๕. เอสนาสูตร ที่ ๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๒๓๒๕ วุตฺตํ เหตํ ภควตา วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ ติสฺโส อิมา ภิกฺขเว เอสนา กตมา ติสฺโส กาเมสนา ภเวสนา พฺรหฺมจริเยสนา ฯ อิมา โข ภิกฺขเว ติสฺโส เอสนาติ ฯ เอตมตฺถํ ภควา อโวจ ฯ ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ สมาหิโต สมฺปชาโน สโต พุทฺธสฺส สาวโก เอสนา จ ปชานาติ เอสนานญฺจ สมฺภวํ ยตฺถ เจตา นิรุชฺฌนฺติ มคฺคญฺจ ขยคามินํ เอสนานํ ขยา ภิกฺขุ นิจฺฉาโต ปรินิพฺพุโตติ ฯ อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา อิติ เม สุตนฺติ ฯ ปญฺจมํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. ปฐมเอสนาสูตร ว่าด้วยการแสวงหา สูตรที่ ๑
แท้จริง พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้ พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ “ภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ ประการนี้ การแสวงหา ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. การแสวงหากาม ๒. การแสวงหาภพ ๓. การแสวงหาพรหมจรรย์ ภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ ประการนี้แล” พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวมานี้แล้ว ในพระสูตรนั้น จึงตรัส คาถาประพันธ์ดังนี้ว่า @เชิงอรรถ : @ พรหมจรรย์ ในที่นี้หมายถึงทิฏฐิพรหมจรรย์ กล่าวคือ ลัทธิที่มีความเชื่อว่า ‘โลกเที่ยง’ ‘โลกไม่เที่ยง’@เป็นต้น (ขุ.อิติ.อ. ๕๔/๒๒๔) และดู อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๙๑๙/๕๗๕ ประกอบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๔๐๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ [๓. ติกนิบาต] ๑. ปฐมวรรค ๖. ทุติยเอสนาสูตร สาวกของพระพุทธเจ้าผู้มีจิตตั้งมั่น มีสติสัมปชัญญะ ย่อมรู้ชัดการแสวงหา เหตุเกิดการแสวงหา ธรรมเป็นที่ดับการแสวงหา และข้อปฏิบัติที่ให้ถึงความสิ้นสุดการแสวงหา เพราะสิ้นการแสวงหาทั้งหลาย ภิกษุจึงเป็นผู้หมดความหิว ปรินิพพานแล้ว แม้เนื้อความนี้ พระผู้มีพระภาคก็ตรัสไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้แล ปฐมเอสนาสูตรที่ ๕ จบ ๖. ทุติยเอสนาสูตร ว่าด้วยการแสวงหา สูตรที่ ๒
แท้จริง พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้ พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ “ภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ ประการนี้ การแสวงหา ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. การแสวงหากาม ๒. การแสวงหาภพ ๓. การแสวงหาพรหมจรรย์ ภิกษุทั้งหลาย การแสวงหา ๓ ประการนี้แล @เชิงอรรถ : @ ธรรมเป็นที่ดับการแสวงหา แยกเป็น ๓ ระดับ คือ (๑) ปฐมมรรค(โสดาปัตติมรรค) เป็นที่ดับการแสวงหา@พรหมจรรย์ (๒) อนาคามิมรรค เป็นที่ดับการแสวงหากาม (๓) อรหัตตมรรค เป็นที่ดับการแสวงหาภพ@(ขุ.อิติ.อ. ๕๔/๒๒๔) และดู อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๙๑๙/๕๗๕ ประกอบ @ ดูเทียบ ที.ปา. ๑๑/๓๐๕/๑๙๔, อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๙๑๙/๕๗๕
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๕ หน้า : ๔๐๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปฐมเอสนาสูตร
ในปฐมเอสนาสูตรที่ ๕ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
การแสวงหา คือการเสาะหา ได้แก่การค้นหา ชื่อว่า เอสนา. เพื่อจะทรงแสดงการแสวงหาเหล่านั้น โดยจำแนกออกไป จึงตรัสคำมีอาทิว่า กาเมสนา.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กาเมสนา คือการแสวงหากามหรือการแสวงหากล่าวคือกาม ชื่อว่ากาเมสนา.
สมดังคำที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า บรรดาเอสนา (การแสวงหา) เหล่านั้น กาเมสนาเป็นไฉน คือ ความพอใจในกาม ความกำหนัดในกาม ความเพลิดเพลินในกาม ความสิเนหาในกาม ความกระวนกระวายในกาม ความสยบในกาม การหยั่งลงสู่กาม ในกามทั้งหลาย นี้เราตถาคตเรียกว่า กาเมสนา.
เพราะฉะนั้น กามราคะ พึงทราบว่าเป็นกามเอสนา แม้ในภเวสนา (การแสวงหาภพ) ก็มีนัยนี้เหมือนกัน.
สมจริงดังที่ตรัสไว้ว่า บรรดาเอสนาเหล่านั้น ภเวสนาเป็นไฉน ความพอใจในภพ ฯลฯ การหยั่งลงสู่ภพในภพทั้งหลาย อันใด นี้เราตถาคตเรียกว่า ภวเอสนา.
เพราะฉะนั้น ความกำหนัดในการแสวงหาภพ คือความปรารถนารูปภพและอรูปภพ พึงทราบว่าเป็น ภวเอสนา.
____________________________
อภิ. วิ. เล่ม ๓๕/ข้อ ๙๓๖
การแสวงหาพรหมจรรย์ ชื่อว่า พรหมจริยเอสนา เหมือนอย่างที่ตรัสไว้ว่า บรรดาเอสนาเหล่านั้น พรหมจริยเอสนา เป็นไฉนทิฏฐิ ทิฏฐิคตะ รกชัฏคือทิฏฐิ กันดารคือทิฏฐิ เสี้ยนหนามคือทิฏฐิ ความดิ้นรนคือทิฏฐิ สังโยชน์คือทิฏฐิการถือเอา การรับ การยึดมั่น การลูบคลำ ทางที่ผิด คัลลองที่ผิด ความเห็นผิด ลัทธิ การยึดถือ การแสวงหาที่ผิด ชนิดนี้ใด ว่า
๑. โลกเที่ยง
๒. โลกไม่เที่ยง
๓. โลกมีที่สุด
๔. โลกไม่มีที่สุด
๕. ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น
๖. ชีพเป็นอย่างหนึ่ง สรีระเป็นอย่างหนึ่ง
๗. สัตว์หลังจากตายแล้ว ยังมี
๘. สัตว์หลังจากตายแล้ว ไม่มี
๙. สัตว์หลังจากตายแล้ว มีบ้าง ไม่มีบ้าง
๑๐. สัตว์หลังจากตายแล้ว มีก็ไม่ใช่ ไม่มีก็ไม่ใช่
นี้เราตถาคตเรียกว่า พรหมจริยเอสนา เพราะฉะนั้น การแสวงหาพรหมจรรย์ที่สมมติกันว่าเป็นทิฏฐิ พึงทราบว่า ได้แก่การแสวงหาทิฏฐิพรหมจรรย์ ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ เป็นอันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงราคะและทิฏฐิว่าเป็นเอสนา.
ก็ไม่ใช่เพียงราคะและทิฏฐิอย่างเดียวที่ทรงแสดงว่าเป็นเอสนา แม้กรรมที่ตั้งอยู่ในที่เดียวกันกับราคะและทิฏฐินั้น ก็ทรงแสดงว่าเป็นเอสนา
แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ได้ตรัสคำนี้ไว้ว่า
บรรดาเอสนาเหล่านั้น กามเอสนาคืออะไร? คือ กามราคะ (และ) กายกรรม วจีกรรม มโนกรรมที่เป็นอกุศล ตั้งอยู่ในที่อันเดียวกันกับกามราคะ นี้เราตถาคตเรียกว่า กามเอสนา.
บรรดาเอสนาเหล่านั้น ภวเอสนาคืออะไร? คือ ภวราคะและกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมที่เป็นอกุศล ตั้งอยู่ในที่อันเดียวกันกับภวราคะนั้น นี้เราตถาคตเรียกว่า ภวเอสนา.
บรรดาเอสนาเหล่านั้น พรหมจริเยสนาคืออะไร? คือ อันตคาหิกทิฏฐิ (และ) กายกรรม วจีกรรม มโนกรรมที่เป็นอกุศล ตั้งอยู่ในที่อันเดียวกับอันตคาหิกทิฏฐินั้น นี้เราตถาคตเรียกว่า พรหมจริเยสนา.
พึงทราบเอสนา ๓ เหล่านี้ดังพรรณนามานี้.
____________________________
อภิ. วิ. เล่ม ๓๕/ข้อ ๙๓๖
พึงทราบวินิจฉัยในคาถาทั้งหลายต่อไปนี้
ธรรมทั้งหลายที่มีอวิชชาเป็นต้น และตัณหาที่เป็นเหตุแห่งการเกิดขึ้นแห่งเอสนา ชื่อว่าสมภโว ในคำว่า สมฺภวํ นี้อธิบายว่า ได้แก่สมุทัย.
บทว่า ยตฺถ เจตา นิรุชฺฌนฺติ ความว่า พรหมจริยเอสนาย่อมดับไปด้วยปฐมมรรค กามเอสนาย่อมดับไปด้วยอนาคามิมรรค ภวเอสนาย่อมดับไปด้วยอรหัตมรรค.
พึงทราบตามที่พรรณนามานี้
บทที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล.
จบอรรถกถาปฐมเอสนาสูตรที่ ๕ -----------------------------------------------------