๑๓. อุทยมาณวกปัญหา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๓. อุทยมาณวกปัญหา ว่าด้วยปัญหาของอุทัยมาณพ
(อุทัยมาณพทูลถามดังนี้) ข้าพระองค์มีปัญหาที่จะทูลถาม จึงมาเฝ้าพระองค์ผู้ทรงมีฌาน ปราศจากธุลี ประทับนั่งอยู่ ผู้ทรงทำกิจสำเร็จแล้ว ไม่มีอาสวะ @เชิงอรรถ : @ เครื่องยึดมั่น หมายถึงรูปตัณหา คือ ยึดมั่น ถือมั่นในรูปเป็นต้น (ขุ.สุ.อ. ๒/๑๑๑๐/๔๔๙)@ บ่วงแห่งมัจจุราช หมายถึงกิเลส ขันธ์ และอภิสังขาร (ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๗๓/๒๖๖)@ ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๑๓๐-๑๓๖/๓๐-๓๑
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๗๖๘}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๕. ปารายนวรรค] ๑๓. อุทยมาณวกปัญหา ทรงถึงฝั่งแห่งธรรมทั้งปวง ขอพระองค์โปรดตรัสบอกอัญญาวิโมกข์ อันเป็นเครื่องทำลายอวิชชาด้วยเถิด
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า อุทัย) เราจะบอกอัญญาวิโมกข์ อันเป็นเครื่องละความพอใจในกาม และโทมนัสทั้ง ๒ อย่าง เป็นเครื่องบรรเทาความย่อท้อ และเป็นเครื่องกั้นความคะนอง
เราจะบอกอัญญาวิโมกข์ที่บริสุทธิ์ เพราะมีอุเบกขาและสติ ที่มีธรรมตรรกะเป็นเบื้องต้น เป็นเครื่องทำลายอวิชชา
(อุทัยมาณพทูลถามอีกดังนี้) สัตว์โลกมีอะไรเป็นเครื่องประกอบไว้ อะไรเล่าเป็นเหตุเที่ยวไปของสัตว์โลกนั้น เพราะละอะไรได้เล่า พระองค์จึงตรัสว่า นิพพาน
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) สัตว์โลกมีความเพลิดเพลินเป็นเครื่องประกอบไว้ ความตรึก เป็นเหตุเที่ยวไปของสัตว์โลกนั้น เพราะละตัณหาได้ เราจึงเรียกว่า นิพพาน @เชิงอรรถ : @ อัญญาวิโมกข์ หมายถึงความหลุดพ้นด้วยอรหัตตผล (องฺ.ติก.อ. ๒/๓๓/๑๑๕-๑๑๖)@และดู ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๗๔-๗๕/๒๖๘-๒๗๕ ประกอบ @ ข้อ ๑๑๑๓-๑๑๑๔ ดูเทียบ องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๓๓/๑๘๖, ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๗๕-๗๖/๒๗๒-๒๗๗@ ความตรึก (วิตก) มี ๙ อย่าง (๑) กามวิตก (ความตรึกในกาม) (๒) พยาบาทวิตก (ความตรึกในพยาบาท)@(๓) วิหิงสาวิตก (ความตรึกในความเบียดเบียน) (๔) ญาติวิตก (ความตรึกถึงญาติ) (๕) ชนปทวิตก@(ความตรึกถึงชนบท) (๖) อมราวิตก (ความตรึกถึงเทพเจ้า) (๗) ปรานุทยตาปฏิสังยุตตวิตก (ความตรึก@ที่ประกอบด้วยความเป็นผู้เอ็นดูผู้อื่น) (๘) ลาภสักการสิโลกปฏิสังยุตตวิตก (ความตรึกที่ประกอบด้วย@ลาภสักการะและความสรรเสริญ) (๙) อนวัญญัตติปฏิสังยุตตวิตก (ความตรึกที่ประกอบด้วยความไม่ถูก@ดูหมิ่น) (ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๗๘/๒๗๘-๒๗๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๗๖๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๕. ปารายนวรรค] ๑๔. โปสาลมาณวกปัญหา
(อุทัยมาณพทูลถามอีกดังนี้) ข้าพระองค์มาเฝ้าเพื่อทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า สัตว์โลกมีสติเที่ยวไปอยู่อย่างไร วิญญาณจึงดับสนิท ขอฟังพระดำรัสนั้นของพระองค์
