อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๘

๒. ธนิยสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๘–๓๔พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 17 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๒. ธนิยสูตร ว่าด้วยการโต้ตอบระหว่างนายธนิยะกับพระพุทธเจ้า

ข้อ ๑๘

(นายธนิยะเจ้าของโคกล่าวดังนี้) ข้าพเจ้าปรุงอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว รีดน้ำนมโคไว้แล้ว อยู่ร่วมกับบริวารช่วยเหลือกัน ใกล้ฝั่งแม่น้ำมหี มุงหลังคากั้นฝาเรือน นำไฟมาติดไว้เรียบร้อย ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด

ข้อ ๑๙

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) เราเป็นผู้ไม่โกรธ ปราศจากกิเลสดุจตะปูตรึงใจ พักแรม ๑ ราตรี ใกล้ฝั่งแม่น้ำมหี เพิงที่พักคืออัตภาพ ก็ปราศจากหลังคาเครื่องมุงบัง กองไฟคือราคะเป็นต้นก็ดับหมดแล้ว ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด @เชิงอรรถ : @ นิวรณ์ หมายถึงธรรมเป็นเครื่องกั้นความดี มี ๕ ประการ คือ (๑) กามฉันทะ (ความพอใจในกาม)@(๒) พยาบาท (ความคิดร้าย) (๓) ถีนมิทธะ (ความหดหู่และเซื่องซึม) @(๔) อุทธัจจกุกกุจจะ (ความฟุ้งซ่านและร้อนใจ) (๕) วิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัย) (ขุ.สุ.อ. ๑/๑๗/๒๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๐๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๒. ธนิยสูตร

ข้อ ๒๐

(นายธนิยะเจ้าของโคกล่าวดังนี้) ฝูงโคของข้าพเจ้าไม่มีเหลือบและยุงมารบกวน เที่ยวหากิน ณ ริมฝั่งแม่น้ำที่มีหญ้างอกงาม จึงสามารถทนฝนที่ตกลงมาได้ดี ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด

ข้อ ๒๑

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) เราผูกแพคืออริยมรรค ตกแต่งคือบำเพ็ญดีแล้ว กำจัดห้วงน้ำคือกิเลสได้แล้ว ข้ามไปจนถึงฝั่งแล้ว จึงไม่มีความต้องการแพนั้นอีกต่อไป ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด

ข้อ ๒๒

(นายธนิยะเจ้าของโคกล่าวดังนี้) ภรรยาของข้าพเจ้าเป็นหญิงเชื่อฟัง ไม่โลเล ครองรักร่วมกันมานานหลายปี เป็นที่ไว้วางใจของข้าพเจ้า ความชั่ว ใดๆ ของนาง ข้าพเจ้าไม่เคยได้ยินเลย ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด

ข้อ ๒๓

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) จิตของเราเชื่อฟังเรา หลุดพ้นกิเลสแล้ว เราฝึกอบรมมานานจนเป็นจิตที่ฝึกหัดดีแล้ว ดังนั้น เราจึงไม่มีความชั่ว ใดๆ ต่อไป ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด @เชิงอรรถ : @ ข้ามไปจนถึงฝั่ง หมายถึงบรรลุพระสัพพัญญุตญาณ (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๑/๓๓) @ โลเล หมายถึงความลุ่มหลง ความอยากของสตรี มี ๕ อย่าง (๑) โลเลในอาหาร (๒) โลเลในเครื่อง@ประดับ (๓) โลเลในบุรุษอื่น (๔) โลเลในทรัพย์ (๕) โลเลในการเที่ยวเตร่ (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๒/๓๓)@ ความชั่ว (บาป) ที่นายธนิยะกล่าวนั้นหมายถึงความประพฤตินอกใจ (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๒/๓๓)@ ความชั่ว ที่พระผู้มีพระภาคตรัสนั้นหมายถึงกายสมาจาร วจีสมาจาร มโนสมาจาร และอาชีวะที่ไม่บริสุทธิ์@(ขุ.สุ.อ. ๑/๒๓/๓๕)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๐๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๒. ธนิยสูตร

ข้อ ๒๔

(นายธนิยะเจ้าของโคกล่าวดังนี้) ข้าพเจ้าเป็นผู้ทำการงานของตนเองเลี้ยงชีวิต ทั้งบุตรธิดาของข้าพเจ้าก็พร้อมหน้า ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ความชั่ว ใดๆ ของบุตรธิดาเหล่านั้น ข้าพเจ้าไม่เคยได้ยินเลย ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด

ข้อ ๒๕

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) เราไม่เป็นลูกจ้างใคร เที่ยวไปด้วยความเป็นสัพพัญญู ผู้ไม่มีความต้องการในโลกทั้งปวง เราจึงไม่มีความต้องการด้วยค่าจ้างอีกต่อไป ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด

ข้อ ๒๖

(นายธนิยะเจ้าของโคกล่าวดังนี้) ในจำนวนฝูงโคของข้าพเจ้านี้ มีทั้งโครุ่นที่ยังไม่ได้ฝึก ลูกโคที่ยังดื่มนม แม่โคที่กำลังตั้งครรภ์ แม่โควัยเจริญพันธุ์ และโคสำคัญที่เป็นจ่าฝูง ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด

ข้อ ๒๗

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) ในจำนวนฝูงโคคือศาสนธรรมของเรานี้ ไม่มีทั้งโครุ่นที่ยังไม่ได้ฝึก @เชิงอรรถ : @ ความชั่ว ของบุตรธิดาที่นายธนิยะกล่าวนั้น หมายถึงความเป็นโจร เป็นภรรยาของคนอื่น หรือเป็นผู้ทุศีล@(ขุ.สุ.อ. ๑/๒๔/๓๖) @ ไม่เป็นลูกจ้างใคร หมายถึงไม่เป็นทาสแห่งตัณหา (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๕/๓๖)@ โครุ่นที่ยังไม่ได้ฝึก ในที่นี้หมายถึงปริยุฏฐานกิเลส (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๗/๓๗)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๐๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๒. ธนิยสูตร ลูกโคที่ยังดื่มนม แม่โคที่กำลังตั้งครรภ์ แม่โควัยเจริญพันธุ์ และโคสำคัญที่เป็นจ่าฝูง ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด

ข้อ ๒๘

(นายธนิยะเจ้าของโคกล่าวดังนี้) ข้าพเจ้าปักเสาสำหรับล่ามโคไว้แน่นหนา ไม่โยกคลอน เชือกพิเศษสำหรับล่ามโคทั้งหลาย ก็ฝั้นด้วยหญ้าปล้องใหม่ๆ มีรูปทรงกะทัดรัดดี ถึงแม้โคหนุ่มๆ จะดิ้นดึง ก็ไม่สามารถทำให้ขาดได้เลย ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด

ข้อ ๒๙

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) เราได้ตัดเครื่องผูกทั้งหลาย เหมือนโคอุสภะสลัดเชือกที่ล่ามไว้จนขาดสะบั้น ทำลายเถาหัวด้วนเหมือนช้างทำลายเถาหัวด้วนจนแหลกละเอียด จึงไม่ต้องกลับมาเกิดอีก ฝนเอ๋ย หากท่านอยากตกก็เชิญตกลงมาเถิด

ข้อ ๓๐

(พระสังคีติกาจารย์กล่าวดังนี้) ทันใดนั่นเอง ฝนห่าใหญ่ได้ตกลงมา จนน้ำท่วมเต็มทั้งที่ลุ่มและที่ดอน นายธนิยะเจ้าของโคได้ยินเสียงฝนที่กำลังตกอยู่ ได้กราบทูลเนื้อความดังนี้ว่า @เชิงอรรถ : @ ลูกโคที่ยังดื่มนม ในที่นี้หมายถึงอนุสัยกิเลส (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๗/๓๗) @ แม่โคที่กำลังตั้งครรภ์ ในที่นี้หมายถึงปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร และอาเนญชาภิสังขาร@(ขุ.สุ.อ. ๑/๒๗/๓๗) @ แม่โควัยเจริญพันธุ์ ในที่นี้หมายถึงตัณหา (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๗/๓๗) @ โคจ่าฝูง ในที่นี้หมายถึงอภิสังขารวิญญาณ (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๗/๓๗) @ พระองค์ทรงทำลายเถาหัวด้วน คือ โอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการ ด้วยโสดาปัตติมรรค สกทาคามิมรรค@และอนาคามิมรรค เหมือนช้างทำลายเถาหัวด้วน ทรงตัดเครื่องผูกคืออุทธัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการ@ด้วยอรหัตตมรรคเหมือนโคอุสภะสลัดเชือก (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๙/๓๘)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๐๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๒. ธนิยสูตร

ข้อ ๓๑

เป็นลาภของพวกข้าพระองค์ไม่น้อยเลย ที่พวกข้าพระองค์ได้เห็นพระผู้มีพระภาค ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระจักษุ พวกข้าพระองค์ขอถึงพระองค์เป็นสรณะ ข้าแต่พระมหามุนี ขอพระองค์ทรงเป็นพระศาสดา ของพวกข้าพระองค์เถิด

