๑๑. ราหุลสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๑. ราหุลสูตร ว่าด้วยพระพุทโธวาทที่ตรัสโปรดพระราหุล
(พระผู้มีพระภาคตรัสถามท่านพระราหุลดังนี้) เพราะความสนิทสนมกันเกินไป เธอนึกดูหมิ่นบัณฑิต บ้างหรือไม่ การชูคบเพลิงแก่มวลมนุษย์ เธอยังใส่ใจนอบน้อมอยู่หรือไม่
(ท่านพระราหุลทูลตอบดังนี้) ถึงจะมีความสนิทสนมกันมากสักเพียงใด ข้าพระองค์ก็ไม่เคยนึกดูหมิ่นบัณฑิตเลย การชูคบเพลิงแก่มวลมนุษย์ ข้าพระองค์ก็ยังใส่ใจนอบน้อมอยู่เสมอ
(พระผู้มีพระภาคตรัสโอวาทดังนี้) เธอละกามคุณ ๕ ซึ่งน่ารัก น่ารื่นรมย์ใจแล้ว ออกจากเรือนบวชด้วยศรัทธา จงทำที่สุดแห่งทุกข์เถิด @เชิงอรรถ : @ บัณฑิต ในที่นี้พระผู้มีพระภาคตรัสหมายเอาพระสารีบุตร (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๓๘/๑๕๗)@ การชูคบเพลิง ในที่นี้หมายถึงการแสดงธรรม (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๓๘/๑๕๗)@ ดูเทียบ ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๑๙๕/๓๖๖
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๗๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๒. จูฬวรรค] ๑๑. ราหุลสูตร
เธอจงคบกัลยาณมิตร ยินดีเสนาสนะอันสงัด ปราศจากเสียงอึกทึกครึกโครม จงเป็นผู้รู้จักประมาณในการบริโภค
เธอจงอย่าทำความอยากในปัจจัย ๔ เหล่านี้ คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชที่เกิดขึ้น เธออย่ากลับมายังโลกนี้อีกเลย
เธอจงเป็นผู้สำรวมในปาติโมกข์ และอินทรีย์ ๕ จงเจริญกายคตาสติกัมมัฏฐาน จงเป็นผู้เบื่อหน่ายในสังสารวัฏให้มาก
จงเว้นสุภนิมิตอันเป็นเหตุให้เกิดราคะเสีย จงเจริญสมาธิจิตด้วยอสุภภาวนา จนจิตมีอารมณ์เป็นหนึ่ง และตั้งมั่นด้วยดี
จงเจริญกัมมัฏฐานที่ไม่มีนิมิต จงละมานานุสัยกิเลส เพราะละมานะได้นั่นเอง เธอก็จะเป็นผู้สงบระงับ ทราบว่า พระผู้มีพระภาคตรัสสอนท่านพระราหุลด้วยคาถาเหล่านี้อยู่เนืองๆด้วยประการฉะนี้ ราหุลสูตรที่ ๑๑ จบ @เชิงอรรถ : @ มีอารมณ์เป็นหนึ่ง หมายถึงแน่วแน่ด้วยอุปจารสมาธิ ตั้งมั่นด้วยดี หมายถึงตั้งมั่นแนบแน่นด้วยอัปปนาสมาธิ@(ขุ.สุ.อ. ๒/๓๔๔/๑๖๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๗๙}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สุตฺตนิปาเต ทุติยสฺส จูฬวคฺคสฺส เอกาทสมํ ราหุลสุตฺตํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต ราหุลสูตรที่ ๑๑ พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า
