อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๔๒๘

๒. ปธานสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๒๘–๔๕๒พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 25 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๒. ปธานสูตร ว่าด้วยความเพียรอย่างเด็ดเดี่ยว (พระผู้มีพระภาคตรัสแก่ภิกษุทั้งหลายดังนี้)

ข้อ ๔๒๘

เราตั้งจิตบำเพ็ญเพียร ขะมักเขม้น เพ่งพินิจอยู่ เพื่อบรรลุธรรมอันเป็นแดนเกษมจากโยคะ อยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรานั้น

ข้อ ๔๒๙

มารได้เข้ามาหาพร้อมกับกล่าวถ้อยคำแสดงความเอ็นดูว่า ท่านมีร่างกายผ่ายผอม มีผิวพรรณซูบซีด ใกล้จะตายอยู่แล้ว

ข้อ ๔๓๐

ท่านมีโอกาสตายถึง ๑,๐๐๐ ส่วน โอกาสรอดชีวิตมีเพียงส่วนเดียวเท่านั้น ท่านเอ๋ย การที่ท่านมีชีวิตอยู่นั้นดีแล้ว เพราะเมื่อมีชีวิตอยู่ ท่านก็จักบำเพ็ญบุญทั้งหลายได้

ข้อ ๔๓๑

ท่านประพฤติพรหมจรรย์ และบูชาไฟอยู่ ก็ชื่อว่าสั่งสมบุญไว้มาก ท่านจักบำเพ็ญเพียรไปทำไม

ข้อ ๔๓๒

ทางเพื่อความเพียรดำเนินไปถึงยาก ทำได้ยาก ยากยิ่งนักที่จะก่อผลสำเร็จ มารได้ยืนกล่าวคาถาเหล่านี้อยู่ใกล้ๆ เราผู้จะเป็นพุทธะ @เชิงอรรถ : @ พรหมจรรย์ ในที่นี้หมายถึงเมถุนวิรัติ (ขุ.สุ.อ. ๒/๔๓๑/๒๐๘)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๙๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๓. มหาวรรค] ๒. ปธานสูตร

ข้อ ๔๓๓

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสตอบมารผู้กล่าวอย่างนั้นว่า มารผู้มีบาป ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของคนประมาท ท่านมาที่นี้มีความประสงค์ใด

ข้อ ๔๓๔

เราไม่มีความต้องการบุญแม้แต่น้อย ความจริง ท่านผู้เป็นมาร ควรไปบอกแก่คนผู้ต้องการบุญ

ข้อ ๔๓๕

เพราะเหตุไร ท่านจึงเฝ้าเพียรถามเรา ผู้มีทั้งศรัทธา ตบะ วิริยะ และปัญญา ผู้มีจิตมุ่งมั่น มีความเป็นอยู่อย่างนี้

ข้อ ๔๓๖

กระแสแม่น้ำทุกสาย ลมนี้สามารถพัดให้เหือดแห้งได้ แต่ว่าเลือดของเราผู้มีจิตมุ่งมั่นไม่เหือดแห้งไปแม้สักหยดเลย

ข้อ ๔๓๗

เมื่อเลือดกำลังเหือดแห้งไป ดี เสลดก็กำลังเหือดแห้งไปด้วย และเมื่อเนื้อกำลังจะหมดสิ้นไป แต่จิตของเราก็ยิ่งผ่องใส สติ และปัญญาก็ผ่องใส สมาธิของเราก็ยิ่งตั้งมั่นขึ้นไปอีก

ข้อ ๔๓๘

เรานั้นถึงจะได้รับทุกขเวทนาอันแรงกล้าอยู่อย่างนี้ จิตก็หาได้หวนคนึงถึงกามทั้งหลายไม่ ท่านจงคอยดูภาวะที่เราเป็นสัตว์บริสุทธิ์

