อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๙๘

๑๐. ปุคคลสูตร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๙๘1 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต ๑๐. ปุคคลสูตร

ข้อ ๑๙๘

๑๐ วุตฺตํ เหตํ ภควตา วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ อิธาหํ ภิกฺขเว เอกจฺจํ ปุคฺคลํ ปทุฏฺฐจิตฺตํ เอวํ เจตสา เจโต ปริจฺจ ปชานามิ อิมมฺหิ จายํ สมเย ปุคฺคโล กาลํ กเรยฺย ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย ตํ กิสฺส เหตุ จิตฺตญฺหิสฺส ภิกฺขเว ปทุฏฺฐํ เจโตปโทสเหตุ โข ปน ภิกฺขเว เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปฺปชฺชนฺตีติ ฯ เอตมตฺถํ ภควา อโวจ ฯ ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ ปทุฏฺฐจิตฺตํ ญตฺวาน เอกจฺจํ อิธ ปุคฺคลํ เอตมตฺถํ พฺยากาสิ พุทฺโธ ภิกฺขูน สนฺติเก อิมมฺหิ จายํ สมเย กาลํ กยิราถ ปุคฺคโล นิรยํ อุปปชฺเชยฺย จิตฺตญฺหิสฺส ปทูสิตํ ยถา หริตฺวา นิกฺขิเปยฺย เอวเมว ตถาวิโธ เจโตปโทสเหตู หิ สตฺตา คจฺฉนฺติ ทุคฺคตินฺติ ฯ อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา อิติ เม สุตนฺติ ฯ ทสมํ ฯ ทุติยวคฺโค ทุติโย ฯ ตสฺสุทฺทานํ โมหโกธา อถ มกฺโข โมหกามา เสกฺขา ทุเว เภทโมทา ปุคฺคโล จ วคฺคมาหุ ทุติยนฺติ วุจฺจติ ฯ ----------

จริงอยู่ พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว พระสูตรนี้พระผู้มี พระภาคผู้เป็นพระอรหันต์ตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากำหนดรู้จิตของบุคคลบางคนในโลกนี้ ผู้มีจิตขุ่นมัว ด้วยจิตอย่างนี้แล้ว ถ้าในสมัยนี้ บุคคลนี้พึงกระทำกาละไซร้ เขาถูกกรรมของตนซัดไปในนรก เหมือนถูกนำมาทิ้งลงฉะนั้น ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะจิตของเขาขุ่นมัว ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เพราะเหตุแห่งจิตขุ่นมัวแล สัตว์บางพวกในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก อย่างนี้ ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว ในพระสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า พระพุทธเจ้าทรงทราบบุคคลบางคนในโลกนี้ ผู้มีจิตขุ่นมัว ได้ทรงพยากรณ์เนื้อความนี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ในสำนักของ พระองค์ว่า ถ้าในสมัยนี้ บุคคลนี้พึงทำกาละไซร้ เขาพึง เข้าถึงนรก เพราะจิตของเขาขุ่นมัว เขาเป็นอย่างนั้น เหมือน ถูกนำมาทอดทิ้งไว้ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายย่อมไปสู่ทุคติ เพราะ เหตุแห่งจิตขุ่นมัวนั่นแล ฯ เนื้อความแม้นี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วฉะนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๑๐ จบทุติยวรรคที่ ๒ -----------------------------------------------------รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. โมหสูตร ๒. โกธสูตร ๓. มักขสูตร ๔. โมหสูตร๕. กามสูตร ๖. เสขสูตรที่ ๑ ๗. เสขสูตรที่ ๒ ๘. เภทสูตร ๙. โมท-*สูตร ๑๐. ปุคคลสูตร ฯ -----------------------------------------------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๐. ปทุฏฐจิตตสูตร ว่าด้วยบุคคลผู้มีจิตถูกประทุษร้าย

