๘. อันธกรณสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ [๓. ติกนิบาต] ๔. จตุตถวรรค ๘. อันธกรณสูตร ๘. อันธกรณสูตร ว่าด้วยวิตกทั้งที่ทำให้มืดมนและไม่มืดมน
แท้จริง พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้ พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ “ภิกษุทั้งหลาย อกุศลวิตก ๓ ประการนี้ทำความมืดมน ไม่ทำให้เกิดปัญญาจักษุ ทำแต่ความไม่รู้ ดับปัญญา เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน อกุศลวิตก ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. กามวิตก ทำความมืดมน ไม่ทำให้เกิดปัญญาจักษุ ทำแต่ความไม่รู้ ดับปัญญา เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน ๒. พยาบาทวิตก ทำความมืดมน ไม่ทำให้เกิดปัญญาจักษุ ทำแต่ความไม่รู้ ดับปัญญา เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน ๓. วิหิงสาวิตก ทำความมืดมน ไม่ทำให้เกิดปัญญาจักษุ ทำแต่ความไม่รู้ ดับปัญญา เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน อกุศลวิตก ๓ ประการนี้แล ทำความมืดมน ไม่ทำให้เกิดปัญญาจักษุ ทำแต่ ความไม่รู้ ดับปัญญา เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน ภิกษุทั้งหลาย กุศลวิตก ๓ ประการนี้ไม่ทำความมืดมน ทำให้เกิดปัญญาจักษุทำให้เกิดความรู้ ทำปัญญาให้เจริญ ไม่เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ เป็นไปเพื่อนิพพาน กุศลวิตก ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. เนกขัมมวิตก ไม่ทำความมืดมน ทำให้เกิดปัญญาจักษุ ทำให้เกิดความรู้ ทำปัญญาให้เจริญ ไม่เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ เป็นไปเพื่อนิพพาน @เชิงอรรถ : @ ปัญญา หมายถึงปัญญา ๓ ประการ คือ (๑) กัมมัสสกตปัญญา (๒) ฌานปัญญา (๓) วิปัสสนาปัญญา@(ขุ.อิติ.อ. ๘๗/๓๐๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๔๕๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ [๓. ติกนิบาต] ๔. จตุตถวรรค ๘. อันธกรณสูตร ๒. อัพยาบาทวิตก ไม่ทำความมืดมน ทำให้เกิดปัญญาจักษุ ทำให้เกิด ความรู้ ทำปัญญาให้เจริญ ไม่เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ เป็นไปเพื่อนิพพาน ๓. อวิหิงสาวิตก ไม่ทำความมืดมน ทำให้เกิดปัญญาจักษุ ทำให้เกิด ความรู้ ทำปัญญาให้เจริญ ไม่เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ เป็นไปเพื่อนิพพาน กุศลวิตก ๓ ประการนี้แล ไม่ทำความมืดมน ทำให้เกิดปัญญาจักษุ ทำให้เกิดความรู้ ทำปัญญาให้เจริญ ไม่เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ เป็นไปเพื่อนิพพาน” พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวมานี้แล้ว ในพระสูตรนั้น จึงตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า ภิกษุผู้บำเพ็ญเพียร ควรตรึกถึงกุศลวิตก ๓ ประการ และควรขจัดอกุศลวิตก ๓ ประการออก ภิกษุนั้นย่อมทำมิจฉาวิตกและมิจฉาวิจารให้สงบลงได้พลัน เหมือนฝนตกทำฝุ่นธุลีที่ฟุ้งขึ้นให้สงบหายได้ ฉะนั้น ภิกษุผู้บำเพ็ญเพียรนั้น มีใจสงบจากอกุศลวิตกทั้งหมด ย่อมบรรลุสันติบท ได้ในอัตภาพนี้แน่นอน แม้เนื้อความนี้ พระผู้มีพระภาคก็ตรัสไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้แลอันธกรณสูตรที่ ๘ จบ @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถที่ ๒ หน้า ๒๐ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๔๕๕}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต ๘. อันธการสูตร
