อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดง
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๓๔๖

๑๒. วังคีสสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๔๖–๓๖๑พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 2 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 2 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 16 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๒. จูฬวรรค] ๑๒. วังคีสสูตร ๑๒. วังคีสสูตร ว่าด้วยพุทธพจน์ตรัสแก้ความสงสัยของพระวังคีสะ ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ อัคคาฬวเจดีย์ เขตเมืองอาฬวี สมัยนั้น พระนิโครธกัปปเถระซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของท่านพระวังคีสะเพิ่งจะปรินิพพาน ที่อัคคาฬวเจดีย์ไม่นาน ครั้งนั้น ท่านพระวังคีสะหลีกเร้นอยู่ในที่ลับ ได้เกิดความ คิดคำนึงอย่างนี้ว่า “พระอุปัชฌาย์ของเราปรินิพพานแล้วหรือว่ายังไม่ปรินิพพาน” ครั้นถึงเวลาเย็น ท่านพระวังคีสะจึงออกจากที่หลีกเร้น เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้กราบทูลดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ ขอประทานวโรกาส ข้าพระองค์หลีกเร้นอยู่ในที่ลับได้เกิดความคิดคำนึง อย่างนี้ว่า ‘พระอุปัชฌาย์ของเราปรินิพพานแล้วหรือว่ายังไม่ปรินิพพาน” ครั้งนั้น ท่านพระวังคีสะก็ลุกจากอาสนะ ห่มจีวรเฉวียงบ่า ประคองอัญชลีไป ทางพระผู้มีพระภาคแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า

ข้อ ๓๔๖

ข้าพระองค์ขอทูลถามพระบรมศาสดา ผู้มีพระปัญญามากว่า ภิกษุใดมีชื่อเสียง เรืองยศ ตัดความสงสัย ดับกิเลสเสียได้ในปัจจุบันชาตินี้ ได้ปรินิพพานที่อัคคาฬวเจดีย์วิหาร @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๑๒๗๒-๑๒๘๗/๕๔๖-๕๔๙ @ หลีกเร้นอยู่ในที่ลับ หมายถึงหลีกออกจากหมู่คณะอยู่สงบกาย และอยู่สงบจิตจากอารมณ์นั้นๆ@(ขุ.สุ.อ. ๒/๓๔๕/๑๖๔) @ เรืองยศ ในที่นี้หมายถึงเพียบพร้อมด้วยลาภและบริวาร (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๔๖/๑๖๕)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๘๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๒. จูฬวรรค] ๑๒. วังคีสสูตร

ข้อ ๓๔๗

ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้ทรงเห็นธรรมอันมั่นคง ภิกษุนั้นเป็นพราหมณ์มาแต่กำเนิด มีนามที่พระองค์ทรงประทานให้ว่า ‘นิโครธกัปปะ’ ท่านเที่ยวนอบน้อม มุ่งหวังความหลุดพ้น ปรารภความเพียร

ข้อ ๓๔๘

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเจ้าศากยะ ผู้มีสมันตจักขุ ข้าพระองค์ทุกรูปปรารถนาจะทราบถึงพระสาวกรูปนั้น ข้าพระองค์ทั้งหลายพร้อมที่จะเงี่ยโสตฟัง พระองค์เป็นศาสดาของข้าพระองค์ทั้งหลาย พระองค์เป็นผู้ยอดเยี่ยม

ข้อ ๓๔๙

ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระปัญญาอันไพบูลย์ ขอพระองค์โปรดขจัดความเคลือบแคลงสงสัยของข้าพระองค์ทั้งหลาย โปรดตรัสบอกพระนิโครธกัปปเถระ ผู้ปรินิพพานแล้วนั้น ให้ข้าพระองค์ทราบด้วยเถิด ข้าแต่พระองค์ผู้มีสมันตจักขุ ขอพระองค์โปรดตรัสบอกท่ามกลางแห่งข้าพระองค์ทั้งหลายเถิด เหมือนท้าวสักกะผู้มีพระเนตรตั้งพันตรัสบอกแก่เหล่าเทวดา

ข้อ ๓๕๐

กิเลสเครื่องร้อยรัดเหล่าใดเหล่าหนึ่งในโลกนี้ เป็นทางก่อให้เกิดความลุ่มหลง เป็นฝ่ายแห่งความไม่รู้ เป็นมูลฐานแห่งความเคลือบแคลงสงสัย กิเลสเครื่องร้อยรัดเหล่านั้นพอมาถึงพระตถาคตผู้มีพระจักษุ มีพระคุณยิ่งกว่านรชนทั้งหลายนี้แล ย่อมหมดไป

ข้อ ๓๕๑

ถ้าพระผู้มีพระภาคจะเป็นเพียงบุรุษธรรมดา ก็จะไม่ทรงทำลายกิเลสได้ เหมือนลมพัดทำลายก้อนเมฆที่หนาทึบไม่ได้ ฉะนั้น โลกทั้งมวลที่มืดอยู่แล้วก็ยิ่งจะมืดหนักลง นรชนทั้งหลายมีพระสารีบุตรเป็นต้น ที่รุ่งเรืองอยู่บ้าง ก็จะไม่รุ่งเรืองนัก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๘๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๒. จูฬวรรค] ๑๒. วังคีสสูตร

ข้อ ๓๕๒

ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้ทรงเพียบพร้อมด้วยความเพียร นักปราชญ์ทั้งหลายเป็นผู้ทำแสงสว่าง ให้เกิด เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์ทั้งหลายเข้าใจพระองค์ว่า ทรงทำแสงสว่างให้เกิดเป็นแม่นมั่น ข้าพระองค์ทั้งหลายรู้ว่า พระองค์ทรงเห็นธรรมทั้งปวง ได้อย่างแจ่มแจ้ง จึงได้พากันมาเฝ้า ขอพระองค์โปรดประกาศพระนิโครธกัปปเถระ แก่ข้าพระองค์ทั้งหลายในที่ประชุมนี้ด้วยเถิด

ข้อ ๓๕๓

พระองค์ทรงเปล่งพระวาจาอย่างไพเราะจับใจ ทั้งทรงเปล่งด้วยพระสุรเสียงกังวาลที่เกิดแต่พระนาสิก ที่บุญญาธิการตกแต่งมาดีแล้ว ได้อย่างคล่องแคล่วแผ่วเบา เหมือนพญาหงส์ทองโก่งคอขันเบาๆ อย่างไพเราะ ข้าพระองค์ทุกรูปตั้งใจแน่วแน่ ขอฟังพระดำรัสที่ไพเราะของพระองค์

ข้อ ๓๕๔

ข้าพระองค์จะเปิดเผยความเกิดและความตาย ที่ละได้อย่างสิ้นเชิง จะแสดงบอกบาปธรรมซึ่งเป็นตัวกำจัด เพราะบรรดาปุถุชนทั้งหลาย บุคคลผู้ที่ทำได้ตามความพอใจตนไม่มี แต่คนที่ไตร่ตรองพิจารณาตามพระตถาคตเท่านั้น สามารถที่จะรู้หรือกล่าวธรรมอย่างที่ตนต้องการได้

ข้อ ๓๕๕

ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้มีพระปัญญามาก พระองค์ผู้ทรงมีพระปัญญารุ่งเรือง ได้ตรัสไวยากรณ์ที่สมบูรณ์ไว้อย่างถูกต้องแล้ว ข้าพระองค์ขอถวายอัญชลีกรรมอย่างนอบน้อม @เชิงอรรถ : @ แสงสว่าง ในที่นี้หมายถึงปัญญา (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๕๒/๑๖๗)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๘๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๒. จูฬวรรค] ๑๒. วังคีสสูตร พระองค์ทรงทราบคติของพระนิโครธกัปปเถระ โปรดอย่าให้ข้าพระองค์หลงอยู่เลย

