๖. เสริณีเปติวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. เสริณีเปติวัตถุ เรื่องนางเสริณีเปรต (อุบาสกคนหนึ่งถามนางเสริณีเปรตว่า)
นางผู้มีร่างกายซูบผอม มีแต่ซี่โครงปรากฏ เธอเปลือยกาย มีผิวพรรณและรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว ซูบผอม มีร่างกายสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น เธอเป็นใครเล่ามายืนอยู่ที่นี้ (นางเสริณีเปรตตอบว่า)
ท่านผู้เจริญ ดิฉันเกิดเป็นเปรตในยมโลก ได้รับความลำบาก เพราะทำกรรมชั่วไว้จึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก (อุบาสกถามว่า)
เมื่อก่อนเธอได้ทำกรรมชั่วทางกาย วาจา ใจอะไรไว้หรือ เพราะผลกรรมอะไรเธอจึงต้องจากโลกนี้ไปยังเปตโลก (นางเสริณีเปรตตอบว่า)
เมื่อสมณพราหมณ์ทั้งหลาย ผู้เป็นดุจท่าน้ำซึ่งไม่มีใครหวงห้ามมีอยู่ ดิฉันเก็บทรัพย์ไว้ประมาณกึ่งมาสก เมื่อไทยธรรมมีอยู่ก็ไม่ได้ทำที่พึ่งแก่ตน @เชิงอรรถ : @ ไปเกิดเป็นลูกของท้าวสักกะจอมเทพชั้นดาวดึงส์ (ขุ.เป.อ. ๔๖๓/๒๑๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๔๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๓. จูฬวรรค] ๖. เสริณีเปติวัตถุ
ดิฉันกระหายน้ำจึงเข้าไปใกล้แม่น้ำ แม่น้ำกลับกลายเป็นว่างเปล่าไป ในเวลาร้อนเข้าไปใกล้ร่มไม้ ร่มไม้กลับกลายเป็นแดดไป
ทั้งลมก็ร้อนเหมือนไฟ พัดดิฉันฟุ้งไป ท่านผู้เจริญ ดิฉันเสวยทุกข์มีความกระหายเป็นต้นนี้ และทุกข์อย่างอื่นที่หนักกว่านั้น
ท่านไปถึงหัตถินีนครแล้วช่วยบอกมารดาของดิฉันว่า เราเห็นธิดาของท่านตกยาก เกิดในยมโลก เพราะทำกรรมชั่วไว้ เขาจึงตายไปเกิดยังเปตโลก
ดิฉันมีทรัพย์อยู่สี่แสน เก็บซ่อนไว้ใต้เตียง ทั้งไม่ได้บอกใครๆ ไว้
ขอมารดาของดิฉันจงเอาทรัพย์ส่วนหนึ่งจากที่เก็บซ่อนไว้นั้น ให้ทานบ้าง เลี้ยงชีพบ้าง ครั้นให้ทานแล้วจงอุทิศส่วนบุญมาให้ดิฉันบ้าง เมื่อนั้นดิฉันจักมีความสุข สำเร็จความประสงค์ทุกอย่าง
อุบาสกนั้นรับคำของนางว่า สาธุ แล้วไปถึงหัตถินีนคร ได้บอกมารดาของนางว่า ฉันเห็นธิดาของเธอตกยาก เกิดในยมโลก เพราะทำชั่วไว้ นางจึงตายไปเกิดยังเปตโลก
ณ ที่นั้น นางสั่งฉันว่า ท่านไปถึงหัตถินีนครแล้วช่วยบอกมารดาของดิฉันว่า เราเห็นธิดาของท่านตกยาก เกิดในยมโลก เพราะทำกรรมชั่วไว้ นางจึงตายไปเกิดยังเปตโลก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๔๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๓. จูฬวรรค] ๗. มิคลุททกเปตวัตถุ
ดิฉันมีทรัพย์อยู่สี่แสน เก็บซ่อนไว้ใต้เตียง ทั้งไม่ได้บอกใครๆ ไว้
