๘. โสณาเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. โสณาเถรีคาถา ภาษิตของพระโสณาเถรี พระโสณาเถรี(ได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
ในเรือนร่างคือรูปนี้ เราคลอดบุตร ๑๐ คน เพราะเหตุนั้น จึงทรุดโทรมแก่ไป ได้เข้าไปหาภิกษุณี
ภิกษุณีนั้นแสดงธรรม คือ ขันธ์ อายตนะ และธาตุแก่เรา เราฟังธรรมของท่านแล้วก็โกนผมบวช
เมื่อเราศึกษาอยู่ ก็ชำระทิพยจักษุให้หมดจด ระลึกถึงชาติก่อนที่เราเคยอยู่อาศัยมา
และเจริญอนิมิตตสมาธิ มีจิตตั้งมั่นดี มีอารมณ์เดียว มีวิโมกข์ เกิดขึ้นในลำดับ ไม่ยึดมั่น ดับสนิทแล้ว @เชิงอรรถ : @ สมาธิที่พิจารณาธรรมไม่มีนิมิต ได้แก่ วิปัสสนาที่ให้ถึงความหลุดพ้นด้วยอำนาจอนิจจลักษณะ@(ที.ปา.อ. ๙/๓๐๕) @ ความหลุดพ้นที่เกิดขึ้นโดยลำดับนับแต่ปฐมมรรค(โสดาปัตติมรรค)เป็นต้นไปจนถึงอรหัตตผล@(ขุ.เถรี.อ. ๑๐๕/๑๒๖)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๗๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๕. ปัญจกนิบาต] ๙. ภัททากุณฑลเกสาเถรีคาถา
ขันธ์ ๕ ที่เรากำหนดรู้แล้ว มีรากอันขาดแล้ว คงอยู่ สิ่งที่ยังคงอยู่ ก็คงมีอยู่ในกายที่คร่ำคร่า เลวทราม บัดนี้ไม่มีความเกิดอีก
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๘. โสณาเถรีคาถา สุภาษิตแสดงผลการฟังธรรม
|๔๔๖.๑๐๒| ๘ ทส ปุตฺเต วิชายิตฺวา อสฺมึ รูปสมุสฺสเย ตโตหํ ทุพฺพลา ชิณฺณา ภิกฺขุนึ อุปสงฺกมึ ฯ |๔๔๖.๑๐๓| สา เม ธมฺมมเทเสสิ ขนฺธายตนธาตุโย ตสฺสา ธมฺมํ สุณิตฺวาน เกเส เฉตฺวาน ปพฺพชึ ฯ |๔๔๖.๑๐๔| ตสฺสา เม สิกฺขมานาย ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธิตํ ปุพฺเพนิวาสํ ชานามิ ยตฺถ เม วุสิตํ ปุเร ฯ |๔๔๖.๑๐๕| อนิมิตฺตญฺจ ภาเวมิ เอกคฺคา สุสมาหิตา อนนฺตราวิโมกฺขาสึ อนุปาทาย นิพฺพุตา ฯ |๔๔๖.๑๐๖| ปญฺจกฺขนฺธา ปริญฺญาตา ติฏฺฐนฺติ ฉินฺนมูลกา ธิ ตวตฺถุ ชเร ชมฺเม นตฺถิทานิ ปุนพฺภโว ฯ โสณา ฯ
ในรูปกายนี้ เราคลอดบุตร ๑๐ คน ต่อมาเป็นคนชราทุพพลภาพ จึง เข้าไปหาภิกษุณีรูปหนึ่ง ภิกษุณีนั้นแสดงธรรม คือ ขันธ์ อายตนะ และธาตุแก่เรา เราฟังธรรมของภิกษุณีนั้นแล้ว โกนผมออกบวช เมื่อ เราศึกษาอยู่ ได้ชำระทิพยจักษุให้บริสุทธิ์แล้ว รู้ระลึกชาติก่อนๆ ได้ อนึ่ง เราเป็นผู้มีจิตตั้งมั่น มีอารมณ์เป็นหนึ่ง เจริญอนิมิตสมาธิเป็น ผู้มีวิโมกข์เกิดแล้ว ในลำดับแห่งมรรคอันเลิศ เป็นผู้ดับแล้วโดยหาเชื้อ มิได้ ขันธ์ ๕ ที่เรากำหนดรู้ มีรากขาดแล้วตั้งอยู่ สิ่งที่ยังคงอยู่ก็คงมี อยู่ในกายที่คร่ำคร่าเลวทราม บัดนี้ ภพใหม่ไม่มี.