๕. จุนทสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๕. จุนทสูตร ๕. จุนทสูตร ว่าด้วยปัญหาของนายจุนทกัมมารบุตร
(นายจุนทกัมมารบุตรทูลถามปัญหาดังนี้) ข้าพระองค์ขอทูลถามพระพุทธเจ้าผู้เป็นมุนี มีพระปัญญามาก ทรงเป็นเจ้าของพระธรรม ปราศจากตัณหาทรงเป็นผู้ประเสริฐสุดในบรรดาสรรพสัตว์มีสัตว์ ๒ เท้าเป็นต้นทรงเป็นผู้เลิศกว่านายสารถีผู้ฝึกทั้งหลายว่า ในโลกนี้มีสมณะอยู่กี่จำพวก ขอพระองค์โปรดตรัสบอกให้ข้าพระองค์ทราบด้วยเถิด
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) จุนทะ สมณะมีอยู่ ๔ จำพวก ไม่มีสมณะจำพวกที่ ๕เราถูกท่านถามต่อหน้าอย่างนี้ ก็จะชี้แจงให้ท่านทราบ สมณะ ๔ จำพวกนั้น คือ ๑. สมณะผู้ชนะกิเลสทั้งปวงด้วยมรรค ๒. สมณะผู้แสดงมรรคแก่ชนเหล่าอื่น ๓. สมณะผู้ดำรงอยู่ในมรรค ๔. สมณะผู้ประทุษร้ายมรรค
(นายจุนทกัมมารบุตรทูลถามปัญหาดังนี้) พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงบัญญัติเรียก สมณะผู้ชนะกิเลสทั้งปวงด้วยมรรคว่าอย่างไร ทรงบัญญัติเรียกสมณะผู้มีปกติเพ่งมรรค ไม่มีผู้เปรียบเทียบนั้นว่าอย่างไร ทรงบัญญัติเรียกสมณะผู้ดำรงอยู่ในมรรคนั้นว่าอย่างไร ทรงบัญญัติเรียกสมณะผู้ประทุษร้ายมรรคนั้นว่าอย่างไร ข้าพระองค์ทูลถามแล้วขอพระองค์ตรัสบอกแก่ข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงชี้แจงแก่ข้าพระองค์เถิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๒๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๕. จุนทสูตร
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงบัญญัติเรียก สมณะผู้ข้ามพ้นความสงสัยได้เด็ดขาด ปราศจากกิเลสดุจลูกศร ยินดียิ่งในนิพพาน ไม่ติดอยู่ในตัณหา ผู้แนะนำสั่งสอนชาวโลกพร้อมทั้งเทวโลกว่าเป็นสมณะผู้ชนะกิเลสทั้งปวงด้วยมรรค
ภิกษุใดในธรรมวินัยนี้ รู้ว่า นิพพานเป็นบรมธรรมแล้วบอก เปิดเผยนิพพานธรรมในธรรมวินัยนี้พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงบัญญัติเรียกภิกษุผู้ตัดความสงสัยได้แล้ว เป็นมุนี ไม่มีตัณหาทำให้หวั่นไหวนั้นว่า เป็นสมณะจำพวกที่ ๒ ผู้แสดงมรรค
ภิกษุใดเป็นผู้สำรวมแล้ว มีสติ เสพบทอันไม่มีโทษดำรงอยู่ในมรรคคือบทแห่งธรรมที่แสดงไว้ดีแล้วพระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงบัญญัติเรียกภิกษุนั้นว่าเป็นสมณะจำพวกที่ ๓ ผู้ดำรงอยู่ในมรรค