|๓๒๘.๗๖๑| ๑๑ กจฺจิ อภิณฺหสํวาสา นาวชานาสิ ปณฺฑิตํ โอกฺกาธาโร มนุสฺสานํ กจฺจิ อปจิโต ตยา ฯ |๓๒๘.๗๖๒| นาหํ อภิณฺหสํวาสา อวชานามิ ปณฺฑิตํ โอกฺกาธาโร มนุสฺสานํ นิจฺจํ อปจิโต มยา ฯ |๓๒๘.๗๖๓| ปญฺจ กามคุเณ หิตฺวา ปิยรูเป มโนรเม สทฺธาย ฆรา นิกฺขมฺม ทุกฺขสฺสนฺตกโร ภว ฯ |๓๒๘.๗๖๔| มิตฺเต ภชสฺสุ กลฺยาเณ ปนฺตญฺจ สยนาสนํ วิวิตฺตํ อปฺปนิคฺโฆสํ มตฺตญฺญู โหหิ โภชเน ฯ |๓๒๘.๗๖๕| จีวเร ปิณฺฑปาเต จ ปจฺจเย สยนาสเน เอเตสุ ตณฺหมากาสิ มา โลกํ ปุนราคมิ |๓๒๘.๗๖๖| สํวุโต ปาติโมกฺขสฺมึ อินฺทฺริเยสุ จ ปญฺจสุ สตี กายคตา ตฺยตฺถุ นิพฺพิทาพหุโล ภว ฯ |๓๒๘.๗๖๗| นิมิตฺตํ ปริวชฺเชหิ สุภํ ราคูปสญฺหิตํ อสุภาย จิตฺตํ ภาเวหิ เอกคฺคํ สุสมาหิตํ |๓๒๘.๗๖๘| อนิมิตฺตญฺจ ภาเวหิ มานานุสยมุชฺชห ตโต มานาภิสมยา อุปสนฺโต จริสฺสสีติ ฯ อิตฺถํ สุทํ ภควา อายสฺมนฺตํ ราหุลํ อิมาหิ คาถาหิ อภิณฺหํ โอวทตีติ ฯ ราหุลสุตฺตํ เอกาทสมํ ฯ
เธอย่อมไม่ดูหมิ่นบัณฑิต เพราะการอยู่ร่วมกันเนืองๆ แล หรือ การทรงคบเพลิง เพื่อมนุษย์ทั้งหลาย เธอนอบน้อม แล้วแลหรือ ฯ พระราหุลกราบทูลว่า ข้าพระองค์ย่อมไม่ดูหมิ่นบัณฑิต เพราะการอยู่ร่วมกันเนืองๆ การทรงคบเพลิงเพื่อมนุษย์ทั้งหลาย ข้าพระองค์นอบน้อม แล้วเป็นนิตย์ ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เธอละกามคุณห้ามีรูปเป็นที่รัก เป็นที่รื่นรมย์ใจ ออกบวช ด้วยศรัทธาแล้ว จงกระทำที่สุดทุกข์เถิด เธอจงคบกัล- ยาณมิตร จงเสพที่นอนที่นั่งอันสงัดเงียบ ปราศจากเสียง กึกก้อง จงรู้จักประมาณในโภชนะ เธออย่าได้กระทำ ความอยากในวัตถุเป็นที่เกิดตัณหาเหล่านี้ คือ จีวร บิณฑบาต ที่นอน ที่นั่ง และปัจจัย เธออย่ากลับมาสู่โลกนี้อีก จงเป็น ผู้สำรวมในปาฏิโมกข์และในอินทรีย์ ๕ จงมีสติไปแล้วในกาย จงเป็นผู้มากไปด้วยความเบื่อหน่าย จงเว้นสุภนิมิต อันก่อ ให้เกิดความกำหนัด จงอบรมจิตให้มีอารมณ์เป็นหนึ่ง ให้ตั้ง มั่นดีแล้วในอสุภภาวนา จงอบรมวิปัสสนา จงละมานานุสัย แต่นั้นเธอจักเป็นผู้สงบ เพราะการละมานะเที่ยวไป ฯ ได้ยินว่า พระผู้มีพระภาคตรัสสอนท่านพระราหุล ด้วยพระคาถาเหล่านี้เนืองๆ ด้วยประการฉะนี้แล ฯ จบราหุลสูตรที่ ๑๑