๑. มัญชิฏฐกวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๔. มัญชิฏฐกวรรค ๑. มัญชิฏฐกวิมาน ๔. มัญชิฏฐกวรรค หมวดว่าด้วยวิมานแก้วผลึกสีแดง ๑. มัญชิฏฐกวิมาน ว่าด้วยวิมานแก้วผลึกสีแดงที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายดอกสาละ (พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพธิดาองค์หนึ่งว่า)
เทพธิดา เธอรื่นรมย์อยู่ด้วยดนตรีเครื่องห้า ที่เทพบุตรและเทพธิดาประโคมอยู่อย่างไพเราะ ในวิมานแก้วผลึกแดงซึ่งมีพื้นดารดาษด้วยทรายทอง
เมื่อเธอลงจากวิมานแก้วซึ่งบุญกรรมเนรมิตไว้แล้วนั้น เข้าไปสู่ป่าไม้สาละซึ่งผลิดอกบานสะพรั่งทุกฤดูกาล
ยืนที่โคนต้นสาละใดๆ ก็ตาม ต้นสาละนั้นๆ ซึ่งเป็นต้นไม้อุดมสมบูรณ์ ก็น้อมกิ่งโปรยดอกลงมา
ป่าไม้สาละเป็นที่อาศัยของเหล่าสกุณชาติ ต้องลมรำเพยพัดไหวไปมา มีกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทุกทิศ ดุจต้นอุโลก
เธอสูดดมกลิ่นที่หอมหวนนั้น ทั้งได้เห็นรูปอันมิใช่ของมนุษย์ เทพธิดา อาตมาถามแล้ว ขอเธอจงบอกเถิดว่า นี้เป็นผลของกรรมอันใดเล่า (เทพธิดาตอบว่า)
เมื่อดิฉันเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ เป็นหญิงรับใช้อยู่ในตระกูลเจ้านาย ได้เห็นพระพุทธเจ้าประทับนั่งอยู่ จึงได้โปรยดอกสาละลง (รอบพระอาสน์)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๗๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๔. มัญชิฏฐกวรรค ๒.ปภัสสรวิมาน
และมีจิตเลื่อมใส ได้น้อมพวงมาลัยดอกสาละ ซึ่งประดิษฐ์ไว้อย่างดี เข้าไปถวายพระพุทธเจ้าด้วยมือทั้งสองของตน
ครั้นดิฉันทำกุศลกรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญแล้วนั้น จึงสร่างโศก หมดโรคภัย มีความสุข รื่นเริง บันเทิงใจอยู่เป็นนิตย์มัญชิฏฐกวิมานที่ ๑ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จตุตฺโถ มญฺชิฏฺฐกวคฺโค
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา มัญชิฏฐกวรรคที่ ๔ ๑. มัญชิฏฐกวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในมัญชิฏฐกวิมาน พระมหาโมคคัลลานเถระถามนางเทพธิดาตนหนึ่งว่า
|๓๙.๔๗๔| ๑ มญฺชิฏฺฐเก วิมานสฺมึ โสวณฺณวาลุกสนฺถเต ปญฺจงฺคิเกน ตุริเยน รมสิ สุปฺปวาทิเต |๓๙.๔๗๕| ตมฺหา วิมานา โอรุยฺห นิมฺมิตา รตนามยา โอคาหสิ สาลวนํ ปุปฺผิตํ สพฺพกาลิกํ |๓๙.๔๗๖| ยสฺส ยสฺเสว สาลสฺส มูเล ติฏฺฐสิ เทวเต โส โส มุญฺจติ ปุปฺผานิ โอนมิตฺวา ทุมุตฺตโม |๓๙.๔๗๗| วาเตริตํ สาลวนํ อาธุตํ ทิชเสวิตํ วาติ คนฺโธ ทิสา สพฺพา รุกฺโข มญฺชูสโก ยถา |๓๙.๔๗๘| ฆายเส ตํ สุจิคนฺธํ รูปํ ปสฺสสิ อมานุสํ เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลนฺติ ฯ |๓๙.๔๗๙| อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา ทาสี อยฺยิรกุเล อหุํ พุทฺธํ นิสินฺนํ ทิสฺวาน สาลปุปฺเผหิ โอกิรึ |๓๙.๔๘๐| วฏํสกญฺจ สุกตํ สาลปุปฺผมยํ อหํ พุทฺธสฺส อุปนาเมสึ ปสนฺนา สเกหิ ปาณิหิ |๓๙.๔๘๑| ตาหํ กมฺมํ กริตฺวาน กุสลํ พุทฺธวณฺณิตํ อเปตโสกา สุขิตา สมฺปโมทามนามยาติ ฯ มญฺชิฏฺฐกวิมานํ ปฐมํ ฯ
ดูกรนางเทพธิดา ท่านยินดีรื่นรมย์อยู่ในวิมานแก้วผลึก มีภาคพื้น ดารดาษไปด้วยทรายทอง กึกก้องไปด้วยดนตรีเครื่อง ๕ เมื่อท่านลง จากวิมานแก้วผลึกอันบุญกรรมแต่งไว้ เข้าไปสู่ป่าไม้รังอันมีดอกบาน สะพรั่งตลอดกาลทั้งปวง ยืนอยู่ที่โคนต้นรังต้นใดๆ ต้นรังนั้นๆ ก็ น้อมกิ่งอันงาม โปรยปรายดอกลงถูกต้องอวัยวะของท่าน ป่ารังนั้น อันลมพัดพานแล้วกิ่งก้านสะบัดโบกไปมา เป็นที่อาศัยแห่งฝูงสกุณชาติ มีกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทิศานุทิศ ดุจต้นอุโลก ฉะนั้น ท่านย่อมสูดดม กลิ่นอันหอมหวนนั้น ทั้งได้ชมรูปทิพย์อันมิใช่ของมนุษย์ ดูกรนาง เทพธิดา อาตมาถามแล้ว ขอท่านจงบอก นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร? นางเทพธิดาตอบว่า เมื่อชาติก่อน ดิฉันเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในมนุษยโลก เป็นทาสีอยู่ใน ตระกูลเจ้า ได้เห็นพระพุทธเจ้าประทับนั่งอยู่ มีจิตเลื่อมใส ได้โปรย ดอกรังถวายเป็นอาสนะ และได้น้อมนำพวงดอกรังอันร้อยกรองอย่าง งดงาม ถวายพระพุทธเจ้าด้วยมือของตน ครั้นดิฉันทำกุศลกรรม อัน พระพุทธเจ้าสรรเสริญแล้ว จึงสร่างโศกหมดโรคภัย ได้รับแต่ความสุข กายสุขใจ รื่นเริงบันเทิงอยู่เป็นนิตย์. จบ มัญชิฏฐกวิมานที่ ๑.