ข้อ ๒๐

แท้จริง พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้ พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ “ภิกษุทั้งหลาย เรากำหนดวาระจิตของบุคคลผู้มีจิตถูกประทุษร้ายบางคนในโลกนี้ด้วยใจ จึงรู้ชัดอย่างนี้ว่า ถ้าบุคคลนี้ตายในขณะนี้ จะถูกไหม้ในนรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร เพราะจิตของเขาถูกประทุษร้าย ภิกษุทั้งหลาย@เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ วิ.จู. (แปล) ๗/๓๕๔/๒๑๗, องฺ.ทสก. (แปล) ๒๔/๔๐/๙๒@ จิตถูกประทุษร้าย หมายถึงจิตขุ่นมัวด้วยกิเลสมีราคะ เป็นต้น (ขุ.อิติ.อ. ๒๐/๘๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๓๖๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตก [๑. เอกกนิบาต] ๒. ทุติยวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค ก็เพราะเหตุที่มีจิตถูกประทุษร้ายนั่นเอง สัตว์ทั้งหลายบางพวกในโลกนี้ หลังจากตายแล้วจึงไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ด้วยอาการอย่างนี้” พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวมานี้แล้ว ในพระสูตรนั้น จึงตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า พระพุทธเจ้าทรงรู้บุคคลบางคน ผู้มีจิตถูกประทุษร้ายแล้วในโลกนี้ จึงทรงขยายเนื้อความนี้ให้ชัดแก่ภิกษุในที่ใกล้ว่า ถ้าบุคคลนี้ตายในขณะนี้ ต้องไปเกิดในนรก เพราะจิตของเขาถูกประทุษร้าย เขาเป็นอย่างนั้น เหมือนถูกนำไปฝังไว้ ก็เพราะเหตุที่มีจิตถูกประทุษร้าย สัตว์ทั้งหลายจึงไปสู่ทุคติ แม้เนื้อความนี้ พระผู้มีพระภาคก็ตรัสไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้แลปทุฏฐจิตตสูตรที่ ๑๐ จบ ทุติยวรรค จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. โมหปริญญาสูตร ๒. โกธปริญญาสูตร ๓. มักขปริญญาสูตร ๔. อวิชชานีวรณสูตร ๕. ตัณหาสังโยชนสูตร ๖. ปฐมเสขสูตร ๗. ทุติยเสขสูตร ๘. สังฆเภทสูตร ๙. สังฆสามัคคีสูตร ๑๐. ปทุฏฐจิตตสูตร

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๓๖๔}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาปุคคลสูตร

ถามว่า อะไรเป็นอุบัติของสูตรที่ ๑๐

ตอบว่า อัตถุปปัตติกะ (มีเรื่องเกิดขึ้น)

เล่ากันมาว่า วันหนึ่ง ภิกษุทั้งหลายนั่งสนทนากันในธรรมสภาว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ทำบุญมาก บางคนทำบาปมาก บางคนทำปนกันไปทั้งสองอย่าง ในบุคคลเหล่านั้น คนที่ทำปนกันทั้งสองอย่าง ภพหน้าจะเป็นเช่นไร.

ลำดับนั้น พระศาสดาเสด็จไปยังธรรมสภาประทับนั่งบนบวรพุทธอาสน์ที่เขาจัดไว้ ได้สดับถ้อยคำนั้น เมื่อจะทรงแสดงว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้มีจิตเศร้าหมองในเวลาใกล้ตาย ทุคติเป็นอันหวังได้ ดังนี้ จึงทรงแสดงพระสูตรนี้ ด้วยเรื่องที่เกิดขึ้นนี้.

ในบทเหล่านั้น บทว่า อิธ เป็นนิบาตในการชี้ถึงที่อยู่ ท่านกล่าวอิธนิบาตนี้ในที่บางแห่งหมายถึงที่อยู่ ในบทเป็นต้นว่า อิเธว ติฏฺฐมานสฺส เทวภูตสฺส เม สโต แปลว่า เมื่อเราเป็นเทพสถิตอยู่ ณ เทวโลกนี้แล.

ในที่บางแห่งหมายถึงศาสนา ในบทมีอาทิว่า อิเธว ภิกฺขเว สมโณ อิธ ทุติโย สมโณ

แปลว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมณะมีในศาสนานี้เท่านั้น สมณะที่สองมีในศาสนานี้.

