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถามหานาคเถรคาถาที่ ๓
คาถาของท่านพระมหานาคเถระ มีคำเริ่มต้นว่า ยสฺส สพฺรหฺมจารีสุ ดังนี้.
เรื่องนั้นมีเหตุเกิดขึ้นอย่างไร?
แม้พระเถระนี้ก็ได้บำเพ็ญบุญญาธิการไว้ในพระพุทธเจ้าอันมีในกาลก่อน ก่อสร้างกุศลอันเป็นอุปนิสัยแก่พระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่ากกุสันธะ ได้บังเกิดในเรือนของตระกูล รู้เดียงสาแล้ว วันหนึ่งได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้ากกุสันธะหยั่งลงยังป่า ประทับนั่งอยู่ที่โคนไม้ต้นหนึ่ง ด้วยความสุขในฌาน จึงมีใจเลื่อมใส ได้ถวายผลทับทิมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น.
ด้วยบุญกรรมนั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดเป็นบุตรของพราหมณ์นามว่ามธุวาเสฏฐะ ในเมืองสาเกต เขาได้มีชื่อว่ามหานาค.
มหานาคนั้นรู้เดียงสาแล้ว เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในป่าอัญชนวัน ใกล้เมืองสาเกต ได้เห็นปาฏิหาริย์ของท่านพระควัมปติเถระ ได้ศรัทธาจึงบวชในสำนักของพระเถระนั่นแหละ ตั้งอยู่ในโอวาทของท่าน จึงบรรลุพระอรหัต.
ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ในอปทานว่า
พระกกุสันธะพระองค์นั้นผู้แกล้วกล้าใหญ่ ถึงฝั่งแห่งธรรมทั้งปวง หลีกออกจากหมู่ ได้ไปยังระหว่างป่า เราถือเอาเยื่อของพืชแล้วเอาเครือเถาร้อยไว้. สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเข้าฌานอยู่ในระหว่างภูเขา ครั้นเราได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นเทพของเทพ มีใจเลื่อมใส ได้ถวายเยื่อของพืชแก่พระวีรเจ้าผู้เป็นทักขิไณยบุคคล.
ในกัปนี้แหละ เราได้ถวายเยื่อพืชใดในกาลนั้น ด้วยการได้ถวายเยื่อพืชนั้น เราจึงไม่รู้จักทุคตินี้ เป็นผลแห่งเยื่อพืช. เราเผากิเลสได้แล้ว ... ฯลฯ ... เราได้กระทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว.
____________________________
ขุ. อ. เล่ม ๓๓/ข้อ ๓๑
ก็พระเถระครั้นได้บรรลุพระอรหัตแล้ว จึงอยู่ด้วยสุขอันเกิดแต่วิมุตติ เห็นภิกษุฉัพพัคคีย์ไม่กระทำความเคารพในเพื่อนสพรหมจารีทั้งหลาย จึงกล่าวคาถา ๖ คาถานี้ เนื่องด้วยการให้โอวาทแก่ภิกษุฉัพพัคคีย์นั้นว่า
ผู้ใดไม่มีความเคารพในเพื่อนสพรหมจารี ผู้นั้นย่อมเสื่อม
จากพระสัทธรรม เหมือนปลาในน้ำน้อย ผู้ใดไม่มีมีความเคารพ
ในเพื่อนสพรหมจารี ผู้นั้นย่อมไม่งอกงามในพระสัทธรรม เหมือน
พืชที่เน่าในไร่นา ผู้ใดไม่มีความเคารพในเพื่อนสพรหมจารี ผู้นั้น
ย่อมอยู่ไกลจากพระนิพพาน ในศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้า
ผู้เป็นพระธรรมราชา.
ผู้ใดมีความเคารพในเพื่อนสพรหมจารี ผู้นั้นย่อมไม่เสื่อม
จากพระสัทธรรม เหมือนปลาในน้ำมากฉะนั้น ผู้ใดมีความเคารพ
ในเพื่อนสพรหมจารีทั้งหลาย ผู้นั้นย่อมงอกงามในพระสัทธรรม
เหมือนพืชดีในไร่นาฉะนั้น ผู้ใดมีความเคารพในเพื่อนสพรหมจารี
ผู้นั้นย่อมอยู่ใกล้พระนิพพาน ในศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้า
ผู้เป็นพระธรรมราชา.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สพฺรหฺมจารีสุ ความว่า ชื่อว่าเพื่อนสพรหมจารี เพราะประพฤติธรรมอันประเสริฐมีศีลเป็นต้นที่มีอยู่, ผู้ที่ถึงความเสมอกันด้วยศีลและทิฏฐิ ชื่อว่าสหธรรมิก, ในเพื่อนสพรหมจารีและสหธรรมิกเหล่านั้น.
บทว่า คารโว ได้แก่ ความเป็นผู้มีความเคารพ คือกระทำความเคารพอันมีคุณมีศีลเป็นต้นเป็นเหตุ.
บทว่า นูปลพฺภติ ได้แก่ ไม่มี คือไม่เป็นไป. อธิบายว่า ไม่เข้าไปตั้งอยู่.
บทว่า นิพฺพานา ได้แก่ จากการทำกิเลสให้ดับ คือจากความสิ้นกิเลส.
บทว่า ธมฺมราชสฺส ได้แก่ พระศาสดา.
จริงอยู่ พระศาสดาชื่อว่าพระธรรมราชา เพราะยังโลกพร้อมทั้งเทวโลกให้ยินดีด้วยธรรมอันเป็นโลกิยะและโลกุตระตามสมควร.
ก็ด้วยคำว่า ในศาสนาของพระธรรมราชานี้ ในคาถานั้น ชื่อว่าพระนิพพานย่อมมีในศาสนาของพระธรรมราชาเท่านั้น ไม่มีในศาสนาอื่น.
ในคาถานั้น ท่านแสดงว่า ผู้ใดเว้นความเคารพในเพื่อนสพรหมจารี ผู้นั้นย่อมเป็นผู้ห่างไกลแม้จากศาสนาของพระธรรมราชา เหมือนอยู่ห่างไกลจากพระนิพพานฉะนั้น.
บทว่า พโหฺวทเก ได้แก่ ในน้ำมาก.
บทว่า สนฺติเก โหติ นิพฺพานํ ความว่า พระนิพพานย่อมมีอยู่ในสำนัก คือในที่ใกล้บุคคลนั้น.
คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแหละ.
ก็คาถาเหล่านี้แหละ เป็นคาถาพยากรณ์พระอรหัตผลของพระเถระ.
จบอรรถกถามหานาคเถรคาถาที่ ๓ -----------------------------------------------------