๖. มิตตากาฬีเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๕. ปัญจกนิบาต] ๗. สกุลาเถรีคาถา ๖. มิตตากาฬีเถรีคาถา ภาษิตของพระมิตตากาฬีเถรี พระมิตตากาฬีเถรี(ได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
เราออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตด้วยศรัทธา แต่เป็นผู้ขวนขวายในลาภสักการะเที่ยวไปด้วยเหตุนั้นๆ
ละทิ้งประโยชน์ที่ยอดเยี่ยม ถือเอาประโยชน์ที่เลว ตกอยู่ในอำนาจของกิเลส ไม่ยินดีประโยชน์ของความเป็นสมณะ
เมื่อเรานั้นนั่งในที่อยู่ ได้เกิดความสังเวชว่า เราเดินทางผิดเสียแล้ว ตกอยู่ในอำนาจของตัณหา
ชีวิตของเราน้อย ชราและพยาธิย่ำยี ร่างกายนี้จะแตกสลายไปเสียก่อน ไม่ใช่เวลาที่เราจะประมาท
เมื่อเราพิจารณาถึงความเกิดขึ้น และความเสื่อมไปของขันธ์ทั้งหลายตามความเป็นจริง จึงได้ดำรงอยู่อย่างผู้มีจิตหลุดพ้น เราได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๖. มิตตกาลีเถรีคาถา สุภาษิตชี้โทษการติดลาภสักการะ
|๔๔๔.๙๒| ๖ สทฺธาย ปพฺพชิตฺวาน อคารสฺมา อนคาริยํ วิจริหํ เตน เตน ลาภสกฺการอุสฺสุกา ฯ |๔๔๔.๙๓| ริญฺจิตฺวา ปรมํ อตฺถํ หีนมตฺถํ อเสวิหํ กิเลสานํ วสํ คนฺตฺวา สามญฺญตฺถํ นิรชฺชิหํ ฯ |๔๔๔.๙๔| ตสฺสา เม อหุ สํเวโค นิสินฺนาย วิหารเก อุมฺมคฺคปฏิปนฺนมฺหิ ตณฺหาย วสมาคตา ฯ |๔๔๔.๙๕| อปฺปกํ ชีวิตํ มยฺหํ ชรา พฺยาธิ จ มทฺทติ ปุรายํ ภิชฺชติ กาโย น เม กาโล ปมชฺชิตุํ ฯ |๔๔๔.๙๖| ยถาภูตมเวกฺขนฺตี ขนฺธานํ อุทยพฺพยํ วิมุตฺตจิตฺตา อุฏฺฐาสึ กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ มิตฺตกาลี ฯ
เราออกบวชเป็นบรรพชิตด้วยศรัทธา แต่เป็นผู้ขวนขวายในลาภสัก- การะ ประพฤติพรหมจรรย์ด้วยการมุ่งลาภ เป็นเหตุละประโยชน์อันเยี่ยม แล้ว ถือเอาประโยชน์อันเลว เราตกอยู่ในอำนาจของกิเลส ไม่ยินดี ประโยชน์ของความเป็นสมณะ เมื่อเรานั่งในที่อยู่ ได้เกิดความสังเวช ว่า เราเป็นผู้เดินทางผิดเสียแล้ว จึงตกอยู่ในอำนาจของตัณหา ชีวิต ของเราเป็นของน้อย ถูกชราและพยาธิย่ำยีอยู่เป็นนิตย์ กายนี้ย่อมทำลาย ไปก่อน เวลานี้เราไม่ควรประมาท เมื่อเราพิจารณาเห็นความเกิดขึ้น และความเสื่อมไปของขันธ์ทั้งหลาย ตามความเป็นจริง จึงมีจิตหลุดพ้น จากภพ ๓ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราทำเสร็จแล้ว.