ข้อ ๓๕๖

ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียรมาก พระองค์ทรงรู้แจ้งอริยธรรม ทั้งที่เป็นโลกุตตระและโลกิยะ ทรงทราบเญยยธรรมทั้งหมด โปรดอย่าให้ข้าพระองค์หลงอยู่เลย ข้าพระองค์หวังพระดำรัสของพระองค์เป็นอย่างยิ่ง เหมือนคนถูกความร้อนแผดเผาในฤดูร้อนต้องการน้ำเป็นอย่างยิ่ง ฉะนั้น ขอพระองค์โปรดเปล่งสัททายตนะคือสุตะเถิด

ข้อ ๓๕๗

พระนิโครธกัปปเถระประพฤติพรหมจรรย์เพื่อประโยชน์ใด ประโยชน์นั้นของท่าน ไม่สูญเปล่าหรือ ท่านนิพพานด้วยสอุปาทิเสสนิพพานธาตุ หรือนิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ข้าพระองค์ทั้งหลายขอฟังเรื่องนั้น

ข้อ ๓๕๘

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) นิโครธกัปปเถระนั้นได้ตัดขาดตัณหาในนามรูปนี้ ทั้งตัดกระแสแห่งธรรมฝ่ายดำ ซึ่งนอนเนื่องอยู่ในสันดานมาช้านาน ข้ามพ้นชาติและมรณะได้อย่างสิ้นเชิง พระผู้มีพระภาคผู้ประเสริฐด้วยพลธรรม ๕ ประการ ได้ตรัสไว้ดังนี้ @เชิงอรรถ : @ อริยธรรม หมายถึงอริยสัจ ๔ (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๕๖/๑๖๘) @ พลธรรม ๕ ประการ คือ (๑) สัทธา(ความเชื่อ) (๒) วิริยะ(ความเพียร) (๓) สติ(ความระลึกได้) (๔) สมาธิ@(ความตั้งจิตมั่น) (๕) ปัญญา(ความรู้ทั่ว) อนึ่ง คำว่า “พระผู้มีพระภาค” ในคาถานี้เป็นคำกล่าวของพระ@สังคีติกาจารย์ (ขุ.สุ.อ. ๒/๓๕๘/๑๖๙)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๘๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๒. จูฬวรรค] ๑๓. สัมมาปริพพาชนียสูตร

ข้อ ๓๕๙

(ท่านพระวังคีสเถระกราบทูลดังนี้) ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นพุทธะ ข้าพระองค์นี้ฟังพระดำรัสของพระองค์แล้ว ย่อมเลื่อมใส ทราบว่า เรื่องที่ข้าพระองค์ทูลถามแล้วไม่ไร้ประโยชน์ พระองค์ทรงเป็นพุทธเจ้า ไม่ทรงลวงข้าพระองค์แน่นอน

ข้อ ๓๖๐

สาวกของพระพุทธองค์พูดอย่างใด ก็ทำอย่างนั้น ได้ตัดข่ายคือตัณหาที่แผ่กว้าง ทั้งมั่นคง ของมารเจ้าเล่ห์ได้เด็ดขาด

ข้อ ๓๖๑

พระผู้มีพระภาคสมควรที่จะตรัสว่า ท่านพระนิโครธกัปปเถระได้เห็นมูลเหตุแห่งอุปาทาน ล่วงพ้นบ่วงมัจจุราชที่ข้ามได้แสนยากแล้ววังคีสสูตรที่ ๑๒ จบ

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

สุตฺตนิปาเต ทุติยสฺส จูฬวคฺคสฺส ทฺวาทสมํ วงฺคีสสุตฺตํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต วังคีสสูตรที่ ๑๒

ข้อ ๓๒๙

๑๒ เอวมฺเม สุตํ ฯ เอกํ สมยํ ภควา อาฬวิยํ วิหรติ อคฺคาฬเว เจติเย ฯ เตน โข ปน สมเยน อายสฺมโต วงฺคีสสฺส อุปชฺฌาโย นิโคฺรธกปฺโป นาม เถโร อคฺคาฬเว เจติเย อจิรปรินิพฺพุโต โหติ ฯ อถ โข อายสฺมโต วงฺคีสสฺส รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ ปรินิพฺพุโต นุ โข เม อุปชฺฌาโย อุทาหุ โน ปรินิพฺพุโตติ ฯ อถ โข อายสฺมา วงฺคีโส สายณฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา วงฺคีโส ภควนฺตํ เอตทโวจ อิธ มยฺหํ ภนฺเต รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ ปรินิพฺพุโต นุ โข เม อุปชฺฌาโย อุทาหุ โน ปรินิพฺพุโตติ ฯ อถ โข อายสฺมา วงฺคีโส อุฏฺฐายาสนา เอกํสํ จีวรํ กตฺวา เยน ภควา เตนญฺชลิมฺปณาเมตฺวา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ

ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่อัคคาฬวเจดีย์ ใกล้เมืองอาฬวีก็สมัยนั้นแล พระเถระชื่อนิโครธกัปปะเป็นอุปัชฌายะ ของท่านพระวังคีสะปรินิพพานแล้วไม่นานที่อัคคาฬวเจดีย์ ครั้งนั้น ท่านพระวังคีสะหลีกเร้นอยู่ในที่สงัด ได้เกิดความปริวิตกแห่งใจขึ้นอย่างนี้ว่า พระอุปัชฌายะของเราปรินิพพานแล้วหรือหนอแล หรือว่ายังไม่ปรินิพพาน ครั้นเวลาเย็น ท่านพระวังคีสะออกจากที่หลีกเร้น เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วนั่ง ณที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญขอประทานวโรกาส ข้าพระองค์หลีกออกเร้นอยู่ในที่ลับ เกิดความปริวิตกแห่งใจขึ้นอย่างนี้ว่า พระอุปัชฌายะของเราปรินิพพานแล้วหรือหนอแล หรือว่ายังไม่ได้ปรินิพพาน ลำดับนั้น ท่านพระวังคีสะลุกจากอาสนะ กระทำจีวรเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ประณมอัญชลีไปทางพระผู้มีพระภาค แล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า

