อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๖๖

๘. อันธการสูตร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๖๖–๒๖๗พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 2 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 2 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 1 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต ๘. อันธการสูตร

ข้อ ๒๖๖

๘ ตโยเม ภิกฺขเว อกุสลวิตกฺกา อนฺธกรณา อจกฺขุกรณา อญฺญาณกรณา ปญฺญานิโรธิกา วิฆาตปกฺขิกา อนิพฺพานสํวตฺตนิกา กตเม ตโย กามวิตกฺโก ภิกฺขเว อนฺธกรโณ อจกฺขุกรโณ อญฺญาณกรโณ ปญฺญานิโรธิโก วิฆาตปกฺขิโก อนิพฺพาน- สํวตฺตนิโก ฯ พฺยาปาทวิตกฺโก ภิกฺขเว อนฺธกรโณ อจกฺขุกรโณ อญฺญาณกรโณ ปญฺญานิโรธิโก วิฆาตปกฺขิโก อนิพฺพานสํวตฺตนิโก ฯ วิหึสาวิตกฺโก ภิกฺขเว อนฺธกรโณ อจกฺขุกรโณ อญฺญาณกรโณ ปญฺญานิโรธิโก วิฆาตปกฺขิโก อนิพฺพานสํวตฺตนิโก ฯ อิเม โข ภิกฺขเว ตโย อกุสลา วิตกฺกา อนฺธกรณา อจกฺขุกรณา อญฺญาณกรณา ปญฺญานิโรธิกา วิฆาตปกฺขิกา อนิพฺพานสํวตฺตนิกา ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อกุศลวิตก ๓ ประการนี้ กระทำความมืดมน ไม่กระทำปัญญาจักษุ กระทำความไม่รู้ ยังปัญญาให้ดับ เป็นไปในฝักฝ่ายแห่งความคับแค้น ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน อกุศลวิตก ๓ ประการเป็นไฉน คือกามวิตก ๑ พยาบาทวิตก ๑ วิหิงสาวิตก ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อกุศลวิตก๓ ประการนี้แล กระทำความมืดมน ไม่กระทำปัญญาจักษุ กระทำความไม่รู้ยังปัญญาให้ดับ เป็นไปในฝักฝ่ายแห่งความคับแค้น ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน ฯ

ข้อ ๒๖๗

ตโยเม ภิกฺขเว กุสลา วิตกฺกา อนนฺธกรณา จกฺขุกรณา ญาณกรณา ปญฺญาวุทฺธิกา อวิฆาตปกฺขิกา นิพฺพานสํวตฺตนิกา กตเม ตโย เนกฺขมฺมวิตกฺโก ภิกฺขเว อนนฺธกรโณ จกฺขุกรโณ ญาณกรโณ ปญฺญาวุทฺธิโก อวิฆาตปกฺขิโก นิพฺพานสํวตฺตนิโก ฯ อพฺยาปาทวิตกฺโก ภิกฺขเว อนนฺธกรโณ จกฺขุกรโณ ญาณกรโณ ปญฺญาวุทฺธิโก อวิฆาตปกฺขิโก นิพฺพานสํวตฺตนิโก ฯ อวิหึสาวิตกฺโก ภิกฺขเว อนนฺธกรโณ จกฺขุกรโณ ญาณกรโณ ปญฺญาวุทฺธิโก อวิฆาตปกฺขิโก นิพฺพานสํวตฺตนิโก ฯ อิเม โข ภิกฺขเว ตโย กุสลา วิตกฺกา อนนฺธกรณา จกฺขุกรณา ญาณกรณา ปญฺญาวุทฺธิกา อวิฆาตปกฺขิกา นิพฺพานสํวตฺตนิกาติ ฯ ตโย วิตกฺเก กุสเล วิตกฺกเย ตโย ปน อกุสเล นิรากเร ส เว วิตกฺกานิ วิจาริตานิ สเมติ วุฏฺฐีว รชํ สมูหตํ ส เว วิตกฺกูปสเมน เจตสา อิเธว โส สนฺติปทํ สมชฺชคาติ ฯ อฏฺฐมํ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย กุศลวิตก ๓ ประการนี้ ไม่กระทำความมืดมน กระทำปัญญาจักษุ กระทำญาณ ยังปัญญาให้เจริญ ไม่เป็นไปในฝักฝ่ายแห่งความคับแค้น เป็นไปเพื่อนิพพาน กุศลวิตก ๓ ประการเป็นไฉน คือ เนกขัมมวิตก ๑ อพยาบาทวิตก ๑ อวิหิงสาวิตก ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย กุศลวิตก ๓ประการนี้แล ไม่กระทำความมืดมน กระทำปัญญาจักษุ กระทำญาณ ยังปัญญาให้เจริญ ไม่เป็นไปในฝักฝ่ายแห่งความคับแค้น เป็นไปเพื่อนิพพาน ฯ พึงตรึกกุศลวิตก ๓ ประการ แต่พึงนำอกุศลวิตก ๓ ประการ ออกเสีย พระโยคาวจรนั้นแล ยังมิจฉาวิตกทั้งหลายให้สงบ ระงับ เปรียบเหมือนฝนยังธุลีที่ลมพัดฟุ้งขึ้นแล้วให้สงบ ฉะนั้น พระโยคาวจรนั้น มีใจอันเข้าไปสงบวิตก ได้ถึง สันตบทคือนิพพานในปัจจุบันนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๘

