๑๐. ทุติยทัพพสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. ทุติยทัพพสูตร ว่าด้วยพระทัพพมัลลบุตร สูตรที่ ๒
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- บิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมารับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย” ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงตรัสดังนี้ว่า @เชิงอรรถ : @ เข้าเตโชกสิณสมาบัติ หมายถึงเข้าจตุตถฌานสมาบัติ มีเตโชกสิณเป็นอารมณ์ (ขุ.อุ.อ. ๗๙/๔๖๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๓๔๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน [๘. ปาฏลิคามิยวรรค] ๑๐. ทุติยทัพพสูตร “ภิกษุทั้งหลาย ขณะที่พระทัพพมัลลบุตรเหาะขึ้นไปในอากาศ นั่งขัดสมาธิเข้าเตโชกสิณสมาบัติอยู่กลางอากาศ ออกจากสมาบัติแล้วปรินิพพาน สรีระของเธอถูกไฟเผาไหม้อยู่นั้น ไม่ปรากฏว่ามีเถ้าและเขม่าควันเลย มีอุปมาเหมือนเนยใส หรือน้ำมันที่ถูกไฟเผาไหม้ไม่ปรากฏว่ามีเถ้าและเขม่าควัน” ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนั้นแล้ว จึงทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า พุทธอุทาน ไฟที่ลุกโพลง ถูกช่างใช้ค้อนเหล็กตี ก็ค่อยๆ มอดดับสนิทลงไป ใครๆ รู้ไม่ได้ว่าไฟนั้นไปอยู่ที่ไหน ฉันใด พระอรหันต์ทั้งหลายผู้หลุดพ้นโดยชอบ ข้ามโอฆะเครื่องผูกพันในกามได้หมดแล้ว บรรลุถึงความสุขที่ไม่หวั่นไหว ย่อมไม่มีคติที่จะบัญญัติให้รู้กันได้ ฉันนั้น ทุติยทัพพสูตรที่ ๑๐ จบ ปาฏลิคามิยวรรคที่ ๘ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๓๔๓}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทาน [๘. ปาฏลิคามิยวรรค] รวมจำนวนวรรคที่มีในอุทาน รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปฐมนิพพานปฏิสังยุตตสูตร ๒. ทุติยนิพพานปฏิสังยุตตสูตร ๓. ตติยนิพพานปฏิสังยุตตสูตร ๔. จตุตถนิพพานปฏิสังยุตตสูตร ๕. จุนทสูตร ๖. ปาฏลิคามิยสูตร ๗. ทวิธาปถสูตร ๘. วิสาขาสูตร ๙. ปฐมทัพพสูตร ๑๐. ทุติยทัพพสูตร รวมจำนวนวรรคที่มีในอุทาน คือ ๑. โพธิวรรค ๒. มุจจลินทวรรค ๓. นันทวรรค ๔. เมฆิยวรรค ๕. โสณเถรวรรค ๖. ชัจจันธวรรค ๗. จูฬวรรค ๘. ปาฏลิคามิยวรรค ทั้ง ๘ วรรคนี้ มีพระสูตรที่พระผู้มีพระภาค ผู้ทรงมีพระจักษุญาณ ปราศจากมลทิน ทรงจำแนกแสดงไว้ละเอียดรวม ๘๐ สูตร ซึ่งเหล่าบัณฑิตผู้มีศรัทธา ได้กล่าววรรคนั้นว่าอุทาน ฉะนี้แล อุทาน จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๓๔๔}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต ๑๐. ทัพพสูตรที่ ๒