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) สัตว์โลกไม่ยินดีเวทนาภายในและภายนอก มีสติเที่ยวไปอยู่อย่างนี้ วิญญาณ จึงดับสนิทอุทยมาณวกปัญหาที่ ๑๓ จบ ๑๔.โปสาลมาณวกปัญหา ว่าด้วยปัญหาของโปสาลมาณพ
(โปสาลมาณพทูลถามดังนี้) พระผู้มีพระภาคพระองค์ใด ไม่มีตัณหาเหตุให้หวั่นไหว ตัดความสงสัยได้แล้ว ทรงแสดงอดีตธรรม ข้าพระองค์มีปัญหาที่จะทูลถาม จึงมาเฝ้าพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ผู้ทรงถึงฝั่งแห่งธรรมทั้งปวง @เชิงอรรถ : @ วิญญาณ หมายถึงอภิสังขารวิญญาณ (วิญญาณที่เกิดพร้อมกับอภิสังขาร) (ขุ.สุ.อ. ๒/๑๑๑๘/๔๕๐)@ ดู ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๑๓๗-๑๔๐/๓๒-๓๓
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๗๗๐}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สุตฺตนิปาเต ปญฺจมสฺส ปารายนวคฺคสฺส เตรสมา อุทยปญฺหา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต อุทยปัญหาที่ ๑๓
|๔๓๗.๑๕๓๓| ๑๓ ฌายึ วิรชมาสินํ (อิจฺจายสฺมา อุทโย) กตกิจฺจํ อนาสวํ ปารคุํ สพฺพธมฺมานํ อตฺถี ปเญฺหน อาคมํ อญฺญํ วิโมกฺขํ ปพฺรูหิ อวิชฺชาย ปเภทนํ ฯ |๔๓๗.๑๕๓๔| ปหานํ กามฉนฺทานํ (อุทยาติ ภควา) โทมนสฺสาน จูภยํ ถีนสฺส จ ปนุทนํ กุกฺกุจฺจานํ นิวารณํ |๔๓๗.๑๕๓๕| อุเปกฺขาสติสํสุทฺธํ ธมฺมตกฺกปุเรชวํ อญฺญํ วิโมกฺขํ ปพฺรูมิ อวิชฺชาย ปเภทนํ ฯ |๔๓๗.๑๕๓๖| กึสุ สญฺโญชโน โลโก กึสุ ตสฺส วิจารณา กิสฺสสฺส วิปฺปหาเนน นิพฺพานํ อิติ วุจฺจติ ฯ |๔๓๗.๑๕๓๗| นนฺทิสญฺโญชโน โลโก วิตกฺกสฺส วิจารณา ตณฺหาย วิปฺปหาเนน นิพฺพานํ อิติ วุจฺจติ ฯ |๔๓๗.๑๕๓๘| กถํสตสฺส จรโต วิญฺญาณํ อุปรุชฺฌติ ภวนฺตํ ปุฏฺฐุมาคมฺม ตํ สุโฌม วโจ ตว ฯ |๔๓๗.๑๕๓๙| อชฺฌตฺตญฺจ พหิทฺธา จ เวทนํ นาภินนฺทโต เอวํสตสฺส จรโต วิญฺญาณํ อุปรุชฺฌตีติ ฯ อุทยมาณวกปญฺหา เตรสมา ฯ -----------
อุทยมาณพทูลถามปัญหาว่า ข้าพระองค์มีความต้องการปัญหา จึงมาเฝ้าพระองค์ผู้เพ่งฌาน ปราศจากธุลี ทรงนั่งโดยปรกติ ทรงทำกิจเสร็จแล้ว ไม่มี อาสวะ ทรงถึงฝั่งแห่งธรรมทั้งปวง ขอพระองค์จงตรัสบอก ธรรมอันเป็นเครื่องพ้นที่ควรรู้ทั่วถึง สำหรับทำลายอวิชชา เถิด ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสพยากรณ์ว่า ดูกรอุทยะ เรากล่าวธรรมเป็นเครื่องละความพอใจในกาม และโทมนัส ทั้งสองอย่าง เป็นเครื่องบรรเทาความง่วงเหงา เป็นเครื่อง ห้ามความรำคาญ บริสุทธิ์ดีเพราะอุเบกขาและสติ มีความ ตรึกถึงธรรมแล่นไปในเบื้องหน้า ว่าเป็นธรรมเครื่องพ้นที่ ควรรู้ทั่วถึงสำหรับทำลายอวิชชา ฯ อุ. โลกมีธรรมอะไรประกอบไว้ ธรรมชาติอะไรเป็นเครื่อง พิจารณา (เป็นเครื่องสัญจร) ของโลกนั้น เพราะละธรรม อะไรได้เด็ดขาด ท่านจึงกล่าวว่า นิพพาน ฯ พ. โลกมีความเพลิดเพลินประกอบไว้ ความตรึกไปต่างๆ เป็น เครื่องพิจารณา (เป็นเครื่องสัญจร) ของโลกนั้น เพราะ ละตัณหาได้เด็ดขาด ท่านจึงกล่าวว่า นิพพาน ฯ อุ. เมื่อบุคคลระลึกอย่างไรเที่ยวไปอยู่ วิญญาณจึงจะดับ ข้าพระองค์ทั้งหลายมาเฝ้าเพื่อทูลถามพระองค์ ข้าพระองค์ ทั้งหลาย ขอฟังพระดำรัสของพระองค์ ฯ พ. เมื่อบุคคลไม่เพลิดเพลินเวทนา ทั้งภายในและภายนอก ระลึกอย่างนี้เที่ยวไปอยู่ วิญญาณจึงจะดับ ฯ จบอุทยมาณวกปัญหาที่ ๑๓