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ [๓. ติกนิบาต] ๔. จตุตถวรรค ๘. อันธกรณสูตร ๘. อันธกรณสูตร ว่าด้วยวิตกทั้งที่ทำให้มืดมนและไม่มืดมน

ข้อ ๘๗

แท้จริง พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้ พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ “ภิกษุทั้งหลาย อกุศลวิตก ๓ ประการนี้ทำความมืดมน ไม่ทำให้เกิดปัญญาจักษุ ทำแต่ความไม่รู้ ดับปัญญา เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน อกุศลวิตก ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. กามวิตก ทำความมืดมน ไม่ทำให้เกิดปัญญาจักษุ ทำแต่ความไม่รู้ ดับปัญญา เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน ๒. พยาบาทวิตก ทำความมืดมน ไม่ทำให้เกิดปัญญาจักษุ ทำแต่ความไม่รู้ ดับปัญญา เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน ๓. วิหิงสาวิตก ทำความมืดมน ไม่ทำให้เกิดปัญญาจักษุ ทำแต่ความไม่รู้ ดับปัญญา เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน อกุศลวิตก ๓ ประการนี้แล ทำความมืดมน ไม่ทำให้เกิดปัญญาจักษุ ทำแต่ ความไม่รู้ ดับปัญญา เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน ภิกษุทั้งหลาย กุศลวิตก ๓ ประการนี้ไม่ทำความมืดมน ทำให้เกิดปัญญาจักษุทำให้เกิดความรู้ ทำปัญญาให้เจริญ ไม่เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ เป็นไปเพื่อนิพพาน กุศลวิตก ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. เนกขัมมวิตก ไม่ทำความมืดมน ทำให้เกิดปัญญาจักษุ ทำให้เกิดความรู้ ทำปัญญาให้เจริญ ไม่เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ เป็นไปเพื่อนิพพาน @เชิงอรรถ : @ ปัญญา หมายถึงปัญญา ๓ ประการ คือ (๑) กัมมัสสกตปัญญา (๒) ฌานปัญญา (๓) วิปัสสนาปัญญา@(ขุ.อิติ.อ. ๘๗/๓๐๘)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๔๕๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ [๓. ติกนิบาต] ๔. จตุตถวรรค ๘. อันธกรณสูตร ๒. อัพยาบาทวิตก ไม่ทำความมืดมน ทำให้เกิดปัญญาจักษุ ทำให้เกิด ความรู้ ทำปัญญาให้เจริญ ไม่เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ เป็นไปเพื่อนิพพาน ๓. อวิหิงสาวิตก ไม่ทำความมืดมน ทำให้เกิดปัญญาจักษุ ทำให้เกิด ความรู้ ทำปัญญาให้เจริญ ไม่เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ เป็นไปเพื่อนิพพาน กุศลวิตก ๓ ประการนี้แล ไม่ทำความมืดมน ทำให้เกิดปัญญาจักษุ ทำให้เกิดความรู้ ทำปัญญาให้เจริญ ไม่เป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ เป็นไปเพื่อนิพพาน” พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวมานี้แล้ว ในพระสูตรนั้น จึงตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า ภิกษุผู้บำเพ็ญเพียร ควรตรึกถึงกุศลวิตก ๓ ประการ และควรขจัดอกุศลวิตก ๓ ประการออก ภิกษุนั้นย่อมทำมิจฉาวิตกและมิจฉาวิจารให้สงบลงได้พลัน เหมือนฝนตกทำฝุ่นธุลีที่ฟุ้งขึ้นให้สงบหายได้ ฉะนั้น ภิกษุผู้บำเพ็ญเพียรนั้น มีใจสงบจากอกุศลวิตกทั้งหมด ย่อมบรรลุสันติบท ได้ในอัตภาพนี้แน่นอน แม้เนื้อความนี้ พระผู้มีพระภาคก็ตรัสไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้แลอันธกรณสูตรที่ ๘ จบ @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถที่ ๒ หน้า ๒๐ ในเล่มนี้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๔๕๕}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอันธการสูตร

ในอันธการสูตรที่ ๘ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-

บทว่า อกุสลวิตกฺกา ได้แก่ วิตกทั้งหลายที่เกิดแต่ความไม่ฉลาด.

พึงทราบวินิจฉัยในบทมีอาทิว่า อนฺธกรณา ดังต่อไปนี้

วิตก ชื่อว่ากระทำความมืดมน เพราะเกิดขึ้นเองแก่ผู้ใด จะทำให้ผู้นั้นมืดมน เพราะห้ามการเห็นตามความจริง ชื่อว่า ไม่ทำปัญญาจักษุ เพราะไม่ทำให้เกิดปัญญาจักษุ. ชื่อว่ากระทำความไม่รู้ เพราะทำความไม่รู้.

บทว่า ปญฺญานิโรธา ความว่า ชื่อว่ายังปัญญาให้ดับ เพราะดับปัญญา ๓ อย่างเหล่านี้ คือ กัมมัสสกตาปัญญา ๑ ฌานปัญญา ๑ วิปัสสนาปัญญา ๑ โดยทำไม่ให้เป็นไป.

ชื่อว่าเป็นไปในฝักใฝ่แห่งความคับแค้น เพราะเป็นไปในฝักฝ่ายแห่งวิฆาตะ กล่าวคือทุกข์ เหตุที่ให้ผลอันไม่น่าปรารถนา.

ชื่อว่าไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน เพราะไม่ยังกิเลสนิพพาน ให้เป็นไป.

บทว่า กามวิตกฺโก ได้แก่ วิตกที่ปฏิสังยุตด้วยธรรม.

อธิบายว่า กามวิตกนั้นเป็นวิตกที่ประกอบด้วยกิเลสกามแล้วเป็นไปในวัตถุกาม. วิตกที่ปฏิสังยุตด้วยพยาบาท ชื่อว่าพยาบาทวิตก. วิตกที่ปฏิสังยุตด้วยวิหิงสา ชื่อว่าวิหิงสาวิตก. และวิตกทั้ง ๒ อย่างนี้ (กามวิตก และพยาบาทวิตก) เกิดขึ้นในสัตว์บ้าง ในสังขารบ้าง.

อธิบายว่า กามวิตกเกิดขึ้นแก่ผู้วิตกถึงสัตว์หรือสังขารอันเป็นที่รักเป็นที่พอใจ.

พยาบาทวิตกเกิดขึ้นในสัตว์หรือสังขารอันไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่พอใจ ตั้งแต่เวลาที่โกรธ (เขา) แล้วมองดู จนถึงให้ฉิบหายไป.

วิหิงสาวิตกไม่เกิดขึ้นในสังขารทั้งหลาย (เพราะว่า) ธรรมดาสังขารที่จะให้เป็นทุกข์ไม่มี แต่จะเกิดขึ้นในสัตว์ทั้งหลายในเวลาที่คิดว่า ขอสัตว์เหล่านี้จงลำบากบ้าง จงถูกฆ่าบ้าง จงขาดสูญบ้าง จงพินาศบ้าง อย่าได้มีเลยบ้าง.

ก็ความดำริในกามเป็นต้น ก็คือกามวิตกเป็นต้นเหล่านั้นนั่นเอง

อธิบายว่า โดยเนื้อความแล้ว กามวิตกเป็นต้นกับกามสังกัปปะเป็นต้น ไม่มีข้อแตกต่างกันเลย.

ส่วนสัญญาที่สัมปยุตด้วยกามเป็นต้นนั้น ชื่อว่ากามสัญญาเป็นต้น ก็ (เพราะเหตุที่) ความแปลกกันแห่งกามธาตุเป็นต้น จะพึงหาได้ เพราะมาแล้วในพระบาลีว่า

ความตรึก ความตรึกตรองอันประกอบด้วยกาม มิจฉาสังกัปปะนี้เรียกว่ากามธาตุ. ความตรึก ความตรึกตรองอันประกอบด้วยพยาบาท มิจฉาสังกัปปะนี้เรียกว่าพยาบาทธาตุ. ความที่จิตอาฆาตในอาฆาตวัตถุ ๑๐ ความอาฆาตมาดร้าย ความที่จิตไม่แช่มชื่น นี้เรียกว่าพยาบาทธาตุ. ความตรึก ความตรึกตรองอันประกอบด้วยวิหิงสา มิจฉาสังกัปปะนี้เรียกว่าวิหิงสาธาตุ. บุคคลบางคนในโลกนี้ย่อมเบียดเบียนสัตว์ด้วยวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่ง คือฝ่ามือ ก้อนดิน ท่อนไม้ ศัสตรา หรือเชือก นี้เรียกว่าวิหิงสาวิตก.

____________________________

อภิ. วิ. เล่ม ๓๕/ข้อ ๙๒๗

ฉะนั้น กถา ๒ อย่างในกามธาตุทั้ง ๓ นั้น ท่านร้อยกรองไว้หมดและไม่คละกัน. บรรดาธาตุทั้ง ๓ นั้น เมื่อถือเอากามธาตุ ธาตุทั้ง ๒ แม้นอกนี้ ก็ชื่อว่าย่อมเป็นอันถือเอาแล้วด้วยแต่ครั้นทรงนำออกจากกามธาตุนั้นแล้ว ก็จะทรงชี้ได้ว่า นี้เป็นพยาบาทธาตุ นี้เป็นวิหิงสาธาตุ ฉะนั้น กถานี้จึงชื่อว่าสัพพสังคาหิกา แต่พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อตรัสถึงกามธาตุ ก็ทรงวางพยาบาทธาตุไว้ในตำแหน่งแห่งพยาบาทธาตุวางวิหิงสาธาตุไว้ในตำแหน่งแห่งวิหิงสาธาตุ แล้วตรัสบอกธาตุที่เหลือว่า ชื่อว่าเป็นกามธาตุ ฉะนั้น กถานี้จึงชื่อว่า อสัมภินนกถา.

พึงทราบเนื้อความในธรรมฝ่ายขาวโดยปริยายที่แยกจากที่กล่าวแล้วดังต่อไปนี้

วิตกที่ปฏิสังยุตด้วยเนกขัมมะ ชื่อว่าเนกขัมมวิตก เนกขัมมวิตกนั้นเป็นกามาวจรในส่วนเบื้องต้นที่เจริญอสุภ เป็นรูปาวจรในฌานที่มีอสุภเป็นอารมณ์ เป็นโลกุตระในเวลามรรคผลเกิดขึ้น เพราะทำฌานนั้นให้เป็นเบื้องบาท.

วิตกที่ปฏิสังยุตด้วยความไม่พยาบาท ชื่อว่าอพยาบาทวิตก. อพยาบาทวิตกนั้น เป็นกามาวจรในส่วนเบื้องต้นที่เจริญเมตตา เป็นรูปาวจรในฌานมีเมตตาเป็นอารมณ์ เป็นโลกุตระในเวลาที่มรรคผลเกิดขึ้น เพราะกระทำฌานนั้นให้เป็นเบื้องบาท.

วิตกที่ปฏิสังยุตด้วยอวิหิงสา ชื่อว่าอวิหิงสาวิตก อวิหิงสาวิตกนั้นเป็นกามาวจรในส่วนเบื้องต้นที่เจริญกรุณา เป็นรูปาวจรในส่วนที่มีกรุณาเป็นอารมณ์ เป็นโลกุตระในเวลาที่มรรคผลเกิดขึ้น เพราะกระทำฌานนั้นให้เป็นเบื้องบาท.