ขอมารดาของดิฉันจงเอาทรัพย์ส่วนหนึ่งจากที่เก็บซ่อนไว้นั้น ให้ทานบ้าง เลี้ยงชีพบ้าง ครั้นให้ทานแล้วจงอุทิศส่วนบุญให้แก่ดิฉันบ้าง เมื่อนั้นดิฉันจักมีความสุข สำเร็จความประสงค์ทุกอย่าง
มารดาของนางเสริณีเปรตนั้น ถือเอาทรัพย์ส่วนหนึ่งจากที่นางเสริณีเปรตเก็บซ่อนไว้นั้นมาให้ทาน ครั้นให้แล้วได้อุทิศส่วนบุญไปให้นาง นางเสริณีเปรต มีความสุข และแม้มารดาของนางก็มีความเป็นอยู่ดีขึ้น เสริณีเปติวัตถุที่ ๖ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๖. เสรินีเปตวัตถุ ว่าด้วยบุพกรรมของเสรินีเปรต อุบาสกคนหนึ่งถามนางเปรตเสรินีว่า
|๑๑๖.๔๔๗| ๖ นคฺคา ทุพฺพณฺณรูปาสิ กีสา ธมนิสนฺถตา อุปฺผาสุลิเก กีสิเก กา นุ ตฺวํ อิธ ติฏฺฐสติ ฯ |๑๑๖.๔๔๘| อหํ ภทนฺเต เปตีมฺหิ ทุคฺคตา ยมโลกิกา ปาปกมฺมํ กริตฺวาน เปตโลกํ อิโต คตา (ติ) ฯ |๑๑๖.๔๔๙| กินฺนุ กาเยน วาจาย มนสา ทุกฺกฏํ กตํ กิสฺส กมฺมวิปาเกน เปตโลกํ อิโต คตา (ติ) ฯ |๑๑๖.๔๕๐| อนวชฺเชสุ ติตฺเถสุ วิจินิ อฑฺฒมาสกํ สนฺเตสุ เทยฺยธมฺเมสุ ทีปํ นากาสิมตฺตโน ฯ |๑๑๖.๔๕๑| นทึ อุเปมิ ตสิตา ริตฺตกา ปริวตฺตติ ฉายํ อุเปมิ อุเณฺหสุ อาตโป ปริวตฺตติ ฯ |๑๑๖.๔๕๒| อคฺคิวณฺโณ จ เม วาโต ฑหนฺโต อุปวายติ เอตญฺจ ภนฺเต อรหามิ อญฺญญฺจ ปาปกํ ตโต ฯ |๑๑๖.๔๕๓| คนฺตฺวาน หตฺถินีปุรํ วชฺเชสิ มยฺหํ มาตรํ ธีตา จ เต มยา ทิฏฺฐา ทุคฺคตา ยมโลกิกา ปาปกมฺมํ กริตฺวาน เปตโลกํ อิโต คตา ฯ |๑๑๖.๔๕๔| อตฺถิ จ เม เอตฺถ นิกฺขิตฺตํ อนกฺขาตญฺจ ตํ มยา จตฺตาริ สตสหสฺสานิ ปลฺลงฺกสฺส จ เหฏฺฐโต ฯ |๑๑๖.๔๕๕| ตโต เม ทานํ ททาตุ ตสฺสา จ โหตุ ชีวิกา ทานํ ทตฺวา จ เม มาตา ทกฺขิณํ อนฺวาทิสฺสตุ เม ตทาหํ สุขิตา เหสฺสํ สพฺพกามสมิทฺธินีติ ฯ |๑๑๖.๔๕๖| สาธูติ โส ตสฺสา ปฏิสุณิตฺวา คนฺตฺวาน หตฺถินีปุรํ ตสฺสา อโวจ มาตรํ ธีตา จ เต มยา ทิฏฺฐา ทุคฺคตา ยมโลกิกา ปาปกมฺมํ กริตฺวาน เปตโลกํ อิโต คตา สา มํ ตตฺถ สมาทเปสิ ฯ |๑๑๖.๔๕๗| คนฺตฺวาน หตฺถินีปุรํ วชฺเชสิ มยฺหํ มาตรํ ธีตา จ เต มยา ทิฏฺฐา ทุคฺคตา ยมโลกิกา ปาปกมฺมํ กริตฺวาน เปตโลกํ อิโต คตา ฯ |๑๑๖.๔๕๘| อตฺถิ จ เม เอตฺถ นิกฺขิตฺตํ อนกฺขาตญฺจ ตํ มยา จตฺตาริ สตสหสฺสานิ ปลฺลงฺกสฺส จ เหฏฺฐโต ฯ |๑๑๖.๔๕๙| ตโต เม ทานํ ททาตุ ตสฺสา จ โหตุ ชีวิกา ทานํ ทตฺวา จ เม มาตา ทกฺขิณํ อนฺวาทิสฺสตุ เม ตทาหํ สุขิตา เหสฺสํ สพฺพกามสมิทฺธินีติ ฯ |๑๑๖.๔๖๐| ตโต หิ สา ทานํ อทาสิ ทตฺวา จ ตสฺสา ทกฺขิณมาทิสิ เปตี จ สุขิตา อาสิ ตสฺสา จาปิ สุชีวิกาติ ฯ เสรินีเปตวตฺถุ ฉฏฺฐํ ฯ
