๔. จัณฑาลีวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. จัณฑาลีวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงจัณฑาลผู้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า (พระมหาโมคคัลลานเถระกล่าว ๒ คาถาว่า)
จัณฑาลี เธอจงถวายอภิวาทพระยุคลบาท ของพระโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้มีพระยศ พระองค์ผู้สูงสุดกว่าฤๅษีทั้งหลาย ได้ประทับยืนอยู่เพื่ออนุเคราะห์เธอผู้เดียวเท่านั้น
เธอจงทำใจให้เลื่อมใสยิ่งในพระพุทธองค์ซึ่งเป็นพระอรหันต์ผู้คงที่ แล้วจงประคองอัญชลีถวายอภิวาทโดยเร็ว ชีวิตเธอเหลือน้อยแล้ว (เพื่อจะแสดงประวัติของนางจัณฑาลีนั้นโดยตลอด พระสังคีติกาจารย์ทั้งหลายจึงกล่าว ๒ คาถาว่า)
หญิงจัณฑาลผู้นี้ครองเรือนร่างเป็นวันสุดท้าย ซึ่งพระมหาโมคคัลลานเถระผู้อบรมตนแล้ว ตักเตือนแล้ว ได้ถวายอภิวาทพระยุคลบาทของพระโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๒. จิตตลตาวรรค ๔. จัณฑาลีวิมาน
แม่โคได้ขวิดนางตาย ขณะยืนประคองอัญชลี นมัสการพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ส่องแสงสว่างในโลกมืด (นางไปเกิดเป็นเทพธิดาอยู่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ วันนั้น นางได้มาหาพระมหาโมคคัลลานเถระ นมัสการแล้วกราบเรียนว่า)
ข้าแต่ท่านผู้แกล้วกล้า ดิฉันบรรลุเทวฤทธิ์แล้ว ขอเข้านมัสการใกล้ๆ ท่านผู้มีอานุภาพมาก ผู้สิ้นอาสวะ ปราศจากกิเลสประดุจธุลี ไม่หวั่นไหว นั่งเร้นอยู่ในป่าแต่เพียงผู้เดียว (พระมหาโมคคัลลานเถระจึงถามนางว่า)
เทพธิดาผู้เลอโฉม เธอเป็นใคร มีผิวพรรณงามดั่งทอง มีรัศมีเรืองรอง มียศมาก งามตระการมิใช่น้อย มีหมู่เทพอัปสรแวดล้อมลงจากวิมานมาไหว้อาตมา (เทพธิดานั้นถูกพระมหาเถระถามแล้วอย่างนี้จึงกล่าว ๔ คาถาว่า)
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ดิฉันคือหญิงจัณฑาล ซึ่งท่านผู้แกล้วกล้าให้ไปถวายอภิวาทพระยุคลบาท ของพระโคดมอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระยศ
ครั้นถวายอภิวาทพระยุคลบาทแล้ว ดิฉันได้จุติจากกำเนิดคนจัณฑาล มาบังเกิดในวิมานซึ่งเจริญพร้อมมูลในสวนนันทวัน
นางเทพอัปสรหลายพันนาง พากันห้อมล้อมดิฉันอยู่ ดิฉันเป็นผู้ประเสริฐเลิศกว่าเทพอัปสรเหล่านั้น โดยรัศมี บริวารยศและอายุ
ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ ดิฉันมีสติสัมปชัญญะ สร้างคุณงามความดีไว้มาก มาในโลก(นี้)เพื่อนมัสการพระคุณเจ้าผู้เป็นมุนี มีความกรุณา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๒. จิตตลตาวรรค ๕. ภัททิตถิกาวิมาน (พระสังคีติกาจารย์กล่าวว่า)
เทพธิดาจัณฑาลีผู้กตัญญูกตเวที ครั้นกราบเรียนอย่างนี้แล้ว จึงกราบลงแทบเท้าพระมหาโมคคัลลานะผู้อรหันต์แล้วหายไป ณ ที่นั้นเอง จัณฑาลีวิมานที่ ๔ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๔. จัณฑาลิวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในจัณฑาลิวิมาน
|๒๑.๑๙๖| ๔ จณฺฑาลิ วนฺท ปาทานิ โคตมสฺส ยสสฺสิโน ตเมว อนุกมฺปาย อฏฺฐาสิ อิสิสตฺตโม |๒๑.๑๙๗| อภิปฺปสาเทหิ มนํ อรหนฺตมฺหิ ตาทิเน ขิปฺปมญฺชลิกา วนฺท ปริตฺตํ ตว ชีวิตนฺติ ฯ |๒๑.๑๙๘| โจทิตา ภาวิตตฺเตน สรีรนฺติมธารินา จณฺฑาลี วนฺทิ ปาทานิ โคตมสฺส ยสสฺสิโน |๒๑.๑๙๙| ตเมนํ อวธิ คาวี จณฺฑาลึ ปญฺชลึ ฐิตํ นมสฺสมานํ สมฺพุทฺธํ อนฺธกาเร ปภงฺกรํ |๒๑.๒๐๐| ขีณาสวํ วิคตรชํ อเนญฺชํ เทวิทฺธิปตฺตา อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทามิ ตํ วีร มหานุภาว |๒๑.๒๐๑| สุวณฺณวณฺณา ชลิตา มหายสา วิมานโมรุยฺห อเนกจิตฺตา ปริวาริตา อจฺฉราสงฺคเณน กา ตฺวํ สุเภ เทวเต วนฺทเส มมํ (อิติ) ฯ |๒๑.๒๐๒| อหํ ภทนฺเต จณฺฑาลี ตยา วีเรน เปสิตา วนฺทึ อรหโต ปาเท โคตมสฺส ยสสฺสิโน |๒๑.๒๐๓| สาหํ วนฺทิตฺวา ปาทานิ จุตา จณฺฑาลโยนิยา วิมานํ สพฺพโส ภทฺทํ อุปปนฺนมฺหิ นนฺทเน |๒๑.๒๐๔| อจฺฉรานํ สหสฺสานิ ปุรกฺขิตฺวา มํ ติฏฺฐนฺติ ตาสาหํ ปวรา เสฏฺฐา วณฺเณน ยสสายุนา |๒๑.๒๐๕| ปหูตกตกลฺยาณา สมฺปชานา ปติสฺสตา มุนึ การุณิกํ โลเก ภนฺเต วนฺทิตุมาคตาติ |๒๑.๒๐๖| อิทํ วตฺวาน จณฺฑาลี กตญฺญุกตเวทินี วนฺทิตฺวา อรหโต ปาเท ตตฺเถวนฺตรธายตีติ ฯ จณฺฑาลิวิมานํ จตุตฺถํ ฯ
พระมหาโมคคัลลานเถระได้กล่าวคาถาสองคาถาความว่าแน่ะยายจัณฑาล ท่านจงถวายอภิวาทพระบาทยุคลของพระสมณโคดมผู้อุดม ด้วยพระ- เกียรติยศ พระองค์ผู้ประเสริฐกว่าผู้วิเศษทั้งหลาย ได้ประทับยืนอยู่เพื่อ ทรงอนุเคราะห์ท่านคนเดียวเท่านั้น ท่านจงยังจิตให้เลื่อมใสยิ่ง ใน พระพุทธเจ้าผู้ห่างไกลจากกิเลสทั้งมวล เป็นผู้หนักแน่น แล้วจงประคอง หัตถ์ถวายอภิวาทโดยเร็วเถิด ชีวิตของท่านยังเหลือน้อยเต็มที. เพื่อจะแสดงประวัติของหญิงจัณฑาลนั้นโดยตลอด ท่านพระสังคีติกาจารย์จึงกล่าวคาถา สองคาถานี้ว่า หญิงจัณฑาลผู้นี้มีตนอันอบรมแล้ว ดำรงไว้ซึ่งสรีระอันเป็นที่สุด อัน พระมหาเถระตักเตือนแล้ว จึงถวายบังคมพระบาทยุคลของพระสมณ- โคดม ผู้อุดมด้วยพระเกียรติยศ แต่โคนมได้ขวิดนางในขณะที่กำลังยืน ประคองหัตถ์ นมัสการพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ส่องแสงสว่าง คือ พระญาณในโลกอันมืดมัว. เพื่อประกาศข้อความเป็นไปของตน นางเทพธิดาจึงกล่าวว่า ข้าแต่ท่านวีรบุรุษผู้มีอานุภาพมาก พวกดิฉันถึงแล้วซึ่งความเป็นผู้มีฤทธิ์ อันประเสริฐ เข้ามาขอถวายนมัสการท่านผู้สิ้นอาสวะปราศจากกิเลสธุลี เป็นผู้ไม่หวั่นไหว. พระมหาโมคคัลลานเถระจึงกล่าวกะนางนั้นว่า ท่านทั้งหลายผู้มีรัศมีอร่ามงามรุ่งโรจน์ มากด้วยเกียรติยศ ประดับประดา ด้วยเครื่องอาภรณ์งามวิจิตรพิสดาร แวดล้อมด้วยหมู่นางอัปสรพากันลง มาจากวิมาน แนะแม่เทพธิดาผู้มีคุณอันงาม ท่านเป็นใคร มาไหว้ ฉันอยู่ นางเทพธิดานั้น อันพระมหาเถระถามอย่างนี้ จึงกล่าวคาถา ๔ คาถา ความว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ เมื่อดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ในมนุษยโลก เป็นหญิง จัณฑาล อันท่านผู้เป็นวีรบุรุษส่งไปเพื่อถวายบังคมพระบาทของพระ- พุทธเจ้า ดิฉันได้ถวายบังคมพระบาทยุคลของพระสมณโคดมผู้เป็น พระอรหันต์ มีพระเกียรติยศอันงาม ครั้นได้ถวายบังคมพระบาทยุคล แล้ว เคลื่อนจากกำเนิดหญิงจัณฑาลไปบังเกิดในวิมาน อันเพรียบพร้อม ด้วยสมบัติทั้งปวงในเทวราชอุทยานมีนามว่านันทวัน นางเทพอัปสร ประมาณพันหนึ่งได้พากันมายืนห้อมล้อมดิฉัน ดิฉันเป็นผู้ประเสริฐเลิศ กว่านางเทพอัปสรเหล่านั้นโดยรัศมี เกียรติยศ และอายุ ดิฉันได้กระทำ กรรมอันงามมากมาย มีสติสัมปชัญญะ ข้าแต่ท่านผู้เจริญ พวกดิฉันพา กันมาครั้งนี้ เพื่อถวายนมัสการท่านผู้เป็นนักปราชญ์ ประกอบด้วยความ เอ็นดูในโลก. นางเทพธิดานั้น ครั้นกล่าวถ้อยคำนี้แล้ว เป็นผู้ประกอบด้วยความ กตัญญูกตเวที ไหว้เท้าทั้งสองของพระมหาโมคคัลลานเถระ องค์อรหันต์ แล้วก็อันตรธานไป ณ ที่นั้นนั่นเอง. จบ จัณฑาลวิมานที่ ๔.