๗. คุตตาเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. คุตตาเถรีคาถา ภาษิตของพระคุตตาเถรี (พระผู้มีพระภาคเมื่อจะทรงอนุเคราะห์พระคุตตาเถรีได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า)
คุตตา การละบุตรและสมบัติอันเป็นที่รัก ออกบวชเพื่อประโยชน์แก่นิพพานใด เธอจงพอกพูนนิพพานนั้นเนืองๆ เถิด อย่าตกอยู่ในอำนาจจิต
สัตว์ทั้งหลายผู้ยังไม่รู้แจ้ง ถูกจิตลวงแล้ว ยินดีในสิ่งที่เป็นวิสัยของมาร ย่อมพากันท่องเที่ยวไปสู่ชาติสงสารมิใช่น้อย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๘๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๖. ฉักกนิบาต] ๘. วิชยาเถรีคาถา
ภิกษุณี เธอละสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ อย่างนี้ คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส กามราคะ ปฏิฆะ
ให้ขาดแล้ว อย่าได้กลับมาสู่กามภพนี้อีก
เธอละเว้นรูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวิชชา ตัดสังโยชน์ทั้งหลายแล้ว จะทำที่สุดทุกข์ได้
ทำชาติสงสารให้สิ้นไปแล้ว กำหนดรู้ภพใหญ่ หมดความทะยานอยาก จะเป็นผู้สงบระงับอยู่ในปัจจุบัน ๘. วิชยาเถรีคาถา ภาษิตของพระวิชยาเถรี (พระวิชยาเถรีได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ด้วยการรเปล่งอุทานว่า)
เราบังคับจิตให้อยู่ในอำนาจไม่ได้ จึงไม่ได้ความสงบใจ ต้องเข้าออกจากที่อยู่ถึง ๔-๕ ครั้ง
จึงเข้าไปหาพระเขมาภิกษุณี ไต่ถามโดยเคารพ ท่านแสดงธรรมโปรดเรา คือ ธาตุ อายตนะ @เชิงอรรถ : @ สักกายทิฏฐิ (ความเห็นว่าเป็นตัวของตน) วิจิกิจฉา (ความสงสัย) สีลัพพตปรามาส (ความถือมั่น@ศีลพรต) กามราคะ (ความกำหนัดในกาม) ปฏิฆะ (ความหงุดหงิดขัดเคือง) รูปราคะ (ความปรารถนา@ในรูปภพ) อรูปราคะ (ความปรารถนาในอรูปภพ) มานะ (ความสำคัญตน) อุทธัจจะ (ความฟุ้งซ่าน)@อวิชชา (ความไม่รู้จริง)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๘๒}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๗. คุตตาเถรีคาถา พระพุทธโอวาทเตือนนางคุตตาเถรี พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
|๔๕๗.๑๖๓| ๗ คุตฺเต ยทตฺถํ ปพฺพชฺชา หิตฺวา ปุตฺตํ สมุสฺสยํ ตเมว อนุพฺรูเหหิ มา จิตฺตสฺส วสํ คมิ ฯ |๔๕๗.๑๖๔| จิตฺเตน วญฺจิตา สตฺตา มารสฺส วิสเย รตา อเนกชาติสํสารํ สนฺธาวนฺติ อวิทฺทสู ฯ |๔๕๗.๑๖๕| กามจฺฉนฺทญฺจ พฺยาปาทํ สกฺกายทิฏฺฐิเมว จ สีลพฺพตปรามาสํ วิจิกิจฺฉญฺจ ปญฺจมํ ฯ |๔๕๗.๑๖๖| สํโยชนานิ เอตานิ ปชหิตฺวาน ภิกฺขุนี โอรมฺภาคมนียานิ นยิทํ ปุนเรหิสิ ฯ |๔๕๗.๑๖๗| ราคํ มานํ อวิชฺชญฺจ อุทฺธจฺจญฺจ วิวชฺชิย สํโยชนานิ เฉตฺวาน ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสสิ ฯ |๔๕๗.๑๖๘| เขเปตฺวา ชาติสํสารํ ปริญฺญาย ปุนพฺภวํ ทิฏฺเฐ ธมฺเมว นิจฺฉาตา อุปสนฺตา จริสฺสสิ ฯ คุตฺตา ฯ
ดูกรนางคุตตา การที่ท่านละบุตร หมู่ญาติและกองแห่งโภคะอันเป็นที่รัก แล้ว ออกบวชเพื่อประโยชน์แก่นิพพานใด ท่านจงพอกพูนนิพพานนั้น เนืองๆ เถิด ท่านอย่าตกอยู่ในอำนาจของจิต สัตว์ทั้งหลายผู้ไม่รู้แจ้ง ถูกจิตหลอกลวงแล้ว ยินดีในสิ่งอันเป็นวิสัยของมาร ย่อมพากัน ท่องเที่ยวไปสู่ชาติสงสารมิใช่น้อย ดูกรนางภิกษุณี ท่านจงละขาดซึ่ง สังโยชน์อันเป็นส่วนเบื้องต่ำเหล่านี้ คือกามฉันทะ ๑ พยาบาท ๑ สัก- กายทิฏฐิ ๑ วิจิกิจฉา ๑ สีลัพพตปรามาสอันเป็นข้อที่ห้า ๑ แล้วอย่ากลับ มาสู่กามภพอีก ท่านจงละเว้นราคะ มานะ อวิชชา อุทธัจจะ และตัด สังโยชน์ทั้งหลายแล้ว จักทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ ท่านยังชาติสงสารให้ สิ้นไปแล้ว กำหนดรู้ภพใหม่ หมดความทะยานอยาก จักเป็นผู้สงบ ระงับ เที่ยวไปในปัจจุบัน.