ข้อ ๓๓๐

|๓๓๐.๗๖๙| ปุจฺฉาม สตฺถารํ อโนมปญฺญํ ทิฏฺเฐว ธมฺเม โย วิจิกิจฺฉานํ เฉตฺตา อคฺคาฬเว กาลมกาสิ ภิกฺขุ ญาโต ยสสฺสี อภินิพฺพุตตฺโต ฯ |๓๓๐.๗๗๐| นิโคฺรธกปฺโป อิติ ตสฺส นามํ ตยา กตํ ภควา พฺราหฺมณสฺส โส ตํ นมสฺสํ อจรึ มุตฺยเปกฺโข อารทฺธวิริโย ทฬฺหธมฺมทสฺสี ฯ |๓๓๐.๗๗๑| ตํ สาวกํ สกฺก มยมฺปิ สพฺเพ อญฺญาตุมิจฺฉาม สมนฺตจกฺขุ สมวฏฺฐิตา โน สวนาย โสตา ตุวํ โน สตฺถา ตฺวมนุตฺตโรสิ ฯ |๓๓๐.๗๗๒| ฉินฺเทว โน วิจิกิจฺฉํ พฺรูหิ เมตํ ปรินิพฺพุตํ เวทย ภูริปญฺญ มชฺเฌ จ โน ภาส สมนฺตจกฺขุ สกฺโกว เทวานํ สหสฺสเนตฺโต ฯ |๓๓๐.๗๗๓| เย เกจิ คนฺถา อิธ โมหมคฺคา อญฺญาณปกฺขา วิจิกิจฺฉฐานา ตถาคตํ ปตฺวา น เต ภวนฺติ จกฺขุํ หิ เอตํ ปรมํ นรานํ ฯ |๓๓๐.๗๗๔| โน เจ หิ ชาตุ ปุริโส กิเลเส วาโต ยถา อพฺภฆนํ วิหาเน ตโมวสฺส นิวุโต สพฺพโลโก น โชติมนฺโตปิ นรา ตเปยฺยุํ ฯ |๓๓๐.๗๗๕| ธีรา จ ปชฺโชตกรา ภวนฺติ ตํ ตํ อหํ ธีร ตเถว มญฺเญ วิปสฺสินํ ชานมุปาคมมฺห ปริสาสุ โน อาวิกโรหิ กปฺปํ ฯ |๓๓๐.๗๗๖| ขิปฺปํ คิรํ เอรย วคฺคุ วคฺคุํ หํสาว ปคฺคยฺห สณึ นิกุชฺช พินฺทุสฺสเรน สุวิกปฺปิเตน สพฺเพว เต อุชฺชุคตา สุโณม ฯ |๓๓๐.๗๗๗| ปหีนชาติมรณํ อเสสํ นิคฺคยฺห โธนํ วเทสฺสามิ ธมฺมํ น กามกาโร หิ ปุถุชฺชนานํ สงฺเขยฺยกาโร จ ตถาคตานํ ฯ |๓๓๐.๗๗๘| สมฺปนฺนเวยฺยากรณํ ตฺวยิทํ สมุชฺชปญฺญสฺส สมุคฺคหีตํ อยมญฺชลี ปจฺฉิโม สุปฺปณามิโต มา โมหยี ชานมโนมปญฺญ ฯ |๓๓๐.๗๗๙| ปโรวรํ อริยธมฺมํ วิทิตฺวา มา โมหยี ชานมโนมวีร วารึ ยถา ฆมฺมนิ ฆมฺมตตฺโต วาจาภิกงฺขามิ สุตสฺส วสฺส ฯ |๓๓๐.๗๘๐| ยทตฺถิกํ พฺรหฺมจริยํ อจาริ กปฺปายโน กิญฺจิสฺส ตํ อโมฆํ นิพฺพายิ โส อาทุ สอุปาทิเสโส ยถา วิมุตฺโต อหุ ตํ สุโณม ฯ |๓๓๐.๗๘๑| อจฺเฉจฺฉิ ตณฺหํ อิธ นามรูเป (ติ ภควา) กณฺหสฺส โสตํ ทีฆรตฺตานุสยิตํ อตาริ ชาตึ มรณํ อเสสํ อิจฺจพฺรวี ภควา ปญฺจเสฏฺโฐ ฯ |๓๓๐.๗๘๒| เอส สุตฺวา ปสีทามิ วโจ เต อิสิสตฺตม อโมฆํ กิร เม ปุฏฺฐํ น มํ วญฺเจสิ พฺราหฺมโณ ยถาวาที ตถาการี อหุ พุทฺธสฺส สาวโก อจฺฉิทา มจฺจุโน ชาลํ ตํ ตํ มายาวิโน ทฬฺหํ ฯ |๓๓๐.๗๘๓| อทฺทส ภควา อาทึ อุปาทานสฺส กปฺปิโย อจฺจคา วต กปฺปายโน มจฺจุเธยฺยํ สุทุตฺตรนฺติ ฯ วงฺคีสสุตฺตํ ทฺวาทสมํ ฯ ---------