แต่เมื่อใด อโลภะเป็นประธาน เมื่อนั้นเมตตาและกรุณาทั้งสองอย่างนอกนี้ก็จะคล้อยตามอโลภะนั้น. เมื่อใด เมตตาเป็นประธาน เมื่อนั้นอโลภะเป็นกรุณาทั้งสองอย่างนอกนี้ก็จะคล้อยตามเมตตานั้น. เมื่อใด กรุณาเป็นประธาน เมื่อนั้นอโลภะและเมตตาทั้งสองอย่างนอกนี้ก็จะคล้อยตามกรุณานั้น.

เนกขัมมสังกัปปะเป็นต้น ก็คือเนกขัมมวิตกเป็นต้นเหล่านี้นั่นเอง. อธิบายว่า โดยเนื้อความแล้ว เนกขัมมวิตกเป็นต้นกับเนกขัมมสังกัปปะเป็นต้นไม่มีข้อแตกต่างกันเลย แต่สัญญาที่สัมปยุตด้วยเนกขัมมวิตกเป็นต้น ชื่อว่าเนกขัมมสัญญาเป็นต้น.

ก็เพราะเหตุที่เนกขัมมธาตุเป็นต้น มีความแตกต่างกัน เพราะมีมาในพระบาลีว่า

ความตรึก ความตรึกตรอง ความดำริชอบ อันประกอบไปด้วยเนกขัมมะ นี้เรียกว่าเนกขัมมธาตุ กุศลธรรมแม้ทั้งหมด ก็เรียกว่าเนกขัมมธาตุ ความตรึก ความตรึกตรอง ความดำริอันประกอบไปด้วยความไม่พยาบาท นี้เรียกว่าอพยาบาทธาตุ. ความมีไมตรี กิริยาที่มีไมตรี เมตตาเจโตวิมุตติในสัตว์ทั้งหลาย นี้เรียกว่าอพยาบาทธาตุ. ความตรึก ความตรึกตรอง ความดำริอันประกอบด้วยอวิหิงสา นี้เรียกว่าอวิหิงสาธาตุ. ความกรุณา กิริยาที่กรุณา สภาพที่กรุณาในสัตว์ทั้งหลาย กรุณาเจโตวิมุตติในสัตว์ทั้งหลาย นี้เรียกว่าอวิหิงสาธาตุ.

แม้ในสุกกปักษ์นี้ กถาทั้ง ๒ อย่าง คือ สัพพสังคาหิกากถา อสัมภินนกถา ก็พึงทราบตามนัยที่กล่าวมาแล้วนั่นแล.

ข้อความที่เหลือง่ายทั้งนั้น.

พึงทราบวินิจฉัยในคาถาทั้งหลายดังต่อไปนี้

บทว่า วิตกฺกเย ได้แก่ ในหมวด ๓ แห่งวิตก.

บทว่า นิรากเร ความว่า ออกจากสันดานของตน คือพึงบรรเทา. อธิบายว่า พึงละ.

บทว่า สเว วิตกฺกานิ วิจาวิตานิ สเมติ วุฏฺฐีว รชํ สมูหตํ ความว่า อุปมาเสมือนหนึ่งว่า ในเดือนท้ายฤดูร้อน เมื่อเมฆนอกกาลเวลา ก้อนใหญ่ตกต่ำลงมา ฝนจะให้ฝุ่นที่กองรวมกันอยู่ที่แผ่นดิน ที่ลมพัดฟุ้งขึ้นโดยทั่วๆ ไป ให้สงบลงได้ในทันใดฉันใด

พระโยคาวจรนั้นก็ฉันนั้นเหมือนกัน จะให้วิตกที่ท่องเที่ยวไปในมิจฉาวิตกและวิจารที่สัมปยุตด้วยวิตกนั้น สงบคือระงับลงได้ ได้แก่ตัดขาดไป และพระโยคาวจรผู้เป็นอย่างนั้น มีใจสงบด้วยวิตก คือมีอริยมรรคจิต ที่ชื่อว่าสงบแล้วด้วยวิตก เพราะระงับมิจฉาวิตกทุกอย่างได้ จะได้ถึงคือได้บรรลุสันติบท คือพระนิพพานในโลกนี้แหละ คือในปัจจุบันนี้ทีเดียว.

จบอรรถกถาอันธการสูตรที่ ๘ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา