๑๐. ติลทักขิณวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. ติลทักขิณวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ถวายเมล็ดงา (พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)
เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอยู่ ดุจดาวประกายพรึก
เพราะบุญอะไรผิวพรรณเธอจึงงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่เธอในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่เธอ
เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามว่า เมื่อเธอเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรเธอจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมตามที่พระเถระถามว่า
ชาติก่อนดิฉันเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ในมนุษยโลก
ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศจากกิเลสประดุจธุลี มีพระทัยผ่องใสไม่มัวหมอง ถึงไม่ได้ตั้งใจแต่ก็เลื่อมใสแล้ว ได้เบียดแทรกเข้าไปถวายเมล็ดงาเป็นทานแด่พระพุทธเจ้า ผู้เป็นพระทักขิไณยบุคคลด้วยมือทั้งสองของตน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๑. ปีฐวรรค ๑๑. ปฐมปติพพตาวิมาน
เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่ดิฉัน
ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดิฉันขอกราบเรียนว่า เพราะบุญที่ได้ทำไว้สมัยเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ติลทักขิณวิมานที่ ๑๐ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๐. ติลทักขิณวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้เกิดในติลทักขิณวิมาน
|๑๐.๘๘| อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา โอสธี วิย ตารกา |๑๐.๘๙| เกน เตตาทิโส วณฺโณ เกน เต อิธมิชฺฌติ อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา |๑๐.๙๐| ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๑๐.๙๑| สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๑๐.๙๒| อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา ปุริมาย ชาติยา มนุสฺสโลเก |๑๐.๙๓| อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ วิปฺปสนฺนมนาวิลํ อาสชฺช ทานํ อทาสึ อกามา ติลทกฺขิณํ ทกฺขิเณยฺยสฺส พุทฺธสฺส ปสนฺนา สเกหิ ปาณิหิ |๑๐.๙๔| เตน เมตาทิโส วณฺโณ เตน เม อิธมิชฺฌติ อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา |๑๐.๙๕| อกฺขามิ เต ภิกฺขุ มหานุภาว มนุสฺสภูตา ยมกาสิ ปุญฺญํ เตนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาวา วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ ติลทกฺขิณวิมานํ ทสมํ ฯ
พระมหาโมคคัลลานะถามว่า ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีรูปงาม มีรัศมีรุ่งเรืองส่องสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เหมือนกับดวงดาวประกายพฤกษ์ฉะนั้น ท่านมีผิวพรรณเช่นนี้ เพราะบุญ อะไร อิฐผลย่อมสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้เพราะบุญอะไร อนึ่ง โภคะอัน เป็นที่รักแห่งใจ ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร ดูกร นางเทพธิดา ท่านมีรัศมีสุกใสไพโรจน์ล่วงเทวดาทั้งหลาย เพราะบุญ อะไร ท่านมีอวัยวะทุกส่วนสัดส่องสว่างไปทั่วทุกทิศเพราะบุญอะไร ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ อาตมาขอถามท่าน ครั้งท่านยัง เป็นอยู่ ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านผู้มีอานุภาพรุ่งเรืองถึงเช่นนี้ และรัศมีกาย ของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญอะไร? นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานะซักถามแล้ว มีใจยินดี ได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกซักถามว่า ในชาติก่อน ครั้งดิฉัน ยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ในมนุษยโลก ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศ- จากกิเลสธุลี มีน้ำพระหฤทัยใสสะอาดยิ่ง ดิฉันมีความเลื่อมใสขึ้น อันมิได้ตั้งไว้เดิม ได้ถวายเมล็ดงาเป็นทาน แก่พระพุทธเจ้าผู้พระทัก- ขิไณยบุคคลด้วยมือตนเอง ด้วยการถวายเมล็ดงาเป็นทานนั้น ดิฉันจึงมี ผิวพรรณถึงเช่นนี้ อิฐผลจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ อนึ่ง โภคทรัพย์ ทั้งหลายอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดแก่ดิฉันเพราะการให้เมล็ด งาเป็นทานนั้น ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ ดิฉันขอบอกแก่ท่าน ครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ได้ทำบุญ คือ ถวายเมล็ดงาเป็นทานอันใดไว้ เพราะการถวายเมล็ดงาเป็นทานนั้น ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งโรจน์ถึงอย่างนี้ และรัศมีกายของดิฉันก็สว่างไสวไปทั่วทุกทิศ. จบ ติลทักขิณวิมานที่ ๑๐