๑๐ เอวมฺเม สุตํ ฯ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ภิกฺขโวติ ฯ ภทนฺเตติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ฯ ภควา เอตทโวจ ทพฺพสฺส ภิกฺขเว มลฺลปุตฺตสฺส เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา อากาเส อนฺตลิกฺเข ปลฺลงฺเกน นิสีทิตฺวา เตโชธาตุํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐหิตฺวา ปรินิพฺพุตสฺส สรีรสฺส ฌายมานสฺส ฑยฺหมานสฺส เนว ฉาริกา ปญฺญายิตฺถ น มสิ เสยฺยถาปิ นาม สปฺปิสฺส วา ฌายมานสฺส ฑยฺหมานสฺส เนว ฉาริกา ปญฺญายติ น มสิ เอวเมว ภิกฺขเว ทพฺพสฺส มลฺลปุตฺตสฺส เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา อากาเส อนฺตลิกฺเข ปลฺลงฺเกน นิสีทิตฺวา เตโชธาตุํ สมาปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพุตสฺส สรีรสฺส ฌายมานสฺส ฑยฺหมานสฺส เนว ฉาริกา ปญฺญายิตฺถ น มสีติ ฯ อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ อโยฆนหตสฺเสว ชลโต ชาตเวทสฺส อนุปุพฺพูปสนฺตสฺส ยถา น ญายเต คติ เอวํ สมฺมาวิมุตฺตานํ กามพนฺโธฆตารินํ ปญฺญาเปตุํ คติ นตฺถิ ปตฺตานํ อจลํ สุขนฺติ ฯ ทสมํ ฯ ปาฏลิคามิยวคฺโค อฏฺฐโม ฯ ตสฺสุทฺทานํ นิพฺพานา จตุโร วุตฺตา จุนฺโท ปาฏลิคามิยา ทฺวิธาปโถ วิสาขา จ ทพฺเพน จ สห เต ทสาติ ฯ วคฺคมิทํ ปฐมํ วรโพธิ วคฺคมิทํ ทุติโย มุจฺจลินฺโท นนฺทกวคฺควโร ตติโย เมฆิยวคฺควโร จตุตฺโถ ปญฺจมวคฺควรนฺติ โสโณ ฉฏฺฐมวคฺควรนฺติ ชจฺจนฺโธ สตฺตมวคฺควรนฺติ จ จูโฬ ปาฏลิคามิยวรฏฺฐมวคฺโค ฯ อสีติอนูนกสุตฺตวรํ วคฺคมิทฏฺฐมํ สุวิภตฺตํ ทสฺสิตํ จกฺขุมตา วิมเลน สทฺธา หิ ตํ อุทานนฺติทมาหูติ ฯ อุทานํ สมตฺตํ ฯ
ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคแล้วพระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อพระทัพพมัลลบุตรเหาะขึ้นไปสู่เวหาส นั่งขัดสมาธิเข้าสมาบัติมีเตโชธาตุเป็นอารมณ์อยู่ในอากาศกลางหาว ออกแล้วปรินิพพาน เมื่อสรีระถูกไฟเผาไหม้อยู่ เถ้าไม่ปรากฏ เขม่าก็ไม่ปรากฏเหมือนเถ้าแห่งเนยใสหรือน้ำมันถูกไฟเผาไหม้อยู่ ไม่ปรากฏเลย เขม่าก็ไม่ปรากฏ ฉะนั้น ฯ ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงทราบเนื้อความนี้แล้ว ได้ทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า คติของพระขีณาสพทั้งหลาย ผู้หลุดพ้นแล้วโดยชอบ ข้าม เครื่องผูกคือกามและโอฆะได้แล้ว ถึงแล้วซึ่งความสุขอันหา ความหวั่นไหวมิได้ ไม่มีเพื่อจะบัญญัติ เหมือนคติแห่งไฟ ลุกโพลงอยู่ที่ภาชนะสัมฤทธิ์เป็นต้น อันนายช่างเหล็กตีด้วย ค้อนเหล็ก ดับสนิท ย่อมรู้ไม่ได้ ฉะนั้น ฯ จบสูตรที่ ๑๐ จบปาฏลิคามิยวรรคที่ ๘ -----------------------------------------------------รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. นิพพานสูตรที่ ๑ ๒. นิพพานสูตรที่ ๒ ๓. นิพพานสูตรที่ ๓๔. นิพพานสูตรที่ ๔ ๕. จุนทสูตร ๖. ปาฏลิคามิยสูตร ๗. ทวิธาปถสูตร๘. วิสาขาสูตร ๙. ทัพพสูตรที่ ๑ ๑๐. ทัพพสูตรที่ ๒ ฯ รวมวรรคที่มีในอุทานนี้ คือ โพธิวรรคที่ ๑ มุจจลินทวรรคที่ ๒ นันทวรรคที่ ๓ เมฆิยวรรคที่ ๔โสณวรรคที่ ๕ ชัจจันธวรรคที่ ๖ จูฬวรรคที่ ๗ ปาฏลิคามิยวรรคที่ ๘มีสูตร ๘๐ สูตร วรรคที่ ๘ นี้ พระพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุปราศจากมลทิน ทรงจำแนกแสดงไว้ดีแล้ว บัณฑิตทั้งหลายผู้มีศรัทธาแล ได้กล่าววรรคนั้นว่า อุทานฉะนี้แล ฯ จบอุทาน ฯ -----------------------------------------------------