ข้อ ๔๓๙

กิเลสกามทั้งหลาย เราเรียกว่าเสนากองที่ ๑ ของท่าน ความไม่ยินดี เราเรียกว่าเสนากองที่ ๒ ของท่าน ความหิวกระหาย เราเรียกว่าเสนากองที่ ๓ ของท่าน ตัณหา(ความทะยานอยาก) เราเรียกว่าเสนากองที่ ๔ ของท่าน

ข้อ ๔๔๐

ถีนมิทธะ(ความหดหู่และเซื่องซึม) เราเรียกว่าเสนากองที่ ๕ ของท่าน ความกลัว เราเรียกว่าเสนากองที่ ๖ ของท่าน วิจิกิจฉา(ความลังเลสงสัย) เราเรียกว่าเสนากองที่ ๗ ของท่าน มักขะ(ความลบหลู่คุณท่าน) และถัมภะ(ความหัวดื้อ) เราเรียกว่าเสนากองที่ ๘ ของท่าน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๙๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๓. มหาวรรค] ๒. ปธานสูตร

ข้อ ๔๔๑

ลาภ ความสรรเสริญ สักการะ และยศที่ได้มาที่ผิดๆ เราเรียกว่าเสนากองที่ ๙ ของท่าน การยกตนและข่มผู้อื่น เราเรียกว่าเสนากองที่ ๑๐ ของท่าน

ข้อ ๔๔๒

มารเอ๋ย เสนาของท่านผู้มีธรรมดำนี้ มีปกติประหารสมณพราหมณ์ คนขลาดเอาชนะเสนานั้นไม่ได้ แต่คนกล้า เอาชนะเสนามารได้แล้วย่อมได้รับสุข

ข้อ ๔๔๓

แม้เรานี้ก็รักษาหญ้ามุงกระต่ายไว้ น่าติเตียน(ถ้า)ชีวิตของเรา(จะพ่ายแพ้) เราตายเสียในสงครามประเสริฐกว่า แพ้แล้วเป็นอยู่จะประเสริฐอะไร

ข้อ ๔๔๔

สมณพราหมณ์บางพวกตกอยู่ในอำนาจเสนาของท่านแล้ว ย่อมไม่ปรากฏเกียรติคุณ และย่อมไม่รู้ทางที่เหล่าท่านผู้มีวัตรดีดำเนินไปอยู่

ข้อ ๔๔๕

เราได้เห็นมารขี่ช้างเป็นพาหนะ นำเสนาออกมาโดยรอบทิศ จึงเตรียมเผชิญหน้าเพื่อจะต่อสู้ โดยมั่นใจว่า มารอย่าหวังที่จะให้เราลุกจากที่

ข้อ ๔๔๖

ชาวโลกพร้อมทั้งเทวโลก ไม่สามารถเอาชนะเสนาของท่านนั้นได้ แต่เราจะใช้ปัญญาเป็นอาวุธ ทำลายเสนาท่านนั้นให้พินาศ เหมือนคนใช้ก้อนหินทุบภาชนะดิน ทั้งที่ยังไม่ได้เผาและที่เผาแล้วให้แตกไป ฉะนั้น @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๒๘/๑๑๖, ๖๘/๒๑๐-๒๑๑, ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๔๗/๑๙๘

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๖๐๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๓. มหาวรรค] ๒. ปธานสูตร

ข้อ ๔๔๗

เราจักเจริญสัมมาสังกัปปะให้เชี่ยวชาญ และตั้งสติไว้อย่างมั่นคงแล้ว เที่ยวจาริกแนะนำพร่ำสอนสาวกจำนวนมากไปทุกแว่นแคว้น

ข้อ ๔๔๘

สาวกผู้ไม่ประมาทเหล่านั้น มีจิตมุ่งมั่น ปฏิบัติตามคำสอนของเรา เป็นผู้หมดความปรารถนา ก็จะเข้าถึงสถานที่ซึ่งเหล่าชนผู้ไปแล้ว ไม่เศร้าโศก