ข้อ ๓๒

ข้าพระองค์และภรรยามีศรัทธาเชื่อฟังพระองค์ ขอประพฤติพรหมจรรย์ในสำนักของพระสุคต ข้าพระองค์ทั้งสองขอเป็นผู้ไปถึงฝั่งแห่งชาติและมรณะ จะเป็นผู้ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้

ข้อ ๓๓

(มารผู้มีบาปกล่าวดังนี้) คนมีบุตรก็เพลิดเพลินบุตร เช่นเดียวกับคนมีโคก็เพลิดเพลินโค เพราะคนมีอุปธิ เป็นเหตุเพลิดเพลิน คนที่ไม่มีอุปธิย่อมไม่เพลิดเพลินเลย

ข้อ ๓๔

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) คนมีบุตรก็เศร้าโศกเพราะบุตร เช่นเดียวกับคนมีโคก็เศร้าโศกเพราะโค เพราะคนมีอุปธิเป็นเหตุเศร้าโศก คนที่ไม่มีอุปธิ ย่อมไม่เศร้าโศกเลย ธนิยสูตรที่ ๒ จบ @เชิงอรรถ : @ อุปธิ หมายถึงกิเลสที่ทำให้ติดอยู่ในวัฏฏสงสารมี ๔ อย่าง คือ (๑) กามูปธิ (อุปธิคือกาม) (๒) ขันธูปธิ@(อุปธิคือขันธ์) (๓) กิเลสูปธิ (อุปธิคือกิเลส) (๔) อภิสังขารูปธิ (อุปธิคืออภิสังขาร) (ขุ.สุ.อ. ๑/๓๓/๔๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๐๖}

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

สุตฺตนิปาเต อุรควคฺคสฺส ทุติยํ ธนิยสุตฺตํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต ธนิยสูตรที่ ๒ นายธนิยะคนเลี้ยงโคได้กล่าวคาถาว่า