๘ ตโยเม ภิกฺขเว อกุสลวิตกฺกา อนฺธกรณา อจกฺขุกรณา อญฺญาณกรณา ปญฺญานิโรธิกา วิฆาตปกฺขิกา อนิพฺพานสํวตฺตนิกา กตเม ตโย กามวิตกฺโก ภิกฺขเว อนฺธกรโณ อจกฺขุกรโณ อญฺญาณกรโณ ปญฺญานิโรธิโก วิฆาตปกฺขิโก อนิพฺพาน- สํวตฺตนิโก ฯ พฺยาปาทวิตกฺโก ภิกฺขเว อนฺธกรโณ อจกฺขุกรโณ อญฺญาณกรโณ ปญฺญานิโรธิโก วิฆาตปกฺขิโก อนิพฺพานสํวตฺตนิโก ฯ วิหึสาวิตกฺโก ภิกฺขเว อนฺธกรโณ อจกฺขุกรโณ อญฺญาณกรโณ ปญฺญานิโรธิโก วิฆาตปกฺขิโก อนิพฺพานสํวตฺตนิโก ฯ อิเม โข ภิกฺขเว ตโย อกุสลา วิตกฺกา อนฺธกรณา อจกฺขุกรณา อญฺญาณกรณา ปญฺญานิโรธิกา วิฆาตปกฺขิกา อนิพฺพานสํวตฺตนิกา ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อกุศลวิตก ๓ ประการนี้ กระทำความมืดมน ไม่กระทำปัญญาจักษุ กระทำความไม่รู้ ยังปัญญาให้ดับ เป็นไปในฝักฝ่ายแห่งความคับแค้น ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน อกุศลวิตก ๓ ประการเป็นไฉน คือกามวิตก ๑ พยาบาทวิตก ๑ วิหิงสาวิตก ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อกุศลวิตก๓ ประการนี้แล กระทำความมืดมน ไม่กระทำปัญญาจักษุ กระทำความไม่รู้ยังปัญญาให้ดับ เป็นไปในฝักฝ่ายแห่งความคับแค้น ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน ฯ
ตโยเม ภิกฺขเว กุสลา วิตกฺกา อนนฺธกรณา จกฺขุกรณา ญาณกรณา ปญฺญาวุทฺธิกา อวิฆาตปกฺขิกา นิพฺพานสํวตฺตนิกา กตเม ตโย เนกฺขมฺมวิตกฺโก ภิกฺขเว อนนฺธกรโณ จกฺขุกรโณ ญาณกรโณ ปญฺญาวุทฺธิโก อวิฆาตปกฺขิโก นิพฺพานสํวตฺตนิโก ฯ อพฺยาปาทวิตกฺโก ภิกฺขเว อนนฺธกรโณ จกฺขุกรโณ ญาณกรโณ ปญฺญาวุทฺธิโก อวิฆาตปกฺขิโก นิพฺพานสํวตฺตนิโก ฯ อวิหึสาวิตกฺโก ภิกฺขเว อนนฺธกรโณ จกฺขุกรโณ ญาณกรโณ ปญฺญาวุทฺธิโก อวิฆาตปกฺขิโก นิพฺพานสํวตฺตนิโก ฯ อิเม โข ภิกฺขเว ตโย กุสลา วิตกฺกา อนนฺธกรณา จกฺขุกรณา ญาณกรณา ปญฺญาวุทฺธิกา อวิฆาตปกฺขิกา นิพฺพานสํวตฺตนิกาติ ฯ ตโย วิตกฺเก กุสเล วิตกฺกเย ตโย ปน อกุสเล นิรากเร ส เว วิตกฺกานิ วิจาริตานิ สเมติ วุฏฺฐีว รชํ สมูหตํ ส เว วิตกฺกูปสเมน เจตสา อิเธว โส สนฺติปทํ สมชฺชคาติ ฯ อฏฺฐมํ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย กุศลวิตก ๓ ประการนี้ ไม่กระทำความมืดมน กระทำปัญญาจักษุ กระทำญาณ ยังปัญญาให้เจริญ ไม่เป็นไปในฝักฝ่ายแห่งความคับแค้น เป็นไปเพื่อนิพพาน กุศลวิตก ๓ ประการเป็นไฉน คือ เนกขัมมวิตก ๑ อพยาบาทวิตก ๑ อวิหิงสาวิตก ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย กุศลวิตก ๓ประการนี้แล ไม่กระทำความมืดมน กระทำปัญญาจักษุ กระทำญาณ ยังปัญญาให้เจริญ ไม่เป็นไปในฝักฝ่ายแห่งความคับแค้น เป็นไปเพื่อนิพพาน ฯ พึงตรึกกุศลวิตก ๓ ประการ แต่พึงนำอกุศลวิตก ๓ ประการ ออกเสีย พระโยคาวจรนั้นแล ยังมิจฉาวิตกทั้งหลายให้สงบ ระงับ เปรียบเหมือนฝนยังธุลีที่ลมพัดฟุ้งขึ้นแล้วให้สงบ ฉะนั้น พระโยคาวจรนั้น มีใจอันเข้าไปสงบวิตก ได้ถึง สันตบทคือนิพพานในปัจจุบันนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๘