๓. อุปจาลาเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๗. สัตตกนิบาต] ๓. อุปจาลาเถรีคาถา ๓. อุปจาลาเถรีคาถา ภาษิตของพระอุปจาลาเถรี พระอุปจาลาเถรี(เมื่อจะกล่าวภาษิตที่มารกล่าวแก่ตนจึงได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
เราเป็นภิกษุณี มีสติ มีจักษุ อบรมอินทรีย์แล้ว รู้แจ้งบทอันสงบซึ่งอุดมบุรุษคบหาแล้ว (มารถามว่า)
ทำไม แม่นางจึงไม่ชอบใจความเกิด เพราะธรรมดาผู้เกิดมาแล้วย่อมบริโภคกามทั้งหลาย เชิญแม่นางบริโภคความยินดีในกามทั้งหลายเถิด แม่นางอย่าได้มีความเดือดร้อนในภายหลังเลย (พระอุปจาลาเถรีตอบว่า)
ผู้เกิดมาแล้วจะต้องตาย จะต้องถูกตัดมือตัดเท้า ถูกฆ่า ถูกจองจำ เกิดมาแล้วจำต้องประสบทุกข์
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จอุบัติในตระกูลศากยะ ผู้ทรงชนะแล้ว ทรงพระชนม์ชีพอยู่ พระองค์ได้ทรงแสดงธรรม โปรดเราอันเป็นอุบายล่วงเสียซึ่งชาติ คือ
ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ความดับทุกข์ และอริยมรรคมีด้วยองค์ ๘ ซึ่งเป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์
เราได้ฟังคำสอนของพระองค์แล้ว ยินดีอยู่ในคำสอน ได้บรรลุวิชชา ๓ ได้ทำตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว
กำจัดความเพลิดเพลินในกามทั้งปวงได้แล้ว ทำลายกองแห่งความมืดได้แล้ว มารผู้ชั่วช้าเลวทราม ท่านจงรู้อย่างนี้ว่า ท่านถูกเรากำจัดแล้ว สัตตกนิบาต จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๘๖}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๓. อุปจาลาเถรีคาถา คาถาสุภาษิตของนางอุปจาลาเถรี พระอุปจาลาเถรีกล่าวว่า
|๔๖๑.๑๘๙| ๓ สตีมตี จกฺขุมตี ภิกฺขุนี ภาวิตินฺทฺริยา ปฏิวิชฺฌึ ปทํ สนฺตํ อกาปุริสเสวิตํ ฯ |๔๖๑.๑๙๐| กึ นุ ชาตึ น โรเจสิ ชาโต กามานิ ภุญฺชติ ภุญฺชาหิ กามรติโย มาหุ ปจฺฉานุตาปินี ฯ |๔๖๑.๑๙๑| ชาตสฺส มรณํ โหติ หตฺถปาทาน เฉทนํ วธพนฺธปริกฺเขปํ ชาโต ทุกฺขํ นิคจฺฉติ ฯ |๔๖๑.๑๙๒| อตฺถิ สกฺยกุเล ชาโต สมฺพุทฺโธ อปราชิโต โส เม ธมฺมมเทเสสิ ชาติยา สมติกฺกมํ |๔๖๑.๑๙๓| ทุกฺขํ ทุกฺขสมุปฺปาทํ ทุกฺขสฺส จ อติกฺกมํ อริยฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ทุกฺขูปสมคามินํ ฯ |๔๖๑.๑๙๔| ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา วิหรึ สาสเน รตา ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๔๖๑.๑๙๕| สพฺพตฺถ วิหตา นนฺทิ ตโมกฺขนฺโธ ปทาลิโต เอวํ ชานาหิ ปาปิม นิหโต ตฺวมสิ อนฺตก ฯ อุปจาลา ฯ สตฺตกนิปาโต สมตฺโต ฯ -----------------
เราเป็นภิกษุณีผู้มีสติ มีจักษุ มีอินทรีย์อันอบรมแล้ว แทงตลอดสันตบท อันอุดมบุรุษเสพแล้ว. มารกล่าวว่า เหตุไฉนหนอท่านจึงไม่ชอบความเกิด เพราะธรรมดาผู้เกิดย่อมบริโภค กามทั้งหลาย เชิญท่านบริโภคความยินดีในกามทั้งหลายเถิด อย่าได้เป็น ผู้มีความเดือดร้อนในภายหลังเลย พระอุปจาลาเถรีกล่าวว่า เพราะความตายย่อมมีแก่ผู้เกิด ไม่มีแก่ผู้ไม่เกิด การถูกตัดมือและเท้า การถูกฆ่าและถูกจองจำย่อมมีแก่ผู้เกิด ไม่มีแก่ผู้ไม่เกิด ผู้เกิดแล้วย่อม ได้ประสบทุกข์ ผู้ไม่เกิดย่อมไม่ประสบ พระสัมพุทธเจ้าผู้เสด็จอุบัติใน สกุลศากยะ ไม่มีผู้ใดเปรียบปาน พระองค์ได้ทรงแสดงธรรมอันเป็น อุบายล่วงเสียซึ่งทิฏฐิทั้งหลาย คือ ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ความดับ- ทุกข์ อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นทางดำเนินให้ถึงความ ดับทุกข์แก่เรา เราได้ฟังคำสั่งสอนของพระองค์แล้ว ยินดีอยู่ในพระ- ศาสนา เราได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราได้ทำ เสร็จแล้ว เรากำจัดความเพลิดเพลินในสิ่งทั้งปวงได้แล้ว ทำลาย กองแห่งความมืดแล้ว ดูกรมารผู้ใจบาป ท่านจงรู้อย่างนี้เถิด ตัวท่าน เรากำจัดได้แล้ว. จบ สัตตกนิบาต. -----------------------------------------------------