๓. ภัททเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๗. สัตตกนิบาต] ๓. ภัททเถรคาถา ๓. ภัททเถรคาถา ภาษิตของพระภัททเถระ (พระภัททเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า)
เราเป็นบุตรคนเดียว จึงได้เป็นที่รักของมารดาบิดา เพราะเหตุว่ามารดาบิดาได้เรามาด้วยการประพฤติวัตร และการบวงสรวงมากมาย
มารดาบิดาทั้งสองนั้นแหละมุ่งหวังความเจริญ แสวงหาประโยชน์เพื่ออนุเคราะห์เรา จึงได้น้อมนำเราไปถวายพระพุทธเจ้าด้วยกราบทูลว่า
บุตรชายคนนี้ข้าพระองค์ทั้งสองได้มาโดยยาก เป็นสุขุมาลชาติ ได้รับแต่ความสุข ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก ข้าพระองค์ทั้งสอง ขอถวายบุตรสุดที่รักคนนี้ ไว้เป็นคนรับใช้พระองค์ผู้ทรงชนะมาร
พระศาสดาทรงรับเราแล้ว ได้รับสั่งกับพระอานนท์เถระว่า จงบวชให้เด็กนี้ เด็กนี้จักเป็นผู้รอบรู้ได้รวดเร็ว
พระศาสดาผู้ทรงชนะมาร ครั้นทรงสั่งให้บวชให้เราแล้ว ก็ได้เสด็จเข้าพระคันธกุฎี เมื่อพระอาทิตย์ยังไม่ทันอัสดงคต พอเริ่มวิปัสสนานั้น จิตของเราก็ได้หลุดพ้นแล้ว
แต่นั้น พระศาสดาทรงออกจากผลสมาบัตินั้นแล้ว เสด็จออกจากที่เร้น ทรงรับสั่งกับเราว่า ภัททะ เธอจงเป็นภิกษุมาเถิด พระวาจานั้นได้เป็นการอุปสมบทของเรา
เราเกิดมาได้ ๗ ปี ก็ได้อุปสมบท ได้บรรลุวิชชา ๓ น่าอัศจรรย์จริง ความที่ธรรมเป็นธรรมดี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๒๐}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๓. ภัททเถรคาถา คาถาสุภาษิตของพระภัททเถระ
|๓๖๓.๔๗๓| ๓ เอกปุตฺโต อหํ อาสึ ปิโย มาตุ ปิโย ปิตุ พหูหิ วตจริยาหิ ลทฺโธ อายาจนาหิ จ ฯ |๓๖๓.๔๗๔| เต จ มํ อนุกมฺปาย อตฺถกามา หิเตสิโน อุโภ ปิตา จ มาตา จ พุทฺธสฺส อุปนามยุํ ฯ |๓๖๓.๔๗๕| กิจฺฉา ลทฺโธ อยํ ปุตฺโต สุขุมาโล สุเขธิโต อิมํ ททาม เต นาถ ชินสฺส ปริจารกํ ฯ |๓๖๓.๔๗๖| สตฺถา จ มํ ปฏิคฺคยฺห อานนฺทํ เอตทพฺรวิ ปพฺพาเชหิ อิมํ ขิปฺปํ เหสฺสตฺยาชานิโย อยํ ฯ |๓๖๓.๔๗๗| ปพฺพาเชตฺวาน มํ สตฺถา วิหารํ ปาวิสี ชิโน อโนคฺคตสฺมึ สุริยสฺมึ ตโต จิตฺตํ วิมุจฺจิ เม ฯ |๓๖๓.๔๗๘| ตโต สตฺถา นิรงฺกตฺวา ปฏิสลฺลานวุฏฺฐิโต เอหิ ภทฺทาติ มํ อาห สา เม อาสูปสมฺปทา ฯ |๓๖๓.๔๗๙| ชาติยา สตฺตวสฺเสน ลทฺธา เม อุปสมฺปทา ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา อโห ธมฺมสุธมฺมตาติ ฯ ภทฺโท เถโร ฯ
เราเป็นบุตรคนเดียว จึงเป็นที่รักของมารดาบิดา เพราะเหตุว่า มารดาบิดาได้เรามาด้วยการประพฤติวัตร และการเซ่นสรวงเป็นอัน มาก ก็มารดาและบิดาทั้งสองนั้น มุ่งหวังความเจริญ แสวง หาประโยชน์เพื่ออนุเคราะห์เรา จึงนำเรามาถวายแด่พระพุทธเจ้า แล้วทูลว่า บุตรของข้าพระองค์นี้เป็นสุขุมาลชาติ เจริญด้วย ความสุข เป็นบุตรที่ข้าพระองค์ได้มาโดยยาก ข้าแต่พระองค์ผู้ เป็นนาถะของโลก ข้าพระองค์ทั้งสองขอถวายบุตรสุดที่รักนี้ ให้ เป็นคนรับใช้สอยของพระองค์ผู้ทรงชนะกิเลสมาร ก็พระศาสดา ทรงรับเราแล้ว รับสั่งกะท่านพระอานนท์ว่า จงรีบให้เด็กคนนี้บรรพชา เถิด เพราะเด็กคนนี้จักเป็นผู้รอบรู้รวดเร็ว พระศาสดาผู้ทรงชนะ มาร รับสั่งให้พระอานนท์บรรพชาให้เราแล้วเสด็จเข้าสู่พระคันธกุฎี เมื่อพระอาทิตย์ยังไม่อัศดงคต จิตของเราก็พ้นจากอาสวะกิเลสทั้งปวง ภายหลัง พระศาสดาทรงออกจากสมาบัติแล้ว เสด็จออกจาก ที่เร้น รับสั่งกะเราว่า จงเป็นภิกษุมาเถิดภัททะ การรับสั่ง เช่นนั้น เป็นการอุปสมบทของเรา เราเกิดมาได้ ๗ ปี ก็ได้ อุปสมบท ได้บรรลุวิชชา ๓ น่าอัศจรรย์ ความที่ธรรมเป็น ความดี