๒. สุนีตเถรคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. สุนีตเถรคาถา ภาษิตของพระสุนีตเถระ (พระสุนีตเถระได้บันลือสีหนาทด้วยคาถาเหล่านี้ว่า)
เราเกิดมาในสกุลต่ำ ซ้ำขัดสน มีของกินน้อย มีการงานต่ำ ได้เป็นคนเก็บดอกไม้ที่เหี่ยวแห้งไปทิ้ง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๔๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๒. ทวาทสกนิบาต] ๒. สุนีตเถรคาถา
เราถูกคนทั้งหลายเกลียดชัง ดูหมิ่น ข่มขู่ ได้ถ่อมตน ไหว้หมู่ชนเป็นอันมาก
ต่อมา เราได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมีความเพียรมากซึ่งมีภิกษุสงฆ์แวดล้อม กำลังเสด็จเข้าไปยังพระนครอันอุดมของชาวมคธ
จึงวางหาบลงแล้ว เข้าไปถวายบังคมพระองค์ซึ่งเป็นบุคคลผู้สูงสุด ได้ประทับยืนอยู่เพื่ออนุเคราะห์เรา
ครั้งนั้น เราได้ถวายบังคมพระยุคลบาทพระศาสดา แล้วยืนอยู่ ณ ที่สมควร จึงได้ทูลขอบรรพชากับพระองค์ผู้สูงสุดกว่าสรรพสัตว์
ลำดับนั้น พระศาสดาผู้ทรงมีพระกรุณา อนุเคราะห์สัตว์โลกทั้งมวล ได้ตรัสกับเราว่า เธอเป็นภิกษุมาเถิด พระวาจานั้นได้เป็นการอุปสมบทของเรา
เรานั้นอยู่ในป่าแต่ผู้เดียว ไม่เกียจคร้าน ได้ทำตามพระโอวาทพระศาสดาผู้ชนะมารทรงสั่งสอนเรามา
ในราตรีปฐมยาม เราระลึกชาติก่อนได้ ในมัชฌิมยาม ได้ชำระทิพยจักษุให้สะอาดแล้ว ในปัจฉิมยาม ได้ทำลายกองแห่งความมืดคืออวิชชาแล้ว
ต่อเมื่อราตรีสิ้นไป ดวงอาทิตย์ขึ้นไปจนตก พระอินทร์และท้าวมหาพรหมพากันมาประณมอัญชลี นอบน้อมเราพร้อมกับกล่าวว่า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๔๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรคาถา [๑๒. ทวาทสกนิบาต] รวมเรื่องพระเถระที่มีในนิบาต
ข้าแต่ท่านผู้เป็นบุรุษอาชาไนย ขอความนอบน้อมจงมีแด่ท่าน ข้าแต่ท่านผู้เป็นบุรุษสูงสุด ขอความนอบน้อมจงมีแด่ท่าน ท่านผู้นิรทุกข์ ท่านสิ้นอาสวะแล้วเป็นผู้ควรแก่ทักษิณา
ลำดับนั้น พระศาสดาได้ทรงเห็นซึ่งหมู่เทวดาแวดล้อมอยู่ จึงทรงแย้ม แล้วได้ตรัสเนื้อความนี้ว่า
บุคคลชื่อว่าเป็นพราหมณ์เพราะคุณธรรมนี้ คือ ตบะ พรหมจรรย์ ความสำรวม และความฝึกฝน ตบะเป็นต้นนี้จัดเป็นพราหมณ์ชั้นสูงสุด ทวาทสกนิบาต จบ รวมเรื่องพระเถระที่มีในนิบาตนี้ ๒ รูป คือ พระเถระ ๒ รูปนี้มีฤทธิ์มาก คือ ๑. พระสีลวเถระ ๒. พระสุนีตเถระ ในทวาทสกนิบาตมี ๒๔ คาถา ฉะนี้แล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๔๘}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๒. สุนีตเถรคาถา คาถาภาษิตของพระสุนีตเถระ
|๓๗๙.๖๒๐| ๒ นีเจ กุลมฺหิ ชาโตหํ ทลิทฺโท อปฺปโภชโน หีนํ กมฺมํ มมํ อาสิ อโหสึ ปุปฺผฉฑฺฑโก ฯ |๓๗๙.๖๒๑| ชิคุจฺฉิโต มนุสฺสานํ ปริภูโต จ วมฺภิโต นีจํ มนํ กริตฺวาน วนฺทิสฺสํ พหุกํ ชนํ ฯ |๓๗๙.๖๒๒| อถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ ภิกฺขุสงฺฆปุรกฺขตํ ปวิสนฺตํ มหาวีรํ มคธานํ ปุรุตฺตมํ ฯ |๓๗๙.๖๒๓| นิกฺขิปิตฺวาน พฺยาภงฺคึ วนฺทิตุํ อุปสงฺกมึ มเมว อนุกมฺปาย อฏฺฐาสิ ปุริสุตฺตโม ฯ |๓๗๙.๖๒๔| วนฺทิตฺวา สตฺถุโน ปาเท เอกมนฺตํ ฐิโต ตทา ปพฺพชฺชํ อหมายาจึ สพฺพสตฺตานมุตฺตมํ ฯ |๓๗๙.