ข้อ ๒๙๕

|๒๙๕.๔๔๑| ๒ ปกฺโกทโน ทุกฺขขีโรหมสฺมิ (อิติ ธนิโย โคโป) อนุตีเร มหิยา สมานวาโส ฉนฺนา กุฏิ อาหิโต คินิ อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทว ฯ |๒๙๕.๔๔๒| อกฺโกธโน วิคตขิโลหมสฺมิ (อิติ ภควา) อนุตีเร มหิเยกรตฺติวาโส วิวฏา กุฏิ นิพฺพุโต คินิ อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทว ฯ |๒๙๕.๔๔๓| อนฺธกมกสา น วิชฺชเร (อิติ ธนิโย โคโป) กจฺเฉ รูฬฺหติเณ จรนฺติ คาโว วุฏฺฐิมฺปิ สเหยฺยุมาคตํ อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทว ฯ |๒๙๕.๔๔๔| ภทฺธา หิ ภิสี สุสงฺขตา (อิติ ภควา) ติณฺโณ ปารคโต วิเนยฺย โอฆํ อตฺโถ ภิสิยา น วิชฺชติ อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทว ฯ |๒๙๕.๔๔๕| โคปี มม อสฺสวา อโลลา (อิติ ธนิโย โคโป) ทีฆรตฺตํ สํวาสิยา มนาปา ตสฺสา น สุณามิ กิญฺจิ ปาปํ อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทว ฯ |๒๙๕.๔๔๖| จิตฺตํ มม อสฺสวํ วิมุตฺตํ (อิติ ภควา) ทีฆรตฺตํ ปริภาวิตํ สุทนฺตํ ปาปํ ปน เม น วิชฺชติ อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทว ฯ |๒๙๕.๔๔๗| อตฺตเวตฺตนภโตหมสฺมิ (อิติ ธนิโย โคโป) ปุตฺตา จ เม สมานิยา อโรคา เตสํ น สุณามิ กิญฺจิ ปาปํ อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทว ฯ |๒๙๕.๔๔๘| นาหํ ภตโกสฺมิ กสฺสจิ (อิติ ภควา) นิพฺพิฏฺเฐน จรามิ สพฺพโลเก อตฺโถ ภติยา น วิชฺชติ อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทว ฯ |๒๙๕.๔๔๙| อตฺถิ วสา อตฺถิ เธนุปา (อิติ ธนิโย โคโป) โคธรณิโย ปเวนิโยปิ อตฺถิ อุสโภปิ ควมฺปตี จ อตฺถิ อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทว ฯ |๒๙๕.๔๕๐| นตฺถิ วสา นตฺถิ เธนุปา (อิติ ภควา) โคธรณิโย ปเวนิโยปิ นตฺถิ อุสโภปิ ควมฺปตี จ นตฺถิ อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทว ฯ |๒๙๕.๔๕๑| ขีลา นิขาตา อสมฺปเวที (อิติ ธนิโย โคโป) ทามา มุญฺชมยา นวา สุสณฺฐานา น หิ สกฺขินฺติ เธนุปาปิ เฉตฺตุํ อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทว ฯ |๒๙๕.๔๕๒| อุสโภริว เฉตฺวา พนฺธนานิ (อิติ ภควา) นาโค ปูติลตํว ทาลยิตฺวา นาหํ ปุน อุเปสฺสํ คพฺภเสยฺยํ อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทว ฯ |๒๙๕.๔๕๓| นินฺนญฺจ ถลญฺจ ปูรยนฺโต มหาเมโฆ ปาวสฺสิ ตาวเทว สุตฺวา เทวสฺส วสฺสโต อิมมตฺถํ ธนิโย อภาสถ |๒๙๕.๔๕๔| ลาภา วต โน อนปฺปกา เย มยํ ภควนฺตํ อทฺทสาม สรณํ ตํ อุเปม จกฺขุม สตฺถา โน โหหิ มหามุนิ ฯ |๒๙๕.๔๕๕| โคปี จ อหญฺจ อสฺสวา พฺรหฺมจริยํ สุคเต จรามเส ชาติมรณสฺส ปารคา ทุกฺขสฺสนฺตกรา ภวามเส ฯ |๒๙๕.๔๕๖| นนฺทติ ปุตฺเตหิ ปุตฺติมา (อิติ มาโร ปาปิมา) โคปิโก โคหิ ตเถว นนฺทติ อุปธีหิ นรสฺส นนฺทนา น หิ โส นนฺทติ โย นิรูปธิ ฯ |๒๙๕.๔๕๗| โสจติ ปุตฺเตหิ ปุตฺติมา (อิติ ภควา) โคปิโก โคหิ ตเถว โสจติ อุปธีหิ นรสฺส โสจนา น หิ โส โสจติ โย นิรูปธีติ ฯ ธนิยสุตฺตํ ทุติยํ ฯ -----------

เรามีข้าวสำเร็จแล้ว มีน้ำนมรีด (จากแม่โค) รองไว้แล้ว มีการอยู่กับชนผู้เป็นบริวารผู้มีความประพฤติอนุกูลเสมอกัน ที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำมหี เรามุงบังกระท่อมแล้ว ก่อไฟไว้แล้ว แน่ะฝน หากว่าท่านย่อมปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระคาถาตอบว่า เราเป็นผู้ไม่โกรธ มีกิเลสดุจหลักตอปราศไปแล้ว เรามีการ อยู่สิ้นราตรีหนึ่งที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำมหี กระท่อมมีหลังคาอัน เปิดแล้ว ไฟดับแล้ว แน่ะฝน หากว่าท่านปรารถนาก็เชิญ ตกลงมาเถิด ฯ นายธนิยะคนเลี้ยงโคได้กล่าวคาถาว่า เหลือบและยุงย่อมไม่มี โคทั้งหลายย่อมเที่ยวไปในประเทศ ใกล้แม่น้ำซึ่งมีหญ้างอกขึ้นแล้ว พึงอดทนแม้ซึ่งฝนที่ตกลงมา ได้ แน่ะฝน หากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระคาถาตอบว่า ก็เราผูกแพไว้แล้ว ตกแต่งดีแล้ว กำจัดโอฆะ ข้ามถึงฝั่งแล้ว ความต้องการด้วยแพย่อมไม่มี แน่ะฝน หากว่าท่านปรารถนา ก็เชิญตกลงมาเถิด ฯ นายธนิยะคนเลี้ยงโคได้กล่าวคาถาว่า ภริยาเชื่อฟังเรา ไม่โลเล เป็นที่พอใจ อยู่ร่วมกันสิ้น กาลนาน เราไม่ได้ยินความชั่วอะไรๆ ของภริยานั้น แน่ะฝน หากท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระคาถาตอบว่า จิตเชื่อฟังเรา หลุดพ้นแล้ว เราอบรมแล้ว ฝึกหัดดีแล้วสิ้น กาลนาน และความชั่วของเราย่อมไม่มี แน่ะฝน หากว่า ท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯ นายธนิยะคนเลี้ยงโคได้กล่าวคาถาว่า เราเป็นผู้เลี้ยงตนด้วยอาหารและเครื่องนุ่งห่มและบุตรทั้งหลาย ของเราดำรงอยู่ดี ไม่มีโรค เราไม่ได้ยินความชั่วอะไรๆ ของ บุตรเหล่านั้น แน่ะฝน หากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระคาถาตอบว่า เราไม่เป็นลูกจ้างของใครๆ เราเที่ยวไปด้วยความเป็น พระสัพพัญญูผู้ไม่มีความต้องการในโลกทั้งปวง เราไม่มี ความต้องการค่าจ้าง แน่ะฝน หากว่าท่านปรารถนาก็เชิญ ตกลงมาเถิด ฯ นายธนิยะคนเลี้ยงโคได้กล่าวคาถาว่า โคแก่ ลูกโคอ่อนที่ยังไม่ได้ฝึก แม่โคที่มีครรภ์ ลูกโคหนุ่ม แม่โคผู้ปรารถนาประเวณีมีอยู่ อนึ่ง แม้โคที่เป็นเจ้าฝูง แห่งโคก็มีอยู่ แน่ะฝน หากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตกลง มาเถิด ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระคาถาตอบว่า โคแก่ ลูกโคอ่อนที่ยังไม่ได้ฝึก แม่โคที่มีครรภ์ ลูกโคหนุ่ม แม่โคที่ปรารถนาประเวณีก็ไม่มี อนึ่ง แม้โคที่เป็นเจ้าฝูง แห่งโคก็ไม่มี แน่ะฝน หากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตก ลงมาเถิด ฯ นายธนิยะคนเลี้ยงโคได้กล่าวคาถาว่า เสาเป็นที่ผูกโคเราฝังไว้แล้ว ไม่หวั่นไหว เชือกสำหรับผูก พิเศษประกอบด้วยปมและบ่วงเราทำไว้แล้ว สำเร็จด้วย หญ้ามุงกระต่ายเป็นของใหม่มีสัณฐานดีสำหรับผูกโคทั้งหลาย แม้โคหนุ่มๆ ก็ไม่อาจจะให้ขาดได้เลย แน่ะฝน หากว่า ท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระคาถาตอบว่า เราจักไม่เข้าถึงการนอนในครรภ์อีก เหมือนโคตัดเชือก สำหรับผูกขาดแล้ว เหมือนช้างทำลายเถากระพังโหมได้แล้ว ฉะนั้น แน่ะฝน หากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯ ฝนได้ตกเต็มทั้งที่ลุ่ม ทั้งที่ดอน ในขณะนั้นเอง นายธนิยะ คนเลี้ยงโคได้ยินเสียงฝนตกอยู่ ได้กราบทูลเนื้อความนี้ว่า เป็นลาภของข้าพระองค์ไม่น้อยหนอ ที่ข้าพระองค์ได้เห็น พระผู้มีพระภาค ข้าแต่พระองค์ผู้มีจักษุ ข้าพระองค์ขอถึง พระองค์ว่าเป็นสรณะ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นมหามุนี ขอ พระองค์ทรงเป็นพระศาสดาของข้าพระองค์ ทั้งภริยาทั้ง ข้าพระองค์เป็นผู้เชื่อฟัง ประพฤติพรหมจรรย์ในพระสุคต ข้าพระองค์เป็นผู้ถึงฝั่งแห่งชาติและมรณะจะเป็นผู้กระทำซึ่ง ที่สุดแห่งทุกข์ได้ ฯ มารผู้มีบาปได้กล่าวคาถาว่า คนย่อมเพลิดเพลินเพราะอุปธิทั้งหลาย เปรียบเหมือน บุคคลผู้มีบุตร ย่อมเพลิดเพลินเพราะบุตร บุคคลมีโค ย่อมเพลิดเพลินเพราะโค ฉะนั้น คนผู้ไม่มีอุปธิ ย่อมไม่ เพลิดเพลินเลย ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระคาถาตอบว่า คนย่อมเศร้าโศกเพราะอุปธิทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุคคล ผู้มีบุตร ย่อมเศร้าโศกเพราะบุตร บุคคลผู้มีโค ย่อม เศร้าโศกเพราะโค ฉะนั้น คนผู้ไม่มีอุปธิ ย่อมไม่ เศร้าโศกเลย ฯ จบธนิยสูตรที่ ๒

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/