๘. ภิทุรสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ [๓. ติกนิบาต] ๓. ตติยวรรค ๘. ภิทุรสูตร ๘. ภิทุรสูตร ว่าด้วยสิ่งที่ต้องแตกสลายไปเป็นธรรมดา
แท้จริง พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้ พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ “ภิกษุทั้งหลาย ร่างกายนี้ต้องแตกสลายไป วิญญาณ มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา อุปธิทั้งหมด ล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรผันเป็นธรรมดา” พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวมานี้แล้ว ในพระสูตรนั้น จึงตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า บุคคลรู้ว่าร่างกายนี้ต้องแตกสลายไป และวิญญาณก็ต้องเสื่อมไป เห็นภัยในอุปธิทั้งหลายแล้ว ย่อมล่วงพ้นความเกิด และความตายได้ บรรลุถึงธรรมเป็นที่สงบอย่างยิ่งแล้ว ชื่อว่าอบรมตนได้แล้ว รอคอยอยู่แต่เวลาเท่านั้น แม้เนื้อความนี้ พระผู้มีพระภาคก็ตรัสไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้แลภิทุรสูตรที่ ๘ จบ @เชิงอรรถ : @ วิญญาณ หมายถึงจิต ๓ ระดับ (จิตระดับกามาวจรภูมิ จิตระดับรูปาวจรภูมิ จิตระดับอรูปาวจรภูมิ@(ขุ.อิติ.อ. ๗๗/๒๗๗) @ อุปธิทั้งหมด หมายถึงขันธ์ ๕ กิเลส อภิสังขาร (กรรม) และกามคุณ ๕ (ขุ.อิติ.อ. ๗๗/๒๗๗)@ รอคอยอยู่แต่เวลาเท่านั้น หมายถึงรอคอยเวลาดับขันธปรินิพพาน (ขุ.อิติ.อ. ๗๗/๒๗๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๔๓๘}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต ๘. ภินทนสูตร
๘ วุตฺตํ เหตํ ภควตา วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ ภินฺทนฺตายํ ภิกฺขเว กาโย วิญฺญาณํ วิราคธมฺมํ สพฺเพ อุปธี อนิจฺจา ทุกฺขา วิปริณามธมฺมาติ ฯ เอตมตฺถํ ภควา อโวจ ฯ ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ กายญฺจ ภินฺทนฺตํ ญตฺวา วิญฺญาณญฺจ ปภงฺคุณํ อุปธีสุ ภยํ ทิสฺวา ชาติมรณมชฺชคา สมฺปตฺวา ปรมํ สนฺตึ กาลํ กงฺขติ ภาวิตตฺโตติ ฯ อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา อิติ เม สุตนฺติ ฯ อฏฺฐมํ ฯ
จริงอยู่ พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว พระสูตรนี้พระ ผู้มีพระภาคผู้เป็นพระอรหันต์ตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย กายนี้มีความแตกเป็นที่สุด วิญญาณมีการคลายไปเป็นธรรมดาขันธบัญจกทั้งปวงไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว ในพระสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า บุคคลรู้กายว่ามีความแตกไปเป็นที่สุด และรู้วิญญาณว่ามี ความย่อยยับไป เห็นภัยในขันธบัญจกทั้งหลายแล้ว ล่วง ชาติและมรณะเสียได้ มีตนอันอบรมแล้ว บรรลุถึงความ สงบอย่างยิ่ง จำนงอยู่ซึ่งการเป็นที่ดับขันธ์ ฯ เนื้อความแม้นี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วฉะนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๘