๖๒๕| ตโต การุณิโก สตฺถา สพฺพโลกานุกมฺปโก เอหิ ภิกฺขูติ มํ อาห สา เม อาสูปสมฺปทา ฯ |๓๗๙.๖๒๖| โสหํ เอโก อรญฺญสฺมึ วิหรนฺโต อตนฺทิโต อกาสึ สตฺถุ วจนํ ยถา มํ โอวที ชิโน ฯ |๓๗๙.๖๒๗| รตฺติยา ปฐมํ ยามํ ปุพฺพชาติมนุสฺสรึ รตฺติยา มชฺฌิมํ ยามํ ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธยึ รตฺติยา ปจฺฉิเม ยาเม ตโมกฺขนฺธํ ปทาลยึ ฯ |๓๗๙.๖๒๘| ตโต รตฺยา วิวสเน สุริยสฺสุคฺคมนํ ปติ อินฺโท พฺรหฺมา จ อาคนฺตฺวา มํ นมสฺสึสุ ปญฺชลี |๓๗๙.๖๒๙| นโม เต ปุริสาชญฺญ นโม เต ปุริสุตฺตม ยสฺส เต อาสวา ขีณา ทกฺขิเณยฺโยสิ มาริส ฯ |๓๗๙.๖๓๐| ตโต ทิสฺวาน มํ สตฺถา เทวสงฺฆปุรกฺขตํ สิตํ ปาตุกริตฺวาน อิมมตฺถํ อภาสถ |๓๗๙.๖๓๑| ตเปน พฺรหฺมจริเยน สญฺญเมน ทเมน จ เอเตน พฺราหฺมโณ โหติ เอตํ พฺราหฺมณมุตฺตมนฺติ ฯ สุนีโต เถโร ฯ อุทฺทานํ สีลวา จ สุนีโต จ เถรา เทฺวเต มหิทฺธิกา ทฺวาทสมฺหิ นิปาตมฺหิ คาถาโย จตุวีสตีติ ฯ ทฺวาทสกนิปาโต นิฏฺฐิโต ฯ ---------------
เราเกิดมาในสกุลต่ำ เป็นคนยากจน มีเครื่องบริโภคน้อย การงานของ เราเป็นการงานต่ำ เราเป็นคนเทดอกไม้ เราถูกมนุษย์เกลียดชัง ดูหมิ่น และแช่งด่า เราถ่อมตนไหว้หมู่ชนเป็นอันมาก ครั้งนั้น เราได้เห็น พระพุทธเจ้า ผู้เป็นมหาวีรบุรุษ ห้อมล้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ เสด็จ เข้าไปสู่พระนครอันอุดม ของชาวมคธเพื่อบิณฑบาต เราจึงวางกระเช้า ลงแล้วเข้าไปถวายบังคม พระองค์ผู้เป็นอุดมบุรุษได้ประทับยืนอยู่เพื่อ อนุเคราะห์เรา ครั้งนั้นเราได้ถวายบังคมพระยุคลบาทของพระศาสดาแล้ว ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วจึงทูลขอบรรพชากะพระองค์ผู้สูงสุด กว่าสัตว์ทั้งปวง ลำดับนั้น พระศาสดาผู้มีพระกรุณาอนุเคราะห์สัตว์โลก ทั้งปวง ได้ตรัสเรียกเราว่า จงเป็นภิกษุมาเถิด พระดำรัสนั้นเป็น อุปสมบทของเรา เมื่อเราอุปสมบทแล้ว อยู่ในป่าแต่ผู้เดียว ไม่เกียจ คร้าน ได้ทำตามพระดำรัสของพระศาสดาผู้พิชิตมาร ที่ทรงสั่งสอนเรา ในราตรีปฐมยาม เราก็ระลึกถึงชาติก่อนๆ ได้ในมัชฌิมยาม ก็ได้ทิพย- จักษุ ในปัจฉิมยาม เราก็ทำลายกองแห่งความมืด คือ อวิชชาได้ ครั้น รุ่งราตรีพระอาทิตย์อุทัย เทพเจ้าเหล่าอินทร์และพรหมทั้งหลาย พากัน ประนมอัญชลีนมัสการเราพร้อมกับกล่าวว่า ข้าแต่ท่านผู้เป็นบุรุษอาชา- ไนย ขอนอบน้อมต่อท่าน ข้าแต่ท่านผู้เป็นอุดมบุรุษ ขอนอบน้อมต่อ ท่าน ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ ท่านเป็นผู้สิ้นอาสวะ เป็นทักขิไณยบุคคล ลำดับนั้น พระศาสดาทอดพระเนตรเห็นเราห้อมล้อมด้วยหมู่เทพเจ้า จึงทรงยิ้มแย้ม แล้วได้ตรัสเนื้อความนี้ว่า บุคคลชื่อว่าเป็นพราหมณ์ เพราะคุณธรรม ๔ ประการ คือ ตบะ ๑ พรหมจรรย์ ๑ สัญญมะ ๑ ทมะ ๑ ท่านผู้รู้ทั้งหลายกล่าวบุคคลผู้ประกอบด้วยคุณธรรม ๔ ประการ มีตบะเป็นต้นนั้นว่า เป็นพราหมณ์ผู้อุดม. ในทวาทสกนิบาตนี้ พระเถระ ๒ รูป คือ พระสีลวเถระ ๑ พระสุนีต เถระ ๑ ล้วนแต่มีมหิทธิฤทธิ์ ได้ภาษิตคาถารูปละ ๑๒ คาถา รวมเป็น ๒๔ คาถา ฉะนี้. จบ ทวาทสกนิบาต. -----------------------------------------------------