ข้อ ๔๔๙

(มารกล่าวดังนี้) ข้าพเจ้าได้สะกดรอยตามพระผู้มีพระภาคนานถึง ๗ ปี ก็ยังหาโอกาสที่จะทำลายพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงพระสิริไม่ได้เลย

ข้อ ๔๕๐

กาตัวหนึ่งบินอยู่รอบๆ แท่นศิลา ที่มีสีคล้ายมันข้น ด้วยคิดว่า ‘เรากำลังจะได้ของอ่อนนุ่มในสิ่งนี้ ความยินดีพอใจก็จะมีแก่เรา’ (แต่เมื่อไม่ได้ความพอใจ รู้ว่า ‘นี้คือแท่นศิลา’ จึงหลีกไป)

ข้อ ๔๕๑

ข้าพเจ้าก็เช่นเดียวกัน ตั้งใจว่า จะมารบกวนก่อความรำคาญพระทัย ให้พระสมณโคดมเบื่อเสด็จลุกหนีไป แต่ข้าพเจ้ากลับไม่ได้รับความยินยอมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เกิดความท้อแท้จึงหลีกไป

ข้อ ๔๕๒

เมื่อมารนั้นกำลังเศร้าโศกมาก พิณที่หนีบอยู่นั้นจึงตกลงจากรักแร้ ลำดับนั้น มารนั้นผู้เสียใจ ได้อันตรธานหายไปในที่นั้นเอง ปธานสูตรที่ ๒ จบ @เชิงอรรถ : @ ข้อความนี้แปลเติมตามนัยอรรถกถา (ขุ.สุ.อ. ๒/๔๔๙-๔๕๑/๒๑๔-๒๑๕)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๖๐๑}

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

สุตฺตนิปาเต ตติยสฺส มหาวคฺคสฺส ทุติยํ ปธานสุตฺตํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต ปธานสูตรที่ ๒