ในที่บางแห่งเป็นเพียงบทบูรณ์ ในบทมีอาทิว่า อิธาหํ ภิกฺขเว ภุตฺตาวี อสฺสํ ปวาริโต

แปลว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอันทายกขอร้องแล้วพึงฉัน.

ในที่บางแห่งกล่าวหมายถึงโลก ในบทมีอาทิว่า อิธ ตถาคโต โลเก อุปฺปชฺชติ

แปลว่า พระตถาคตอุบัติขึ้นในโลกนี้.

พึงเห็นว่าในสูตรนี้หมายถึงในโลกแม้นี้เท่านั้น.

____________________________

ที. มหา. เล่ม ๑๐/ข้อ ๒๖๔

ม. มู. เล่ม ๑๒/ข้อ ๑๕๔ องฺ. จตุกฺก. เล่ม ๒๑/ข้อ ๒๔๑

ม. มู. เล่ม ๑๒/ข้อ ๒๒

องฺ. ติก. เล่ม ๒๐/ข้อ ๕๐๐

บทว่า เอกจฺจํ ได้แก่ คนหนึ่ง คือคนใดคนหนึ่ง.

บทว่า ปุคฺคลํ ได้แก่ สัตว์.

จริงอยู่ สัตว์นั้นท่านเรียกว่าบุคคล เพราะยังกุศลอกุศล และวิบากของกุศลอกุศลนั้นให้บริบูรณ์ตามปัจจัย และเพราะอำนาจความตายกลืนกิน.

บทว่า ปทุฏฺฐจิตฺตํ ได้แก่ มีจิตขุ่นมัวด้วยความประทุษร้าย ด้วยความอาฆาต.

อีกอย่างหนึ่ง บทว่า ปทุฏฺฐจิตฺตํ ได้แก่ มีจิตขุ่นมัวด้วยราคะเป็นต้นอันเป็นโทษ.

อนึ่ง บทว่า เอกจฺจํ ในที่นี้ นี้เป็นวิเสสนะของบุคคลผู้มีจิตขุ่นมัว ท่านกล่าวอย่างนั้นถึงบุคคลผู้ให้ปฏิสนธิได้ทำเหตุขึ้น. อนึ่ง เพราะอกุศลยังเป็นไปอยู่ ผู้ใกล้จะตายไม่สามารถจะกลับจิตให้หยั่งลงด้วยกุศลได้. ท่านแสดงอาการที่ควรกล่าวในบัดนี้ ด้วยบทว่า เอวํ ดังนี้

บทว่า เจตสา ได้แก่ ด้วยจิต คือด้วยเจโตปริยญาณ (การกำหนดรู้จิต) ของตน

บทว่า เจโต ได้แก่ จิตของบุคคลนั้น.

บทว่า ปริจฺจ คือ กำหนดรู้.

ถามว่า นี้เป็นวิสัยของยถากัมมูปคญาณ (การรู้ว่าสัตว์เป็นไปตามกรรม) มิใช่หรือ.

ตอบว่า ข้อนั้นเป็นความจริง แต่ข้อนี้ท่านกล่าวด้วยอำนาจอกุศลจิตอันเป็นไปในกาลนั้น.

บทว่า อิมมฺหิ จายํ สมเย ความว่า หากในกาลนี้หรือในปัจจยสามัคคีนี้ บุคคลนี้พึงทำกาละในภายหลังชวนวิถี (วิถีจิตที่แล่นไป) การทำกาละย่อมไม่มีในขณะแห่งชวนจิต.

บทว่า ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย ความว่า เขาถูกกรรมของตนซัดไป คือตั้งไว้ในนรก เหมือนถูกนำอะไรๆ มาทิ้งลงฉะนั้น.

บทว่า กายสฺส เภทา ได้แก่ ทิ้งขันธ์อันมีใจครองเสีย.

บทว่า ปรมฺมรณา ได้แก่ ในการไม่ยึดถือขันธ์ อันเกิดในระหว่างนั้น.

อีกอย่างหนึ่ง บทว่า กายสฺส เภทา ได้แก่ เพราะตัดขาดชีวิตินทรีย์.

บทว่า ปรมฺมรณา ได้แก่ เบื้องหน้าแต่จุติจิต (จิตที่เคลื่อนไป)

บทว่า อปายํ เป็นต้น ทั้งหมดเป็นไวพจน์ของนรกนั่นเอง.

