๕. โธตกมาณวกปัญหา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. โธตกมาณวกปัญหา ว่าด้วยปัญหาของโธตกมาณพ
(โธตกมาณพทูลถามดังนี้) ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์ขอทูลถามพระองค์ ขอพระองค์โปรดตรัสตอบปัญหานั้นแก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ข้าพระองค์มุ่งหวังจะรับฟังพระวาจาของพระองค์อย่างยิ่ง บุคคลฟังพระสุรเสียงของพระองค์แล้ว ศึกษาธรรม เป็นเหตุดับกิเลสเพื่อตน
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า โธตกะ) ถ้าเช่นนั้น เธอผู้มีปัญญารักษาตน มีสติ จงทำความเพียรในที่นี้แล บุคคลได้ฟังเสียงจากที่นี้แล้ว พึงศึกษาธรรมเป็นเหตุดับกิเลสเพื่อตน @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๘๖-๙๓/๑๘-๒๐ @ ศึกษาธรรม หมายถึงศึกษาอธิสีลสิกขา อธิจิตตสิกขา และอธิปัญญาสิกขา (ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๓๑/๑๕๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๗๕๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๕. ปารายนวรรค] ๕. โธตกมาณวกปัญหา
(โธตกมาณพทูลถามดังนี้) ข้าพระองค์เห็นพระองค์ผู้ไม่มีกิเลสเครื่องกังวล เป็นพราหมณ์ เสด็จจาริกอยู่ในเทวโลกและมนุษยโลก ข้าแต่พระองค์ผู้มีสมันตจักขุ เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์ขอนมัสการพระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้สักกะ ขอพระองค์โปรดปลดเปลื้องข้าพระองค์ จากความสงสัยทั้งหลายเถิด
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) โธตกะ เราไม่สามารถปลดเปลื้องใครๆ ผู้มีความสงสัยในโลกได้ แต่เธอเมื่อรู้แจ้งธรรมอันประเสริฐ ก็จะข้ามโอฆะนี้ได้เองด้วยประการฉะนี้
(โธตกมาณพกราบทูลดังนี้) ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ขอพระองค์ทรงพระกรุณาตรัสสอนวิเวกธรรม ที่ข้าพระองค์จะพึงรู้แจ้งได้ และโดยวิธีที่ข้าพระองค์ไม่ขัดข้องเหมือนอากาศ ข้าพระองค์จะพึงสงบอยู่ในที่นี้แล เป็นผู้ไม่อาศัย เที่ยวไปอยู่ @เชิงอรรถ : @ ผู้สักกะ หมายถึงพระผู้มีพระภาคเสด็จออกผนวชจากศากยตระกูล (ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๓๒/๑๖๓)@ ไม่อาศัย หมายถึงไม่อาศัยในอารมณ์ไหนๆ ด้วยทิฏฐิหรือตัณหา (ขุ.สุ.อ. ๑/๒๒๑/๓๐๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๗๕๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๕. ปารายนวรรค] ๕. โธตกมาณวกปัญหา
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า โธตกะ) บุคคลผู้รู้ชัดความสงบใดแล้ว มีสติ เที่ยวไปอยู่ พึงข้ามตัณหาที่ชื่อว่า วิสัตติกา ในโลกได้ เราจักกล่าวความสงบนั้นที่เรารู้ประจักษ์ด้วยตนเอง ในธรรมที่เราเห็นแล้วแก่เธอ
(โธตกมาณพกราบทูลดังนี้) ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ข้าพระองค์ชอบใจความสงบอันสูงสุดนั้น ที่บุคคลรู้ชัดแล้ว มีสติ เที่ยวไปอยู่ พึงข้ามตัณหาที่ชื่อว่า วิสัตติกา ในโลกได้
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า โธตกะ) เธอรู้ชัดธรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นธรรมชั้นสูง ชั้นต่ำ และชั้นกลาง เธอรู้ชัดธรรมนั้นว่า เป็นเครื่องข้องในโลกแล้ว อย่าได้ก่อตัณหาเพื่อภพน้อยและภพใหญ่เลย โธตกมาณวกปัญหาที่ ๕ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๗๕๖}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สุตฺตนิปาเต ปญฺจมสฺส ปารายนวคฺคสฺส ปญฺจมี โธตกปญฺหา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต โธตกปัญหาที่ ๕
|๔๒๙.๑๔๘๙| ๕ ปุจฺฉามิ ตํ ภควา พฺรูหิเมตํ (อิจฺจายสฺมา โธตโก) วาจาภิกงฺขามิ มเหสิ ตุยฺหํ ตว สุตฺวาน นิคฺโฆสํ สิกฺเข นิพฺพานมตฺตโน ฯ |๔๒๙.๑๔๙๐| เตน หาตปฺปํ กโรหิ (โธตกาติ ภควา) อิเธวนิปโกสโต อิโต สุตฺวาน นิคฺโฆสํ สิกฺเข นิพฺพานมตฺตโน ฯ |๔๒๙.๑๔๙๑| ปสฺสามหํ เทวมนุสฺสโลเก อกิญฺจนํ พฺราหฺมณํ อิริยมานํ ตํ ตํ นมสฺสามิ สมนฺตจกฺขุ ปมุญฺจ มํ สกฺก กถงฺกถาหิ ฯ |๔๒๙.๑๔๙๒| นาหํ สมิสฺสามิ ปโมจนาย กถงฺกถึ โธตก กญฺจิ โลเก ธมฺมญฺจ เสฏฺฐํ อาชานมาโน เอวํ ตฺวํ โอฆมิมํ ตเรสิ ฯ |๔๒๙.๑๔๙๓| อนุสาส พฺรเหฺม กรุณายมาโน วิเวกธมฺมํ ยมหํ วิชญฺญํ ยถาหํ อากาโส จ อพฺยาปชฺชมาโน อิเธว สนฺโต อสิโต จเรยฺยํ ฯ |๔๒๙.๑๔๙๔| กิตฺตยิสฺสามิ เต สนฺตึ (โธตกาติ ภควา) ทิฏฺเฐ ธมฺเม อนีติหํ ยํ วิทิตฺวา สโต จรํ ตเร โลเก วิสตฺติกํ ฯ |๔๒๙.๑๔๙๕| ตญฺจาหํ อภินนฺทามิ มเหสิ สนฺติมุตฺตมํ ยํ วิทิตฺวา สโต จรํ ตเร โลเก วิสตฺติกํ ฯ |๔๒๙.๑๔๙๖| ยงฺกิญฺจิ สมฺปชานาสิ (โธตกาติ ภควา) อุทฺธํ อโธ ติริยญฺจาปิ มชฺเฌ เอวํ วิทิตฺวา สงฺโคติ โลเก ภวาภวาย มากาสิ ตณฺหนฺติ ฯ โธตกมาณวกปญฺหา ปญฺจมี ฯ -------------
โธตกมาณพได้ทูลถามปัญหาว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์ขอทูลถามพระองค์ ขอ พระองค์จงตรัสบอกข้อความนั้นแก่ข้าพระองค์เถิด ข้าแต่ พระองค์ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ ข้าพระองค์ปรารถนาอย่างยิ่ง ซึ่งพระวาจาของพระองค์ ข้าพระองค์ได้ฟังพระสุรเสียงของ พระองค์แล้ว พึงศึกษาธรรมเป็นเครื่องดับกิเลสของตน ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสพยากรณ์ว่า ดูกรโธตกะ ถ้าเช่นนั้น ท่านจงมีปัญญารักษาตน มีสติกระทำความเพียร ในศาสนานี้เถิด ท่านจงฟังเสียงแต่สำนักของเรานี้แล้ว พึง ศึกษาธรรมเป็นเครื่องดับกิเลสของตนเถิด ฯ ธ. ข้าพระองค์เห็นพระองค์ผู้เป็นพราหมณ์หากังวลมิได้ ทรงยัง พระกายให้เป็นไปอยู่ในเทวโลกและมนุษยโลก ข้าแต่ พระองค์ผู้มีพระจักษุรอบคอบ เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์ขอ ถวายบังคมพระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้ศากยะ ขอพระองค์ จงทรงปลดเปลื้องข้าพระองค์เสียจากความสงสัยเถิด ฯ พ. ดูกรโธตกะ เราจักไม่อาจเพื่อจะปลดเปลื้องใครๆ ผู้ยังมี ความสงสัยในโลกให้พ้นไปได้ ก็ท่านรู้ทั่วถึงธรรมอัน ประเสริฐอยู่ จะข้ามโอฆะนี้ได้ด้วยอาการอย่างนี้ ฯ ธ. ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นพรหม ขอพระองค์จงทรงพระกรุณาสั่ง สอนธรรมเป็นที่สงัดกิเลส ที่ข้าพระองค์ควรจะรู้แจ้ง และ ขอพระองค์ทรงพระกรุณาสั่งสอนไม่ให้ข้าพระองค์ขัดข้องอยู่ เหมือนอากาศเถิด ข้าพระองค์อยู่ในที่นี้นี่แหละ จะพึงเป็น ผู้ไม่อาศัยแอบอิงเที่ยวไป ฯ พ. ดูกรโธตกะ เราจักแสดงธรรมเครื่องระงับกิเลสแก่ท่าน ใน ธรรมที่เราได้เห็นแล้วเป็นธรรมประจักษ์แก่ตน ที่บุคคลได้รู้ แจ้งแล้วเป็นผู้มีสติ พึงดำเนินข้ามตัณหาอันซ่านไปในอารมณ์ ต่างๆ ในโลกเสียได้ ฯ ธ. ข้าแต่พระองค์ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ ก็ข้าพระองค์ยินดี อย่างยิ่ง ซึ่งธรรมเป็นเครื่องระงับกิเลสอันสูงสุด ที่บุคคลได้ รู้แจ้งแล้ว เป็นผู้มีสติ พึงดำเนินข้ามตัณหาอันซ่านไปใน อารมณ์ต่างๆ ในโลกเสียได้ ฯ พ. ดูกรโธตกะ ท่านรู้ชัดซึ่งส่วนอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งในส่วน เบื้องบน (คืออนาคต) ทั้งในส่วนเบื้องต่ำ (คืออดีต) แม้ ในส่วนเบื้องขวางสถานกลาง (คือปัจจุบัน) ท่านรู้แจ้งสิ่ง นั้นว่า เป็นเครื่องข้องอยู่ในโลก อย่างนี้แล้ว อย่าได้ทำ ตัณหาเพื่อภพน้อยและภพใหญ่เลย ฯ จบโธตกมาณวกปัญหาที่ ๕