ท่านเปลือยกาย มีผิวพรรณน่าเกลียด ซูบผอม สะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น ผอมยิ่งนักจนเห็นแต่ซี่โครง ท่านเป็นใครมายืนอยู่ที่นี้? นางเปรตเสรินีตอบว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ดิฉันเป็นเปรต ตกทุกข์ เกิดในยมโลก ทำกรรม อันลามกไว้ จึงไปจากโลกนี้สู่เปตโลก. อุบาสกถามว่า ท่านทำกรรมชั่วอะไรไว้ด้วยกาย วาจา ใจ หรือเพราะวิบากแห่งกรรม อะไร ท่านจึงไปจากโลกนี้สู่เปตโลก? นางเปรตเสรินีตอบว่า เมื่อสมณพราหมณ์ทั้งหลายผู้เป็นที่พึ่งอันหาโทษมิได้ มีอยู่ ดิฉันถูกความ ตระหนี่ครอบงำ จึงไม่สั่งสมบุญแม้เพียงกึ่งมาสก เมื่อไทยธรรมมีอยู่ ไม่ทำที่พึ่งแก่ตน ดิฉันหิวน้ำเข้าไปใกล้แม่น้ำ แม่น้ำกลับว่างเปล่าไป ในเวลาร้อน ดิฉันเข้าไปสู่ร่มไม้ ร่มไม้กลับกลายเป็นแดดไป ทั้งลมก็ กลับกลายเป็นเปลวไฟเผาร่างกายของดิฉันฟุ้งไป ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ดิฉันควรจะเสวยทุกข์มีความกระหายเป็นต้น ตามที่กล่าวมาแล้วนี้ และ ทุกข์อย่างอื่นอันชั่วช้าทารุณกว่านั้น ท่านไปถึงหัตถินีนครแล้ว ขอช่วย บอกแก่มารดาของดิฉันว่า เราเห็นธิดาของท่านตกทุกข์ เกิดในยมโลก เขาไปจากโลกนี้สู่เปตโลก เพราะทำบาปกรรมไว้ ทรัพย์ของดิฉันมีอยู่ ๔ แสน ดิฉันซ่อนไว้ภายใต้เตียง ไม่ได้บอกใครๆ ขอมารดาของดิฉัน จงถือเอาทรัพย์จากที่ซ่อนไว้นั้น ให้ทานบ้าง เลี้ยงชีวิตบ้าง ครั้นให้ทาน แล้ว ขอจงอุทิศส่วนบุญมาให้แก่ดิฉันบ้าง เมื่อนั้นจะมีความสุข สำเร็จ ความประสงค์ทั้งปวง อุบาสกนั้นรับคำของนางเปรตเสรินีแล้วกลับไปสู่ หัตถินีนคร บอกแก่มารดาของนางว่า ข้าพเจ้าเห็นนางเสรินีธิดาของ ท่าน เขาตกทุกข์ เกิดในยมโลก เพราะได้ทำกรรมชั่วไว้ จึงไปจากโลกนี้ สู่เปตโลก นางได้สั่งฉันในที่นั้นว่า ท่านไปถึงหัตถินีนครแล้ว จงบอก แก่มารดาของดิฉันด้วยว่า ธิดาของท่านเราเห็นแล้ว ตกทุกข์ เกิดอยู่ ในยมโลก เพราะทำกรรมชั่วไว้จึงไปจากโลกนี้สู่เปตโลก ทรัพย์ของดิฉัน มีอยู่ ๔ แสน ดิฉันซ่อนไว้ภายในใต้เตียงไม่ได้บอกแก่ใครๆ ขอมารดา ของดิฉัน จงถือเอาทรัพย์จากที่ซ่อนนั้นมาให้ทานบ้าง เลี้ยงชีวิตบ้าง ครั้นให้ทานแล้ว ขอจงอุทิศส่วนบุญไปให้แก่ดิฉัน เมื่อนั้น ดิฉันจักมี ความสุขสำเร็จความประสงค์ทั้งปวง ก็มารดาของนางเปรตเสรินีนั้น ถือ เอาทรัพย์ที่นางเปรตเสรินีซ่อนไว้นั้นมาให้ทาน ครั้นแล้วอุทิศส่วนบุญ ไปให้นางเปรตเสรินี นางเปรตเสรินีเป็นผู้มีความสุข แม้มารดาของนาง ก็เป็นอยู่สบาย. จบ เสรินีเปตวัตถุที่ ๖.