๑๐. โสมนัสสสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. โสมนัสสสูตร ว่าด้วยโสมนัส
แท้จริง พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้ พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๒ ประการ ย่อมอยู่อย่างมีความสุขโสมนัสมากในปัจจุบัน และย่อมเริ่มประกอบความเพียรโดยแยบคาย เพื่อความสิ้นอาสวะ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๓๘๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ [๒. ทุกนิบาต] ๑. ปฐมวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค ธรรม ๒ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ความมีสังเวคธรรม ในฐานะที่ควรมีสังเวคธรรม ๒. ความเพียรโดยแยบคายแห่งบุคคลผู้มีสังเวคธรรม ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๒ ประการนี้แล ย่อมอยู่อย่างมี ความสุขโสมนัสมากในปัจจุบัน และย่อมเริ่มประกอบความเพียรโดยแยบคาย เพื่อความสิ้นอาสวะ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวมานี้แล้ว ในพระสูตรนั้น จึงตรัส คาถาประพันธ์ดังนี้ว่า ภิกษุผู้เป็นบัณฑิต มีความเพียร มีปัญญารักษาตน พิจารณาเห็นชอบด้วยปัญญา ควรมีสังเวคธรรมในฐานะที่ควรมีสังเวคธรรมทีเดียว ภิกษุผู้มีความเพียร มีความประพฤติสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน หมั่นประกอบอุบายเป็นเครื่องสงบใจอยู่อย่างนี้ พึงถึงความสิ้นทุกข์ แม้เนื้อความนี้ พระผู้มีพระภาคก็ตรัสไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้แล โสมนัสสสูตรที่ ๑๐ จบ ปฐมวรรค จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ทุกขวิหารสูตร ๒. สุขวิหารสูตร ๓. ตปนียสูตร ๔. อตปนียสูตร ๕. ปฐมสีลสูตร ๖. ทุติยสีลสูตร ๗. อาตาปีสูตร ๘. ปฐมนกุหนสูตร ๙. ทุติยนกุหนสูตร ๑๐. โสมนัสสสูตร @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถที่ ๒ หน้า ๗๖ ในเล่มนี้ @ ฐานะที่ควรมีสังเวคธรรม หมายถึงชาติ ชรา มรณะ ทุกข์ในอบาย วัฏฏมูลกทุกข์ อาหารปริเยฏฐิมูลกทุกข์@(ขุ.อิติ.อ. ๓๗/๑๓๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๓๘๔}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต ๑๐. โสมนัสสสูตร
๑๐ วุตฺตํ เหตํ ภควตา วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ ทฺวีหิ ภิกฺขเว ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สุขโสมนสฺสพหุโล วิหรติ โยนิโส อารทฺโธ โหติ อาสวานํ ขยายาติ กตเมหิ ทฺวีหิ สํเวชนีเยสุ ฐาเนสุ สํเวชเนน สํเวคสฺส จ โยนิโส ปธาเนน อิเมหิ โข ภิกฺขเว ทฺวีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สุขโสมนสฺสพหุโล วิหรติ โยนิโส อารทฺโธ โหติ อาสวานํ ขยายาติ ฯ เอตมตฺถํ ภควา อโวจ ฯ ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ สํเวชนีเยสุ ฐาเนสุ สํวิชฺเชเถว ปณฺฑิโต อาตาปี นิปโก ภิกฺขุ ปญฺญาย สมเวกฺขิย เอวํ วิหารี อาตาปี สนฺตวุตฺติ อนุทฺธโต เจโตสมถมนุยุตฺโต ขยํ ทุกฺขสฺส ปาปุเณติ ฯ อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา อิติ เม สุตนฺติ ฯ ทสมํ ฯ วคฺโค ปฐโม ฯ ตสฺสุทฺทานํ เทฺวเม ภิกฺขุ ตปนียา ตปนียา ปรตฺเถหิ อาตาปี น กุหนา จ โสมนสฺเสน เต ทสาติ ฯ --------
จริงอยู่ พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว พระสูตรนี้พระผู้มี พระภาคผู้เป็นพระอรหันต์ตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๒ ประการ เป็นผู้มากไปด้วยสุขและโสมนัสอยู่ในปัจจุบัน เป็นผู้ปรารภความเพียรแล้วโดยแยบคาย เพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย ธรรม ๒ ประการเป็นไฉน คือ ความสังเวชในฐานะอันเป็นที่ตั้งแห่งความสังเวช ๑ ความเพียรโดยแยบคายแห่งบุคคลผู้สังเวช ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๒ ประการนี้แล เป็นผู้มากไปด้วยสุขและโสมนัสอยู่ในปัจจุบัน เป็นผู้ปรารภความเพียรแล้วโดยแยบคาย เพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว ในพระสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า ภิกษุผู้เป็นบัณฑิต มีความเพียร มีปัญญาเครื่องรักษาตน พิจารณาโดยชอบแล้วด้วยปัญญา พึงสังเวชในฐานะเป็น ที่ตั้งแห่งความสังเวชทีเดียว ภิกษุผู้มีปรกติอยู่อย่างนี้ มี ความเพียร มีความประพฤติสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน หมั่น ประกอบอุบายเป็นเครื่องสงบใจ พึงถึงความสิ้นไปแห่ง ทุกข์ได้ ฯ เนื้อความแม้นี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วฉะนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๑๐ จบวรรคที่ ๑ -----------------------------------------------------รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ภิกขุสูตรที่ ๑ ๒. ภิกขุสูตรที่ ๒ ๓. ตปนียสูตร ๔. อตปนีย-*สูตร ๕. สีลสูตรที่ ๑ ๖. สีลสูตรที่ ๒ ๗. อาตาปีสูตร ๘. นกุหนา-*สูตรที่ ๑ ๙. นกุหนาสูตรที่ ๒ ๑๐. โสมนัสสสูตร ฯ -----------------------------------------------------