อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับหลวงจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๖๗๓

๑. อัญญาสิโกณฑัญญเถรคาถา

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๗๓–๖๘๘พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 16 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๕. โสฬสกนิบาต] ๑. อัญญาสิโกณฑัญญเถรคาถา ๑๕. โสฬสกนิบาต ๑. อัญญาสิโกณฑัญญเถรคาถา ภาษิตของพระอัญญาโกณฑัญญเถระ (ท้าวสักกเทวราชตรัสภาษิตที่ ๑ ว่า)

ข้อ ๖๗๓

ข้าพเจ้านี้สดับธรรมซึ่งมีอรรถรสมาก จึงเลื่อมใสอย่างยิ่ง ธรรมที่คลายกำหนัดพอใจ เพราะไม่ยึดมั่นโดยสิ้นเชิง พระคุณท่านแสดงไว้แล้ว (พระอัญญาโกณฑัญญเถระได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)

ข้อ ๖๗๔

อารมณ์ที่วิจิตรในโลกมากมาย เห็นจะย่ำยีคนที่ยังมีความดำริถึงอารมณ์ ว่างาม ซึ่งประกอบด้วยราคะในพื้นปฐพีนี้

ข้อ ๖๗๕

เมื่อฝนห่าใหญ่ตกลงมาช่วยระงับฝุ่นธุลีที่ลมพัดให้ฟุ้งขึ้นได้ ฉันใด เมื่อใดพระอริยสาวกพิจารณาเห็นด้วยปัญญา เมื่อนั้น ความดำริผิดย่อมระงับไปได้ ฉันนั้น

ข้อ ๖๗๖

เมื่อใด พระอริยสาวกพิจารณาเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง เมื่อนั้น ย่อมหน่ายในทุกข์ นั่นเป็นทางแห่งความบริสุทธิ์

ข้อ ๖๗๗

เมื่อใด พระอริยสาวกย่อมพิจารณาเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งหลายทั้งปวงเป็นทุกข์ เมื่อนั้น ย่อมหน่ายในทุกข์ นั่นเป็นทางแห่งความบริสุทธิ์

ข้อ ๖๗๘

เมื่อใด พระอริยสาวกย่อมพิจารณาเห็นด้วยปัญญาว่า ธรรมทั้งหลายทั้งปวงเป็นอนัตตา เมื่อนั้น ย่อมหน่ายในทุกข์ นั่นเป็นทางแห่งความบริสุทธิ์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๕๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๕. โสฬสกนิบาต] ๑. อัญญาสิโกณฑัญญเถรคาถา

ข้อ ๖๗๙

อัญญาโกณฑัญญเถระผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า ได้มีความบากบั่นอย่างแรงกล้า ละความเกิดและความตายได้ บำเพ็ญมัคคพรหมจรรย์อย่างบริบูรณ์สิ้นเชิง

ข้อ ๖๘๐

ตัดบ่วงคือโอฆะ ตะปูตรึงใจ อย่างมั่นคง และทำลายภูเขาที่ทำลายได้ยากแล้ว ข้ามไปถึงฝั่งคือนิพพาน มีปกติเข้าฌาน พ้นจากเครื่องผูกคือกิเลสมารได้แล้ว

ข้อ ๖๘๑

ภิกษุที่ยังมีจิตฟุ้งซ่าน กลับกลอก คบหาแต่มิตรชั่ว ถูกคลื่น(คือความผูกโกรธ)ซัดไป จมในห้วงน้ำใหญ่คือสงสาร

ข้อ ๖๘๒

ส่วนภิกษุที่มีจิตไม่ฟุ้งซ่าน ไม่กลับกลอก มีปัญญารักษาตน สำรวมอินทรีย์ คบหาแต่มิตรดี เป็นนักปราชญ์ พึงทำความสิ้นทุกข์ได้

ข้อ ๖๘๓

นรชนผู้รู้ประมาณในข้าวและน้ำย่อมซูบผอม มีตัวสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็นคล้ายเถาหญ้านาง แต่มีใจไม่ย่อท้อ

ข้อ ๖๘๔

ถูกฝูงเหลือบและยุงกัดในป่าใหญ่ พึงเป็นผู้มีสติอดกลั้นในอันตรายนั้น เหมือนช้างในสงคราม

ข้อ ๖๘๕

อาตมาไม่อยากตาย ไม่อยากเป็นอยู่ แต่รอคอยเวลาอยู่ เหมือนลูกจ้างทำการงานคอยค่าจ้าง

ข้อ ๖๘๖

อาตมาไม่อยากตาย ไม่อยากเป็นอยู่ แต่อาตมามีสติสัมปชัญญะอยู่เฉพาะหน้า คอยเวลาอันควร @เชิงอรรถ : @ ห้วงน้ำ ๔ อย่าง คือ (๑) กาโมฆะ ห้วงน้ำคือกาม (๒) ภโวฆะ ห้วงน้ำคือภพ (๓) ทิฏโฐฆะ ห้วงน้ำคือ@ทิฏฐิ (๔) อวิชโชฆะ ห้วงน้ำคืออวิชชา (ขุ.เถร.อ. ๒/๖๘๐/๒๘๓) @ ตะปูตรึงใจมี ๕ อย่าง คือ (๑) ความสงสัยในพระศาสดา (๒) ในพระธรรม (๓) ในพระสงฆ์@(๔) ในการศึกษา (๕) โกรธไม่พอใจในเพื่อนพรหมจรรย์ (ขุ.เถร.อ. ๒/๖๘๐/๒๘๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๕๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๕. โสฬสกนิบาต] ๒. อุทายีเถรคาถา

ข้อ ๖๘๗

อาตมาปรนนิบัติพระศาสดา ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว ปลงภาระที่หนักเสียได้ ถอนตัณหาที่นำไปสู่ภพได้ขาดแล้ว

ข้อ ๖๘๘

อาตมาออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตเพื่อประโยชน์ใด ประโยชน์นั้นอาตมาได้บรรลุแล้ว จะมีประโยชน์อะไรด้วยสัทธิวิหาริกผู้ว่ายากสำหรับอาตมา

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

เถรคาถาย โสฬสกนิปาโต

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา เถรคาถา โสฬสกนิบาต ๑. อัญญโกณฑัญญเถรคาถา คาถาสุภาษิตของพระอัญญาโกณฑัญญเถระ

ข้อ ๓๘๓

|๓๘๓.๖๗๓| ๑ เอส ภิยฺโย ปสีทามิ สุตฺวา ธมฺมํ มหารสํ วิราโค เทสิโต ธมฺโม อนุปาทาย สพฺพโส ฯ |๓๘๓.๖๗๔| พหูนิ โลเก จิตฺรานิ อสฺมึ ปฐวิมณฺฑเล มเถนฺติ มญฺเญ สงฺกปฺปํ สุภํ ราคูปสํหิตํ ฯ |๓๘๓.๖๗๕| รชมุหตํ วาเตน ยถา เมโฆปสามเย เอวํ สมฺมนฺติ สงฺกปฺปา ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ ฯ |๓๘๓.๖๗๖| สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจาติ ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเข เอส มคฺโค วิสุทฺธิยา ฯ |๓๘๓.๖๗๗| สพฺเพ สงฺขารา ทุกฺขาติ ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเข เอส มคฺโค วิสุทฺธิยา ฯ |๓๘๓.๖๗๘| สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตาติ ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเข เอส มคฺโค วิสุทฺธิยา ฯ |๓๘๓.๖๗๙| พุทฺธานุพุทฺโธ โย เถโร โกณฺฑญฺโญ ติพฺพนิกฺกโม ปหีนชาติมรโณ พฺรหฺมจริยสฺส เกวลี ฯ |๓๘๓.๖๘๐| โอฆปาโส ทโฬฺห ขีโล ปพฺพโต ทุปฺปทาลิโย เฉตฺวา ขีลญฺจ ปาสญฺจ เสลํ เฉตฺวาน ทุพฺภิทํ ติณฺโณ ปารงฺคโต ฌายี มุตฺโต โส มารพนฺธนา ฯ |๓๘๓.๖๘๑| อุทฺธโต จปโล ภิกฺขุ มิตฺเต อาคมฺม ปาปเก สํสีทติ มโหฆสฺมึ อุมฺมิยา ปฏิกุชฺชิโต ฯ |๓๘๓.๖๘๒| อนุทฺธโต อจปโล นิปโก สํวุตินฺทฺริโย กลฺยาณมิตฺโต เมธาวี ทุกฺขสฺสนฺตกโร สิยา ฯ |๓๘๓.๖๘๓| กาลาปพฺพงฺคสงฺกาโส กีโส ธมนิสณฺฐิโต มตฺตญฺญู อนฺนปานสฺมึ อทีนมนโส นโร |๓๘๓.๖๘๔| ผุฏฺโฐ ฑํเสหิ มกเสหิ อรญฺญสฺมึ พฺรหาวเน นาโค สงฺคามสีเสว สโต ตตฺราธิวาสเย ฯ |๓๘๓.๖๘๕| นาภินนฺทามิ มรณํ นาภินนฺทามิ ชีวิตํ กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ นิพฺพิสํ ภตโก ยถา ฯ |๓๘๓.๖๘๖| นาภินนฺทามิ มรณํ นาภินนฺทามิ ชีวิตํ กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ สมฺปชาโน ปติสฺสโต ฯ |๓๘๓.๖๘๗| ปริจิณฺโณ มยา สตฺถา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ โอหิโต ครุโก ภาโร ภวเนตฺติ สมูหตา ฯ |๓๘๓.๖๘๘| ยสฺส จตฺถาย ปพฺพชิโต อคารสฺมา อนคาริยํ โส เม อตฺโถ อนุปฺปตฺโต กึ เม สทฺธิวิหารินาติ ฯ อญฺญาโกณฺฑญฺโญ เถโร ฯ

ท้าวสักกเทวราช เมื่อจะประกาศความเลื่อมใสของพระองค์ จึงตรัสพระคาถา ที่ ๑ ว่า ข้าพเจ้าได้ฟังธรรมมีรสอันประเสริฐ จึงเกิดความเลื่อมใสอย่างยิ่ง ธรรม อันคลายความกำหนัด เพราะไม่ยึดถือมั่นโดยประการทั้งปวง พระผู้เป็น เจ้าได้แสดงแล้ว- ท้าวเธอตรัสชมเชยเทศนาของพระเถระดังนี้แล้ว ทรงนมัสการพระเถระ แล้วเสด็จกลับไปสู่ที่อยู่ของพระองค์ ภายหลังวันหนึ่ง พระเถระเห็นวาระจิตของปุถุชนบางจำพวก ซึ่งถูกมิจฉาวิตกครอบงำ และระลึกถึงคำสอนอันเป็นปฏิปักษ์ต่อมิจฉาวิตกนั้นแล้ว นึกถึงความที่คนมีใจอันพรากแล้วจากการฟังทั้งปวง จึงได้ภาษิตคาถา ๒ คาถา อันแสดงซึ่งเนื้อความนั้นว่า อารมณ์อันวิจิตรมีอยู่ในโลกเป็นอันมาก ชะรอยจะย่ำยีบุคคลผู้คิดถึง อารมณ์ว่า งาม อันประกอบด้วยราคะในปฐพีมณฑลนี้ ฝนตกลงมาใน ฤดูฝน พึงระงับธุลีที่ถูกลมพัดไปได้ ฉันใด เมื่อใด พระอริยสาวก พิจารณาเห็นด้วยปัญญา เมื่อนั้น ความดำริของพระอริยสาวกนั้นย่อม ระงับไปฉันนั้น เมื่อใด พระอริยสาวกพิจารณาเห็นด้วยปัญญาว่า สังขาร ทั้งปวงไม่เที่ยง เมื่อนั้น พระอริยสาวกนั้นย่อมหน่ายในทุกข์ นี้เป็น ทางแห่งความหมดจด เมื่อใด พระอริยสาวกพิจารณาเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ เมื่อนั้น พระอริยสาวกนั้นย่อมหน่ายในทุกข์ นี้เป็นทางแห่งความหมดจด เมื่อใด พระอริยสาวกพิจารณาเห็นด้วย ปัญญาว่า ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา เมื่อนั้นพระอริยสาวกนั้นย่อมหน่าย ในทุกข์ นี้เป็นทางแห่งความหมดจด พระโกณฑัญญเถระองค์ใดเป็นผู้ ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า เป็นผู้มีความบากบั่นอย่างแรงกล้า ละความเกิด และความตายได้แล้ว เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยพรหมจรรย์อันได้ด้วยยาก พระ โกณฑัญญเถระองค์นั้นได้ตัดบ่วง คือ โอฆะ ตาปูตรึงจิต อันมั่นคง และภูเขาที่ทำลายได้ยากแล้ว ข้ามไปถึงฝั่ง คือ นิพพาน เป็นผู้เพ่ง ฌาน หลุดพ้นจากเครื่องผูกแห่งมาร. ภายหลังวันหนึ่ง ท่านพระโกณฑัญญเถระได้เห็นภิกษุรูปหนึ่งซึ่งเป็นสัทธิวิหาริกของท่านเป็นผู้เกียจคร้าน มีความเพียรทราม มีใจฟุ้งซ่าน มักใหญ่ใฝ่สูง เพราะการคบหาด้วยมิตรชั่วช้า จึงไปยังที่นั้นด้วยฤทธิ์ แล้วตักเตือนว่า ท่านอย่าทำอย่างนี้ต่อไป ขอท่านจงละมิตรชั่วช้าเสียแล้วคบหากัลยาณมิตรทำสมณธรรมเถิด ภิกษุนั้นไม่เชื่อฟังคำของท่าน ท่านจึงเกิดความสลดใจ เมื่อจะติเตียนข้อปฏิบัติอันผิด และสรรเสริญการปฏิบัติชอบและการอยู่สงัด ด้วยถ้อยคำอันเป็นบุคคลาธิษฐาน จึงได้ภาษิตคาถานี้ใจความว่า ภิกษุมีใจฟุ้งซ่าน กลับกลอก คบหาแต่มิตรที่เลวทราม ถูกคลื่นซัดให้ จมอยู่ในห้วงน้ำ คือ สงสาร ส่วนภิกษุมีใจไม่ฟุ้งซ่าน ไม่กลับกลอก มีปัญญารักษาตัวรอด สำรวมอินทรีย์ คบหากัลยาณมิตร เป็นนักปราชญ์ พึงทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ นรชนผู้ซูบผอม มีตัวสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็นดัง เถาหญ้านาง เป็นผู้รู้จักประมาณในข้าวและน้ำ มีใจไม่ย่อท้อ ถูกเหลือบ ยุงทั้งหลายกัดอยู่ในป่าใหญ่ ย่อมเป็นผู้มีสติอดกลั้น ได้อยู่ในป่านั้น เหมือนช้างที่อดทนต่อศาตราวุธในยุทธสงครามฉะนั้น เราไม่ยินดีความ ตาย ไม่เพลิดเพลินความเป็นอยู่ เรารอเวลาตาย เหมือนลูกจ้างรอให้ หมดเวลาทำงาน ฉะนั้น เราไม่ยินดีความตาย ไม่เพลิดเพลินความเป็น อยู่ แต่เรามีสติสัมปชัญญะรอเวลาตาย พระศาสดาเราได้คุ้นเคยแล้ว เราทำคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเสร็จแล้ว ปลงภาระอันหนักลงแล้ว ถอนตัณหาเครื่องนำไปสู่ภพขึ้นแล้ว ได้บรรลุถึงประโยชน์ที่กุลบุตรทั้ง หลายออกบวชเป็นบรรพชิตต้องการแล้ว เพราะฉะนั้น จะมีประโยชน์ อะไรด้วยสัทธิวิหาริก ผู้ว่ายากแก่เรา. @ ความสงสัยและความโกรธความไม่พอใจ ความไม่รู้ในทุกข์เป็นต้น

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/