๑๕. โมฆราชปัญหา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สุตฺตนิปาเต ปญฺจมสฺส ปารายนวคฺคสฺส ปณฺณรสมา โมฆราชปญฺหา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต โมฆราชปัญหาที่ ๑๕
|๔๓๙.๑๕๔๔| ๑๕ ทฺวาหํ สกฺก อปุจฺฉิสฺสํ (อิจฺจายสฺมา โมฆาราชา) น เม พฺยากาสิ จกฺขุมา ยาวตติยญฺจ เทวิสิ พฺยากโรตีติ เม สุตํ |๔๓๙.๑๕๔๕| อยํ โลโก ปโร โลโก พฺรหฺมโลโก สเทวโก ทิฏฺฐินฺเต นาภิชานามิ โคตมสฺส ยสสฺสิโน |๔๓๙.๑๕๔๖| เอวํ อภิกฺกนฺตทสฺสาวึ อตฺถี ปเญฺหน อาคมํ กถํ โลกํ อเวกฺขนฺตํ มจฺจุราชา น ปสฺสติ ฯ |๔๓๙.๑๕๔๗| สุญฺญโต โลกํ อเวกฺขสฺสุ โมฆราช สทา สโต อตฺตานุทิฏฺฐึ อูหจฺจ เอวํ มจฺจุตโร สิยา เอวํ โลกํ อเวกฺขนฺตํ มจฺจุราชา น ปสฺสตีติ ฯ โมฆราชมาณวกปญฺหา ปณฺณรสมา ฯ -------------
โมฆราชมาณพทูลถามปัญหาว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้ศากยะ ข้าพระองค์ได้ทูลถามปัญหา ถึงสองครั้งแล้ว พระองค์ผู้มีพระจักษุไม่ทรงพยากรณ์แก่ ข้าพระองค์ แต่ข้าพระองค์ได้สดับมาว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นเทพฤาษี จะทรงพยากรณ์ในครั้งที่สาม (ข้าพระองค์จึง ขอทูลถามว่า) โลกนี้ โลกอื่น พรหมโลกกับทั้งเทวโลก ข้าพระองค์ย่อมไม่ทราบความเห็นของพระองค์ผู้โคดม ผู้- เรืองยศ ข้าพระองค์มีความต้องการด้วยปัญหา จึงได้มาเฝ้า พระองค์ (ผู้มีปรกติเห็นก้าวล่วงวิสัยของสัตว์โลก) ผู้มี ปรกติเห็นธรรมอันงามอย่างนี้ บุคคลผู้พิจารณาเห็นโลก อย่างไร มัจจุราชจึงจะไม่เห็น ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสพยากรณ์ว่า ดูกรโมฆราช ท่านจงเป็นผู้มีสติทุกเมื่อ พิจารณาเห็นโลกโดย ความเป็นของว่างเปล่าเถิด จงถอนความตามเห็นว่าเป็นตัวตน เสียแล้ว พึงเป็นผู้ข้ามพ้นมัจจุราชได้ด้วยอาการอย่างนี้ บุคคลผู้พิจารณาเห็นโลกอยู่อย่างนี้ มัจจุราชจึงจะไม่เห็น ฯ จบโมฆราชมาณวกปัญหาที่ ๑๕
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต [๕. ปารายนวรรค] ๑๕. โมฆราชมาณวกปัญหา ๑๕. โมฆราชมาณวกปัญหา ว่าด้วยปัญหาของโมฆราชมาณพ
(โมฆราชมาณพทูลถามดังนี้) ข้าพระองค์ได้ทูลถามพระองค์ผู้สักกะ ๒ ครั้งแล้ว พระผู้มีพระภาคผู้มีพระจักษุ มิได้ตรัสตอบแก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์รับทราบมาว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงเป็นเทพฤๅษี (ถ้าผู้ใดถามปัญหา) ถึง ๓ ครั้ง จะตรัสตอบ
โลกนี้ โลกอื่น พรหมโลกพร้อมทั้งเทวโลก ย่อมไม่ทราบชัดความเห็นของพระองค์ ผู้โคตมโคตร ผู้มีพระยศ
ข้าพระองค์มีปัญหาที่จะทูลถามจึงมาเฝ้าพระองค์ ผู้ทรงมีปกติเห็นธรรมอันงามอย่างนี้ บุคคลพิจารณาเห็นโลกอย่างไร มัจจุราชจึงไม่เห็น
(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้) โมฆราช เธอจงพิจารณาเห็นโลกโดยความว่างเปล่า มีสติทุกเมื่อ พึงถอนอัตตานุทิฏฐิ เสีย เป็นผู้ข้ามมัจจุราชเสียได้ ด้วยอาการอย่างนี้ บุคคลพิจารณาเห็นโลกอย่างนี้ มัจจุราชจึงไม่เห็น โมฆราชมาณวกปัญหาที่ ๑๕ จบ @เชิงอรรถ : @ ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๑๔๑-๑๔๔/๓๓-๓๔ @ โลกนี้ ในที่นี้หมายถึงมนุษยโลก (ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๘๖/๓๐๗) @ โลกอื่น หมายถึงโลกอื่นทั้งหมด เว้นมนุษยโลก (ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๘๖/๓๐๗)@ พิจารณาเห็นโลกโดยความว่างเปล่า หมายถึงพิจารณาโลก คือ นรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน เปตวิสัย@มนุษยโลก เทวโลก ขันธโลก ธาตุโลก อายตนโลก และพรหมโลกด้วยเหตุ ๒ อย่าง คือ (๑) ด้วยการ@กำหนดเห็นสังขารไม่เป็นไปตามอำนาจ (๒) ด้วยการพิจารณาเห็นสังขารเป็นของว่างเปล่า@(ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๘๘/๓๐๙-๓๒๐, ขุ.สุ.อ. ๒/๑๑๒๖/๔๕๓) @ อัตตานุทิฏฐิ หมายถึงสักกายทิฏฐิ (ขุ.สุ.อ. ๒/๑๑๒๖/๔๕๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๗๗๒}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาโมฆราชสูตร ที่ ๑๕
____________________________
บาลีเป็น โมฆราชปัญหา.
โมฆราชสูตร มีคำเริ่มต้นว่า ทฺวาหํ สกฺกํ ดังนี้.
ในบทเหล่านั้นบทว่า ทฺวาหํ คือ ข้าพระองค์ได้ทูลถามปัญหาถึงสองครั้ง.
อันที่จริง โมฆราชมาณพนั้นได้เคยทูลถามปัญหากะพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงสองครั้งเมื่อจบอชิตสูตรและติสสเมตเตยยสูตร. แต่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรอให้โมฆราชมาณพมีอินทรีย์แก่กล้าก่อน จึงยังมิได้ทรงพยากรณ์. ด้วยเหตุนั้น โมฆราชมาณพจึงได้ทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นศากยะ ข้าพระองค์ได้ทูลถามปัญหาถึงสองครั้งแล้ว.
บทว่า ยาวตติยญฺจ เทวิสิ พฺยากโรตีติ เม สุตํ ข้าพระองค์ได้สดับมาว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นเทพฤษีจะทรงพยากรณ์ในครั้งที่สามคือข้าพระองค์ได้สดับมาอย่างนี้ว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณ ผู้ทรงจำแนกธรรม ผู้เป็นวิสุทธิเทพ ผู้อันข้าพระองค์ถามปัญหาแล้วจะทรงพยากรณ์กะสหธรรมิกในครั้งที่สาม.
นัยว่า โมฆราชมาณพนั้นได้ฟังอย่างนี้ ณ ฝั่งแม่น้ำโคธาวรีนั่นเองด้วยเหตุนั้น โมฆราชมาณพนั้นจึงทูลว่า ข้าพระองค์สดับมาว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะทรงพยากรณ์ ดังนี้.
บทว่า อยํ โลโก ได้แก่ มนุษยโลก. บทว่า ปโร โลโก โลกอื่น ได้แก่โลกที่เหลือเว้นมนุษยโลกนั้น. บทว่า สเทวโก พร้อมด้วยเทวโลก ได้แก่โลกที่เหลือประกอบด้วยอุปัตติเทพและสมมติเทพ เว้นพรหมโลก.
บทว่า พฺรหฺมโลโก สเทวโก นี้ เพียงแสดงถึงนัยเป็นต้นว่า ในโลกพร้อมด้วยเทวโลก ด้วยเหตุนั้น พึงทราบโลกดังที่ได้กล่าวแล้วอย่างนั้นทั้งหมด.
บทว่า เอวํ อภิกฺกนฺตทสฺสาวึ ได้แก่ พระองค์ผู้มีปรกติเห็นธรรมอันงาม คือ ธรรมเลิศอย่างนี้. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงถึงผู้สามารถเห็นอัธยาศัยอธิมุติและคติอันเป็นที่ไปในเบื้องหน้าของโลกพร้อมทั้งเทวโลก.
บทว่า สุญฺญโต โลกํ อเวกฺขสฺสุ ท่านจงพิจารณาเห็นโลกโดยความเป็นของว่างเปล่าเถิด คือจงพิจารณาเห็นโลกโดยความเป็นของว่างเปล่า ด้วยเหตุสองประการ คือด้วยลักษณะอันเป็นไปแล้วไม่มีเหลือ ๑ด้วยพิจารณาเห็นเนืองๆ ถึงสังขารเป็นของว่างเปล่า ๑.
บทว่า อตฺตานุทิฏฺฐึ อูหจฺจ คือ จงถอนความเห็นว่าเป็นตัวเป็นตนเสีย.
บทที่เหลือในบททั้งปวงชัดเจนดีแล้ว.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงพระสูตรแม้นี้ด้วยธรรมเป็นยอดคือพระอรหัตนั่นแล.
เมื่อจบเทศนาได้มีผู้บรรลุธรรมเช่นกับที่กล่าวไว้แล้วนั่นแล.
จบอรรถกถาโมฆราชสูตรที่ ๑๕ แห่งอรรถกถาขุททกนิกาย ชื่อปรมัตถโชติกา --------------------