ข้าพระองค์ทั้งหลาย ขอทูลถามพระศาสดาผู้มีพระปัญญา ไม่ทราม ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ผู้ทรงเห็นธรรมอันมั่นคง พระองค์ทรงขนานนามแห่งภิกษุผู้เป็นพราหมณ์ ผู้ตัดความ สงสัย มีชื่อเสียง มียศ ผู้คุ้มครองตนได้ มุ่งวิมุติ ปรารภ ความเพียร กระทำกาละที่อัคคาฬวเจดีย์ ที่ข้าพระองค์ได้ ประพฤตินอบน้อมท่านอยู่ว่า นิโครธกัปปะ นิพพานแล้ว ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้ศากยะ มีพระจักษุรอบคอบ แม้ ข้าพระองค์ทั้งหมดย่อมปรารถนาเพื่อจะรู้พระสาวกนั้น ข้า- พระองค์ทั้งหลายตั้งโสตไว้ชอบแล้วเพื่อจะฟัง พระองค์เป็น พระศาสดาผู้ยอดเยี่ยมของข้าพระองค์ทั้งหลาย ขอทรงโปรด ตรัสความสงสัยของข้าพระองค์ทั้งหลาย ขอพระองค์ตรัส บอกความข้อนี้แก่ข้าพระองค์เถิด ข้าแต่พระองค์ผู้มีปัญญา เสมอด้วยแผ่นดิน มีพระจักษุรอบคอบ ขอพระองค์โปรด ตรัสบอกภิกษุผู้เป็นพราหมณ์ผู้ปรินิพพานแล้ว อนึ่ง ขอ พระองค์ตรัสในท่ามกลางข้าพระองค์ทั้งหลาย เหมือนอย่าง ท้าวสหัสสเนตร พระนามว่าสักกะ ย่อมตรัสในท่ามกลางแห่ง เทวดาทั้งหลาย ฉะนั้น กิเลสเครื่องร้อยรัดเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ในโลกนี้ เป็นทางแห่งโมหะ เป็นฝักฝ่ายแห่งความไม่รู้ เป็นที่ตั้งแห่งความสงสัย กิเลสเครื่องร้อยรัดเหล่านั้น มา ถึงพระตถาคตผู้มีจักษุผู้ยิ่งกว่านระทั้งหลายแล้วย่อมไม่มี ก็ ถ้าว่า พระผู้มีพระภาคผู้เป็นบุรุษจะไม่พึงกำจัดเหล่ากิเลสเสีย โดยส่วนเดียว เหมือนลมไม่พึงกำจัดเมฆไซร้ สัตว์โลก ทั้งหมดถูกความไม่รู้ปกคลุมแล้ว พึงเป็นโลกมืด เหมือน โลกที่ถูกเมฆปกคลุมแล้วเป็นโลกมืด ฉะนั้น นรชนทั้งหลาย แม้มีความรุ่งเรือง จะไม่พึงเดือดร้อน ส่วนนักปราชญ์ ทั้งหลาย เป็นผู้กระทำความรุ่งเรือง ข้าแต่พระองค์ผู้เป็น นักปราชญ์ เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์ย่อมสำคัญพระองค์ว่า เป็นนักปราชญ์ และว่าผู้กระทำความรุ่งเรือง เหมือนอย่าง นั้นนั่นแล ข้าพระองค์ทั้งหลายทราบอยู่ ซึ่งพระผู้มีพระภาค ผู้เห็นแจ่มแจ้ง จึงเข้ามาเฝ้า ขอพระองค์โปรดตรัสบอก ทรงกระทำให้แจ่มแจ้งซึ่งภิกษุชื่อนิโครธกัปปะ แก่ข้าพระองค์ ทั้งหลายในบริษัทเถิด พระองค์ผู้มีพระดำรัสไพเราะ ขอ จงตรัสถ้อยคำอันไพเราะเถิด ขอพระองค์จงค่อยเปล่งด้วย พระสุรเสียงอันพระองค์ทรงกำหนดดีแล้ว เหมือนหมู่หงส์ ยกคอขึ้นแล้ว ค่อยๆ เปล่งเสียงอันไพเราะ ฉะนั้น