ข้อ ๓๕๕

|๓๕๕.๘๕๐| ๒ ตํ มํ ปธานปหิตตฺตํ นทึ เนรญฺชรมฺปติ วิปรกฺกมฺม ฌายนฺตํ โยคกฺเขมสฺส ปตฺติยา |๓๕๕.๘๕๑| นมุจี กรุณํ วาจํ ภาสมาโน อุปาคมิ กีโส ตฺวมสิ ทุพฺพณฺโณ สนฺติเก มรณํ ตว ฯ |๓๕๕.๘๕๒| สหสฺสภาโค มรณสฺส เอกํโส ตว ชีวิตํ ชีวโต ชีวิตํ เสยฺโย ชีวํ ปุญฺญานิ กาหสิ ฯ |๓๕๕.๘๕๓| จรโต จ เต พฺรหฺมจริยํ อคฺคิหุตญฺจ ชูหโต ปหูตํ จียเต ปุญฺญํ กึ ปธาเนน กาหสิ ฯ |๓๕๕.๘๕๔| ทุคฺโค มคฺโค ปธานาย ทุกฺกโร ทุรภิสมฺภโว อิมา คาถา ภณํ มาโร อฏฺฐา พุทฺธสฺส สนฺติเก ฯ |๓๕๕.๘๕๕| ตํ ตถาวาทินํ มารํ ภควา เอตทพฺรวิ ปมตฺตพนฺธุ ปาปิม เยนตฺเถน อิธาคโต |๓๕๕.๘๕๖| อณุมตฺโตปิ ปุญฺเญน อตฺโถ มยฺหํ น วิชฺชติ เยสญฺจ อตฺโถ ปุญฺเญน เต มาโร วตฺตุมรหติ ฯ |๓๕๕.๘๕๗| อตฺถิ สทฺธา ตโป วิริยํ ปญฺญา จ มม วิชฺชติ เอวํ มํ ปหิตตฺตํปิ กึ ชีวมนุปุจฺฉสิ ฯ |๓๕๕.๘๕๘| นทีนมฺปิ โสตานิ อยํ วาโต วิโสสเย กิญฺจ เม ปหิตตฺตสฺส โลหิตํ นูปสุสฺสเย ฯ |๓๕๕.๘๕๙| โลหิเต สุสฺสมานมฺหิ ปิตฺตํ เสมฺหญฺจ สุสฺสติ มํเสสุ ขียมาเนสุ ภิยฺโย จิตฺตํ ปสีทติ ภิยฺโย สติ จ ปญฺญา จ สมาธิ มม ติฏฺฐติ ฯ |๓๕๕.๘๖๐| ตสฺส เมวํ วิหรโต ปตฺตสฺสุตฺตมเวทนํ กาเม นาเปกฺขเต จิตฺตํ ปสฺส สตฺตสฺส สุทฺธตํ ฯ |๓๕๕.๘๖๑| กามา เต ปฐมา เสนา ทุติยารติ วุจฺจติ ตติยา ขุปฺปิปาสา เต จตุตฺถี ตณฺหา ปวุจฺจติ |๓๕๕.๘๖๒| ปญฺจมํ ถีนมิทฺธนฺเต ฉฏฺฐา ภีรู ปวุจฺจติ สตฺตมี วิจิกิจฺฉา เต มกฺโข ถมฺโภ เต อฏฺฐโม |๓๕๕.๘๖๓| ลาโภ สิโลโก สกฺกาโร มิจฺฉา ลทฺโธ จ โย ยโส โย จตฺตานํ สมุกฺกํเส ปเร จ อวชานติ |๓๕๕.๘๖๔| เอสา นมุจิ เต เสนา กณฺหสฺสาภิปฺปหารินี น นํ อสูโร ชินาติ เชตฺวา จ ลภเต สุขํ ฯ |๓๕๕.๘๖๕| เอส มุญฺชํ ปริหเร ธิรตฺถุ มม ชีวิตํ สงฺคาเม เม มตํ เสยฺโย ยญฺเจ ชีเว ปราชิโต ฯ |๓๕๕.๘๖๖| ปคาฬฺหา เอตฺถ น ทิสฺสนฺติ เอเก สมณพฺราหฺมณา ตญฺจ มคฺคํ น ชานนฺติ เยน คจฺฉนฺติ สุพฺพตา ฯ |๓๕๕.๘๖๗| สมนฺตา ธชินึ ทิสฺวา ยุตฺตํ มารํ สวาหนํ ยุทฺธาย ปจฺจุคจฺฉามิ มา มํ ฐานา อจาวยิ ฯ |๓๕๕.๘๖๘| ยนฺเต ตํ นปฺปสหติ เสนํ โลโก สเทวโก ตนฺเต ปญฺญาย เวจฺฉามิ อามํ ปกฺกํว อมฺหนา ฯ |๓๕๕.๘๖๙| วสึ กริตฺวา สงฺกปฺปํ สติญฺจ สุปติฏฺฐิตํ รฏฺฐา รฏฺฐํ วิจริสฺสํ สาวเก วินยํ ปุถู ฯ |๓๕๕.๘๗๐| เต อปฺปมตฺตา ปหิตตฺตา มม สาสนการกา อกามสฺส เต คมิสฺสนฺติ ยตฺถ คนฺตฺวา น โสจเร ฯ |๓๕๕.๘๗๑| สตฺต วสฺสานิ ภควนฺตํ อนุพนฺธึ ปทาปทํ โอตารํ นาธิคจฺฉิสฺสํ สมฺพุทฺธสฺส สิรีมโต ฯ |๓๕๕.๘๗๒| เมทวณฺณํว ปาสาณํ วายโส อนุปริยคา อเปตฺถ มุทุํ วินฺเทม อปิ อสฺสาทนา สิยา ฯ |๓๕๕.๘๗๓| อลทฺธา ตตฺถ อสฺสาทํ วายเสตฺโต อปกฺกมิ กาโกว เสลํ อาสชฺช นิพฺพิชฺชาเปม โคตมํ ฯ |๓๕๕.๘๗๔| ตสฺส โสกปเรตสฺส วิณา กจฺฉา อภสฺสถ ตโต โส ทุมฺมโน ยกฺโข ตตฺเถวนฺตรธายถาติ ฯ ปธานสุตฺตํ ทุติยํ ฯ -----------