ภิกษุใดทำตนเลียนแบบพระอริยะ ผู้มีวัตรดีงาม ชอบเอาหน้า ประทุษร้ายตระกูล คะนองกาย วาจา ใจ มีมายา ไม่สำรวม พูดเพ้อเจ้อภิกษุผู้เที่ยวเลียนแบบ จัดเป็นสมณะจำพวกที่ ๔ ผู้ประทุษร้ายมรรค
อนึ่ง คฤหัสถ์ผู้ได้สดับแล้ว เป็นอริยสาวก มีปัญญา รู้ซึ้งถึงลักษณะสมณะทั้ง ๔ จำพวกนั้น แล้วรู้ว่า สมณะทั้งหมดไม่เป็นเช่นนี้ เพราะเห็นเช่นนี้ ศรัทธาของเขาจึงไม่เสื่อมไป @เชิงอรรถ : @ เสพบทอันไม่มีโทษ หมายถึงปฏิบัติตามโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ (ขุ.สุ.อ. ๑/๘๘/๑๖๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๕๒๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๑. อุรควรรค] ๖. ปราภวสูตร เพราะเห็นว่า บุคคลจะทำสมณะผู้สมบูรณ์ด้วยศีล ให้เสมอกับสมณะผู้ทุศีล และสมณะผู้บริสุทธิ์ให้เสมอกับสมณะผู้ไม่บริสุทธิ์ ได้อย่างไรเล่า จุนทสูตรที่ ๕ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สุตฺตนิปาเต อุรควคฺคสฺส ปญฺจมํ จุนฺทสุตฺตํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต จุนทสูตรที่ ๕ นายจุนทกัมมารบุตรทูลถามว่า
|๓๐๒.๕๐๖| ๕ ปุจฺฉามิ มุนึ ปหุตปญฺญํ (อิติ จุนฺโท กมฺมารปุตฺโต) พุทฺธํ ธมฺมสฺสามึ วีตตณฺหํ ทิปทุตฺตมํ สารถีนํ ปวรํ กติ โลเก สมณา ตทึฆ พฺรูหิ ฯ |๓๐๒.๕๐๗| จตุโร สมณา ปญฺจมตฺถิ (จุนฺทาติ ภควา) เต เต อาวิกโรมิ สกฺขิปุฏฺโฐ มคฺคชิโน มคฺคเทสโก จ มคฺเค ชีวติ โย จ มคฺคทูสี ฯ |๓๐๒.๕๐๘| กมฺมคฺคชินํ วทนฺติ พุทฺธา (อิติ จุนฺโท กมฺมารปุตฺโต) มคฺคชฺฌายี อตุโลฺย โหติ มคฺเค ชีวติ เม พฺรูหิ ปุฏฺโฐ อถ เม อาวิกโรหิ มคฺคทูสึ ฯ |๓๐๒.๕๐๙| โย ติณฺณกถงฺกโถ วิสลฺโล นิพฺพานาภิรโต อนานุคิทฺโธ โลกสฺส สเทวกสฺส เนตา ตาทึ มคฺคชินํ วทนฺติ พุทฺธา ฯ |๓๐๒.๕๑๐| ปรมํ ปรมนฺติ โยธ ญตฺวา อกฺขาติ วิภชติ อิเธว ธมฺมํ ตํ กงฺขจฺฉิทํ มุนึ อเนชํ ทุติยํ ภิกฺขุนมาหุ มคฺคเทสึ ฯ |๓๐๒.๕๑๑| โย ธมฺมปเท สุเทสิเต มคฺเค ชีวติ สญฺญโต สติมา อนวชฺชปทานิ เสวมาโน ตติยํ ภิกฺขุนมาหุ มคฺคชีวึ ฯ |๓๐๒.๕๑๒| ฉทนํ กตฺวาน สุพฺพตานํ ปกฺขนฺที กุลทูสโก ปคพฺโภ มายาวี อสญฺญโต ปลาโป ปฏิรูเปน จ จรํ ส มคฺคทูสี ฯ |๓๐๒.๕๑๓| เอเต จ ปฏิวิชฺฌิ โย คหฏฺโฐ สุตวา อริยสาวโก สปญฺโญ สพฺเพ เน ตาทิสาติ ญตฺวา อิติ ทิสฺวา น หาเปติ ตสฺส สทฺธา กถญฺหิ ทุฏฺเฐน อสมฺปทุฏฺฐํ สุทฺธํ อสุทฺเธน สมํ กเรยฺยาติ ฯ จุนฺทสุตฺตํ ปญฺจมํ ฯ -----------
