๑๒. อัมพวนเปตวัตถุ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ [๔. มหาวรรค] ๑๒. อัมพวนเปตวัตถุ ๑๒. อัมพวนเปตวัตถุ เรื่องเปรตเฝ้าสวนมะม่วง (พวกพ่อค้าได้ถามเวมานิกเปรตตนหนึ่งว่า)
สระโบกขรณีของท่านนี้แสนจะน่ารื่นรมย์ มีพื้นราบเรียบ มีท่าน้ำงดงาม มีน้ำมาก มีดอกไม้บานสะพรั่ง ขวักไขว่ด้วยหมู่ภมร ท่านได้สระโบกขรณีเป็นที่เจริญใจนี้มาอย่างไร
สวนมะม่วงของท่านนี้แสนจะน่ารื่นรมย์ กำลังเผล็ดผล มีดอกบานสพรั่ง ขวักไขว่ไปด้วยหมู่ภมร นำความสุขมาให้ ทุกฤดูกาล ท่านได้วิมานนี้มาอย่างไร (เวมานิกเปรตนั้นตอบว่า)
ข้าพเจ้าได้สวนมะม่วงมีร่มเงาเย็นน่ารื่นรมย์ใจในที่นี้ เพราะทานที่ธิดาของข้าพเจ้าถวายมะม่วงสุก น้ำ ข้าวยาคูแล้วอุทิศให้ (ธิดาของเปรตนั้นบอกลูกของตนเองว่า)
ขอลูกจงดูผลแห่งทาน ความข่มใจ และความสำรวมที่เห็นผลทันตาอย่างนี้ แม่เป็นสาวใช้ มาเป็นลูกสะใภ้เป็นใหญ่ในเรือนในตระกูลของลูก (ภายหลังวันหนึ่ง พระศาสดาทรงเห็นนางมีญาณแก่กล้า จึงแผ่รัศมีไปแสดงพระองค์ให้ปรากฏดุจประทับยืนอยู่เฉพาะหน้า แล้วได้ตรัสคาถานี้ว่า) สิ่งที่ไม่น่าชอบใจย่อมครอบงำผู้ประมาทโดยอาการที่น่าชอบใจ สิ่งที่ไม่น่ารักย่อมครอบงำผู้ประมาทโดยอาการที่น่ารัก และสิ่งที่เป็นทุกข์ย่อมครอบงำผู้ประมาทได้โดยอาการที่เป็นสุข อัมพวนเปตวัตถุที่ ๑๒ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๒๙๘}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๒. อัมพวนเปตวัตถุ ว่าด้วยบุพกรรมของเปรตเฝ้าสวนมะม่วง พวกพ่อค้าได้ถามเวมานิกเปรตตนหนึ่งว่า
|๑๓๒.๗๐๔| ๑๒ อยญฺจ เต โปกฺขรณี สุรมฺมา สมา สุปฺปติตฺถา จ มโหทกา จ สุปุปฺผิตา ภมรคณานุกิณฺณา กถํ ตยา ลทฺธา อยํ มนุญฺญา ฯ |๑๓๒.๗๐๕| อิทญฺจ เต อมฺพวนํ สุรมฺมํ สพฺโพตุกํ ธารยติ ผลานิ สุปุปฺผิตํ ภมรคณานุกิณฺณํ กถํ ตยา ลทฺธมิทํ วิมานนฺติ ฯ |๑๓๒.๗๐๖| อมฺพปกฺโกทกํ ยาคุํ สีตจฺฉายํ มโนรมํ ธีตาย ทินฺนทาเนน เตน เม อิธ ลพฺภตีติ ฯ |๑๓๒.๗๐๗| สนฺทิฏฺฐิกํ เอว ปสฺสถ ทานสฺส ทมสฺส สํยมสฺส วิปากํ ทาสี อหํ อยฺยกุเลสุ หุตฺวา สุณิสา โหมิ อคารสฺส อิสฺสราติ ฯ |๑๓๒.๗๐๘| อสาตํ สาตรูเปน ปิยรูเปน อปฺปิยํ ทุกฺขํ สุขสฺส รูเปน ปมตฺตํ อติวตฺตตีติ ฯ อมฺพวนเปตวตฺถุ ทฺวาทสมํ ฯ
สระโบกขรณีของท่านนี้น่ารื่นรมย์ดี มีพื้นราบเรียบ มีท่าอันงดงาม มีน้ำมาก ดารดาษไปด้วยปทุมชาติต่างๆ มีดอกอันบานดีเกลื่อนกล่น ด้วยหมู่ภมร ท่านได้สระโบกขรณีอันเป็นที่ฟูใจนี้อย่างไร สวนมะม่วง ของท่านนี้น่ารื่นรมย์ดีเผล็ดผลทุกฤดู มีดอกบานเป็นนิตย์นิรันดร์ เกลื่อนหล่นด้วยหมู่ภมร ท่านได้วิมานนี้อย่างไร? เวมานิกเปรตนั้นตอบว่า สระโบกขรณีมีร่มเงาอันเยือกเย็น น่ารื่นรมย์ใจ ข้าพเจ้าได้ในที่นี้ เพราะทานที่ธิดาของข้าพเจ้าถวายมะม่วงสุก น้ำข้าวยาคู แด่พระผู้มี พระภาคและพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย. เวมานิกเปรตนั้น ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว จึงนำพวกพ่อค้าไปดูทรัพย์ ๕๐๐ กหาปณะแล้วสั่งว่า พวกท่านจงถือเอาเป็นส่วนตัวกึ่งหนึ่งจากทรัพย์นี้ แล้วให้ธิดาของเราใช้หนี้ที่เรายืมเขามากึ่งหนึ่งเถิด. พวกพ่อค้ากลับมาถึงเมืองสาวัตถีแล้ว ได้บอกแก่ธิดาของเปรตนั้น แล้วได้ให้ทรัพย์ส่วนที่เปรตนั้นให้แก่ตนแก่เทพธิดานั้น นางได้ให้กหาปณะร้อยกหาปณะแก่เจ้าหนี้ แล้วให้ทรัพย์ที่เหลือแก่สหายของบิดา ส่วนตนรับทำการใช้สอยกุฎุมพีนั้นอยู่ กุฎุมพีนั้นกลับคืนทรัพย์นั้นให้แก่นาง แล้วยกนางให้เป็นภรรยาของบุตรชายคนหัวปี ต่อมาภายหลัง นางมีบุตรคนหนึ่งได้กล่าวคาถาเป็นเชิงกล่อมบุตรว่า ขอท่านทั้งหลาย จงดูผลแห่งทานที่จะพึงเห็นเอง และผลของความ ข่มใจ ความสำรวม เราเป็นทาสีอยู่ในตระกูลของลูกเจ้า บัดนี้ มาเป็น ลูกสะใภ้เป็นใหญ่ในเรือน. ภายหลัง พระศาสดาทรงเห็นนางมีญาณแก่เกล้าจึงทรงแผ่พระรัศมีไปแสดง พระองค์ให้ปรากฏ ดุจประทับอยู่เฉพาะหน้าแล้วได้ตรัสพระคาถานี้ความว่า ความประมาท ย่อมครอบงำบุคคลผู้ติดอยู่ในความยินดียินร้าย ในความรักความชังในทุกข์และสุข. จบ อัมพวนเปรตวัตถุที่ ๑๒