มารได้เข้ามาหาเราผู้มีตนส่งไปแล้วเพื่อความเพียร บากบั่น อย่างยิ่ง เพ่งอยู่ ที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา เพื่อบรรลุนิพพาน อันเกษมจากโยคะ กล่าววาจาน่าเอ็นดูว่า ท่านผู้ซูบผอม มีผิว พรรณเศร้าหมอง ความตายของท่านอยู่ในที่ใกล้ เหตุแห่ง ความตายของท่านมีตั้งพันส่วน ความเป็นอยู่ของท่านมีส่วน เดียว ชีวิตของท่านผู้ยังเป็นอยู่ประเสริฐกว่า เพราะว่าท่าน เป็นอยู่จักกระทำบุญได้ ท่านประพฤติพรหมจรรย์ และบูชา ไฟอยู่ ย่อมสั่งสมบุญได้มาก ท่านจักทำประโยชน์อะไรด้วย ความเพียร ทางเพื่อความเพียรพึงดำเนินไปได้ยาก กระทำได้ ยาก ให้เกิดความยินดีได้ยาก มารได้ยืนกล่าวคาถาเหล่านี้ใน สำนักของพระพุทธเจ้า พระผู้มีพระภาคตรัสคาถาประพันธ์ นี้กะมารผู้กล่าวอย่างนั้นว่า แน่ะมารผู้มีบาป ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ ของคนประมาท ท่านมาในที่นี้ด้วยความต้องการอันใด ความ ต้องการอันนั้นด้วยบุญ แม้มีประมาณน้อย ก็ไม่มีแก่เรา ส่วน ผู้ใดมีความต้องการบุญ มารควรจะกล่าวกะผู้นั้น เรามีศรัทธา ตบะ วิริยะ และปัญญา ท่านถามเราแม้ผู้มีตนส่งไปแล้ว ผู้เป็นอยู่อย่างนี้เพราะเหตุไร ลมนี้พึงพัดกระแสแม่น้ำทั้ง หลายให้เหือดแห้งไปได้ เลือดน้อยหนึ่งของเราผู้มีใจเด็ด เดี่ยวไม่พึงเหือดแห้ง เมื่อโลหิตเหือดแห้งไปอยู่ ดีและเสลษม์ ย่อมเหือดแห้งไป เมื่อเนื้อสิ้นไปอยู่ จิตย่อมเลื่อมใสโดยยิ่ง สติปัญญา และสมาธิของเรา ย่อมตั้งมั่นโดยยิ่ง เรานั้นถึงจะ ได้รับเวทนาอันแรงกล้าอยู่อย่างนี้ จิตย่อมไม่เพ่งเล็งกาม ทั้งหลาย ท่านจงดูความที่สัตว์เป็นผู้บริสุทธิ์ กามทั้งหลาย เรากล่าวว่าเป็นเสนาที่ ๑ ของท่าน ความไม่ยินดีเรากล่าวว่า เป็นเสนาที่ ๒ ของท่าน ความหิวและความระหาย เรากล่าว ว่าเป็นเสนาที่ ๓ ของท่าน ตัณหา เรากล่าวว่าเป็นเสนา ที่ ๔ ของท่าน ถีนมิทธะ เรากล่าวว่าเป็นเสนาที่ ๕ ของ ท่าน ความขลาดกลัว เรากล่าวว่าเป็นเสนาที่ ๖ ของท่าน ความสงสัย เรากล่าวว่าเป็นเสนาที่ ๗ ของท่าน ความลบหลู่ ความหัวดื้อ เรากล่าวว่าเป็นเสนาที่ ๘ ของท่าน ลาภ สรร- เสริญ สักการะ เรากล่าวว่าเป็นเสนาที่ ๙ ของท่าน และยศ ที่ได้มาผิดซึ่งเป็นเหตุ ให้บุคคลยกตนและดูหมิ่นผู้อื่นเรากล่าว ว่าเป็นเสนาที่ ๑๐ ของท่าน แน่ะมาร เสนาของท่านนี้มีปกติ กำจัดซึ่งคนผู้มีธรรมดำ คนผู้ไม่กล้าย่อมไม่ชนะซึ่งเสนาของ ท่านนั้น ส่วนคนผู้กล้าย่อมชนะได้ ครั้นชนะแล้วย่อมได้ ความสุข ก็เพราะเหตุที่ได้ความสุขนั้น แม้เรานี้ก็พึงรักษา หญ้ามุงกระต่ายไว้ น่าติเตียนชีวิตของเรา เราตายเสียใน สงครามประเสริฐกว่า แพ้แล้วเป็นอยู่จะประเสริฐอะไร สมณพราหมณ์บางพวกหยั่งลงแล้วในเสนาของท่านนี้ ย่อม ไม่ปรากฏ ส่วนผู้ที่มีวัตรงาม ย่อมไปโดยหนทางที่ชนทั้งหลาย ไม่รู้ เราเห็นมารพร้อมด้วยพาหนะยกออกแล้วโดยรอบ จึงมุ่งหน้าไปเพื่อรบ มารอย่าได้ยังเราให้เคลื่อนจากที่ โลก พร้อมด้วยเทวโลกย่อมครอบงำเสนาของท่านไม่ได้ เราจะ ทำลายเสนาของท่านเสียด้วยปัญญา เหมือนบุคคลทำลาย ภาชนะดินทั้งดิบทั้งสุก ด้วยก้อนหิน ฉะนั้น เราจักกระทำ สัมมาสังกัปปะให้ชำนาญและดำรงสติให้ตั้งมั่นเป็นอันดี แล้ว จักเที่ยวจากแคว้นนี้ไปยังแคว้นโน้น แนะนำสาวกเป็นอันมาก สาวกผู้ไม่ประมาทเหล่านั้นมีใจเด็ดเดี่ยว กระทำตามคำสั่ง สอนของเราจักถึงที่ซึ่งไม่มีความใคร่ ที่ชนทั้งหลายไปถึงแล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก ฯ มารกล่าวคาถาว่า เราได้ติดตามรอยพระบาทของพระผู้มีพระภาคสิ้น ๗ ปี ไม่ได้ ประสบช่องของพระสัมพุทธเจ้าผู้มีศิริ มารได้ไปตามลม รอบๆ ก้อนหินซึ่งมีสีคล้ายก้อนมันข้น ด้วยคิดว่า เราจะ ประสบความอ่อนโยนในพระโคดมนี้บ้าง ความสำเร็จ ประโยชน์พึงมีบ้าง มารไม่ได้ความพอใจในพระสัมพุทธเจ้า ได้กลายเป็นลมหลีกไปด้วยคิดว่า เราถึงพระโคดมแล้ว จะทำให้ทรงเบื่อพระทัยหลีกไป เหมือนกาถึงไสลบรรพต แล้วบินหลีกไป ฉะนั้น พิณของมารผู้ถูกความโศกครอบงำ แล้ว ได้ตกจากรักแร้ ลำดับนั้น มารนั้นเสียใจ ได้หายไป ในที่นั้นนั่นแล ฯ จบปธานสูตรที่ ๒

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/