ข้าพระองค์ขอทูลถามพระพุทธเจ้าผู้เป็นมุนี มีพระปัญญามาก ผู้เป็นเจ้าของแห่งพระธรรม ผู้มีตัณหาปราศไปแล้ว ผู้สูงสุด กว่าสัตว์ ผู้ประเสริฐกว่าสารถีทั้งหลายว่า สมณะในโลกมี เท่าไร ขอเชิญพระองค์ตรัสบอกสมณะเหล่านั้นเถิด ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรจุนทะ สมณะมี ๔ สมณะที่ ๕ ไม่มี เราถูกท่านถามซึ่งหน้าแล้ว ขอชี้แจงสมณะทั้ง ๔ เหล่านั้น ให้แจ่มแจ้งแก่ท่าน คือ สมณะผู้ชนะสรรพกิเลสด้วยมรรค ๑ สมณะผู้แสดงมรรค (แก่ชนเหล่าอื่น) ๑ สมณะเป็นอยู่ในมรรค ๑ สมณะ ผู้ประทุษร้ายมรรค ๑ นายจุนทกัมมารบุตรทูลถามว่า พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ย่อมตรัสสมณะผู้ชนะสรรพกิเลสด้วย มรรคอะไร สมณะเป็นผู้มีปรกติเพ่งมรรคไม่มีผู้เปรียบ สมณะเป็นอยู่ในมรรค ข้าพระองค์ทูลถามแล้ว ขอพระองค์ ตรัสบอกแก่ข้าพระองค์ อนึ่ง ขอพระองค์ทรงชี้แจง สมณะ ผู้ประทุษร้ายมรรคให้แจ้งแก่ข้าพระองค์เถิด ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ย่อมตรัสสมณะผู้ข้ามความสงสัย ได้แล้ว ผู้ไม่มีกิเลสดุจลูกศร ผู้ยินดียิ่งแล้วในนิพพาน ผู้ไม่มี ความกำหนัด ผู้คงที่ เป็นผู้นำโลกพร้อมด้วยเทวโลกว่า สมณะผู้ชนะสรรพกิเลสด้วยมรรค ๑ ภิกษุใดในศาสนานี้รู้ว่า นิพพานเป็นธรรมยิ่ง ย่อมบอก ย่อมจำแนกธรรมในธรรม วินัยนี้แล พระพุทธเจ้าทั้งหลายตรัสภิกษุที่ ๒ ผู้ตัดความ สงสัย ผู้เป็นมุนีผู้ไม่หวั่นไหวนั้น ว่าสมณะผู้แสดงมรรค ภิกษุใด เมื่อบทธรรมอันพระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงแสดงไว้ ดีแล้ว เป็นผู้สำรวมแล้ว มีสติ เสพบทอันไม่มีโทษอยู่ ชื่อว่าเป็นอยู่ในมรรค พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ตรัสภิกษุที่ ๓ นั้นว่า เป็นอยู่ในมรรค บุคคลกระทำเพศแห่งพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพระพุทธเจ้า และพระสาวกผู้มีวัตรอันงาม ให้ เป็นเครื่องปกปิดแล้ว มักประพฤติแล่นไป ประทุษร้าย ตระกูล เป็นผู้คะนอง มีมายา ไม่สำรวม เป็นคนแกลบ บุคคลนั้นแลชื่อว่า เป็นสมณะผู้ประทุษร้ายมรรคอย่างยิ่งด้วย วัตตปฏิรูป ก็พระอริยสาวกผู้ได้สดับ มีปัญญา ทราบสมณะ เหล่านั้นทั้งหมดว่าเป็นเช่นนั้น เห็นแล้วอย่างนี้ ย่อมไม่ยัง ศรัทธาของคฤหัสถ์ผู้ทราบชัดสมณะเปล่านี้ให้เสื่อม จะพึง กระทำสมณะผู้ไม่ถูกโทษประทุษร้าย ให้เสมอด้วยสมณะ ผู้ถูกโทษประทุษร้าย จะพึงกระทำสมณะผู้บริสุทธิ์ ให้เสมอ ด้วยสมณะผู้ไม่บริสุทธิ์ อย่างไรได้ ฯ จบจุนทสูตรที่ ๕