ข้าพระองค์ทั้งหมดเป็นผู้ปฏิบัติตรง จะคอยฟังพระดำรัส อันไพเราะของพระองค์ ข้าพระองค์ขอทูลวิงวอนให้พระองค์ ผู้ละชาติและมรณะได้แล้ว ทรงกำจัดบาปไม่มีส่วนเหลือ ให้ทรงแสดงธรรม การกระทำความใคร่หามีแก่ปุถุชนทั้งหลาย ไม่ ส่วนการกระทำความพิจารณาย่อมมีแก่พระตถาคตทั้งหลาย ไวยากรณ์อันสมบูรณ์นี้ เป็นของพระองค์ผู้มีพระปัญญา ผุดขึ้นดี ทรงเรียนดีแล้ว ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้มีพระปัญญา ไม่ทราม อัญชลีมีในภายหลังนี้ ข้าพระองค์ประฌมดีแล้ว พระองค์ทรงทราบอยู่ซึ่งคติของภิกษุชื่อนิโครธกัปปะ อย่าได้ ทรงทำข้าพระองค์ให้หลงเลย ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้มีความ เพียรไม่ทราม พระองค์ทรงรู้แจ้งอริยธรรมอันประเสริฐยิ่ง ทรงทราบอยู่ซึ่งไญยธรรมทั้งปวง อย่าได้ทรงทำข้าพระองค์ ให้หลงเลย ข้าพระองค์หวังจะได้สดับพระดำรัสของพระองค์ อยู่ เหมือนบุรุษผู้ร้อนแล้วเพราะความร้อนในฤดูร้อน หวังจะ ได้น้ำ ฉะนั้น ขอพระองค์จงยังสัททายตนะ คือ สุตะให้ ตกเถิด ภิกษุชื่อนิโครธกัปปะได้ประพฤติพรหมจรรย์ ตาม ความปรารถนา พรหมจรรย์อะไรๆ ของท่านไม่เปล่า นิพพาน แล้ว ด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุหรือ หรือว่าเป็นผู้พ้น วิเศษแล้วยังมีอุปาทานเหลืออยู่ ข้าพระองค์ทั้งหลายจะขอ ฟังความข้อนั้น ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบด้วยพระคาถาว่า ภิกษุชื่อนิโครธกัปปะ ได้ตัดตัณหาในนามรูปนี้ ที่เป็นกระแส แห่งกัณหมาร อันนอนเนื่องแล้วสิ้นกาลนาน เธอได้ ข้ามพ้นชาติและมรณะไม่มีส่วนเหลือ ปรินิพพานแล้วด้วย อนุปาทิเสสนิพพานธาตุ พระผู้มีพระภาค ผู้ประเสริฐสุด ด้วยอินทรีย์ ๕ เป็นต้น ได้ตรัสอย่างนี้ ฯ ท่านพระวังคีสะกราบทูลว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์นี้ได้ฟังแล้ว ย่อมเลื่อมใส พระดำรัสของพระองค์ ได้ยินว่า ข้าพระองค์ได้ทูลถามถึง พรหมจรรย์อันไม่เปล่า พระองค์ผู้เป็นพราหมณ์ไม่ลวงข้า พระองค์ พระสาวกของพระพุทธเจ้า เป็นผู้มีปรกติกล่าว อย่างใด กระทำอย่างนั้น ได้ตัดข่ายอันมั่นคงนั้นๆ ของ มัจจุราชผู้มีมายาขาดแล้ว ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ภิกษุ ชื่อนิโครธกัปปะผู้สมควร ได้เห็นเบื้องต้นแห่งอุปาทาน ได้ล่วงบ่วงมารที่ข้ามได้แสนยากแล้วหนอ ฯ จบวังคีสสูตรที่ ๑๒

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/