จริงอยู่ นรกชื่อว่าอบาย เพราะปราศจากความสุข กล่าวคือความเจริญ.

อีกอย่างหนึ่ง นรกชื่อว่าอบาย เพราะปราศจากความเจริญ อันถือว่าเป็นบุญซึ่งเป็นเหตุแห่งสวรรค์และนิพพาน. นรกชื่อว่าทุคติ เพราะเป็นที่ไป คือเป็นที่อาศัยของทุกข์.

อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าทุคติ เพราะเป็นที่ที่สัตว์ทั้งหลายผู้มากด้วยโทสะ ไปเกิดด้วยกรรมชั่ว. นรกชื่อว่าวินิบาต เพราะเป็นที่ที่สัตว์หมดอำนาจทำกรรมชั่วตกไป หรือเป็นที่ที่สัตว์พินาศมีอวัยวะน้อยใหญ่ย่อยยับตกไป. ชื่อว่านรก เพราะอรรถว่าหมดความยินดี เพราะความเจริญที่รู้กันว่าเป็นความยินดีมิได้มีในนรกนั้น.

อีกอย่างหนึ่ง ท่านกล่าวว่า ติรัจฉานโยนิ (กำเนิดเดียรัจฉาน) ด้วยอปายศัพท์. อนึ่ง ติรัจฉานโยนิเป็นอบาย เพราะปราศจากสุคติ นาคราชเป็นต้นผู้มีศักดิ์ใหญ่เกิดหาใช่ทุคติไม่ ชื่อปิตติวิสัยด้วยทุคติศัพท์.

จริงอยู่ ปิตติวิสัยนั้น เป็นทั้งอบาย เป็นทั้งทุคติ เพราะปราศจากสุคติ และเป็นคติของทุกข์ ไม่ใช่วินิบาต เพราะไม่ตกลงเช่นกับอสูร ชื่ออสุรกาย ด้วยวินิปาตศัพท์ ก็อสุรกายนั้นเป็นทั้งอบาย เป็นทั้งทุคติ เพราะอรรถตามที่กล่าวแล้ว. ท่านเรียกว่าวินิบาต เพราะตกไปทั้งร่างกาย. ท่านกล่าวนรกมีประการมากมาย มีอเวจีเป็นต้นด้วยนรกศัพท์.

แต่ในที่นี้ ท่านกล่าวถึงนรกอย่างเดียวแม้ด้วยทุกๆ บท.

บทว่า อุปฺปชฺชนฺติ ได้แก่ ถือเอาปฏิสนธิ.

คาถาที่หนึ่งในคาถาทั้งหลาย พระธรรมสังคาหกเถระได้จัดไว้แล้วในสังคีติกาล (เวลาทำสังคายนา).

บทว่า ญตฺวาน เป็นบุพพกาลกิริยา.

จริงอยู่ ญาณก่อนเป็นพยากรณ์ อีกอย่างหนึ่ง ญตฺวาศัพท์ มีเนื้อความเป็นเหตุ เหมือนประโยคว่า สีหํ ทิสฺวา ภยํ โหติ ภัยย่อมมีเพราะเห็นสีหะ ดังนี้. อธิบายว่า เพราะความรู้เป็นเหตุ

บทว่า พุทฺโธ ภิกฺขูน สนฺติเก ความว่า พระพุทธเจ้าผู้มีพระภาคทรงพยากรณ์เนื้อความที่พระองค์ตรัสด้วยสองคาถาเบื้องต้นนั้นแก่ภิกษุทั้งหลายในสำนักของพระองค์.

บทที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.

จบอรรถกถาปุคคลสูตรที่ ๑๐ จบอรรถกถาทุติยวรรคที่ ๒ -----------------------------------------------------

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. โมหสูตร

๒. โกธสูตร

๓. มักขสูตร

๔. โมหสูตร

๕. กามสูตร

๖. เสขสูตรที่ ๑

๗. เสขสูตรที่ ๒

๘. เภทสูตร

๙. โมทสูตร

๑๐. ปุคคลสูตร ฯ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา