๘. ตติยนาวาวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. ตติยนาวาวิมาน ว่าด้วยวิมานที่มีเรือเป็นพาหนะ เรื่องที่ ๓ (พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า)
เทพนารี เธอขึ้นอยู่บนเรือประทุนทอง ล่องลอยเข้าสู่สระโบกขรณี เด็ดดอกปทุมอยู่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๑. ปีฐวรรค ๘. ตติยนาวาวิมาน
วิมานเรือนยอดของเธอ จัดแบ่งไว้แต่ละส่วนอย่างเหมาะสม ส่องสว่างรุ่งเรืองรอบทั้ง ๔ ทิศ
เพราะบุญอะไรผิวพรรณเธอจึงงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่เธอในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่เธอ
เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก ตถาคตขอถามว่า เมื่อเธอเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรเธอจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
เทพธิดานั้นดีใจที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสถาม จึงทูลตอบปัญหาผลกรรม ตามที่พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า
ชาติก่อนหม่อมฉันเกิดเป็นมนุษย์ อยู่ในหมู่มนุษย์ในมนุษยโลก ได้เห็นภิกษุหลายรูปผู้เหน็ดเหนื่อยกระหายน้ำ จึงขมีขมันถวายน้ำให้ท่านดื่ม
ผู้ใดแล ขมีขมันถวายน้ำให้ภิกษุหลายรูป ผู้เหน็ดเหนื่อยกระหายน้ำได้ดื่ม แม่น้ำหลายสายมีกระแสน้ำใสเย็น มากไปด้วยสวนไม้ดอก มีบัวขาวอยู่มากมายย่อมเกิดแก่ผู้นั้น
วิมานนั้นมีแม่น้ำหลายสายไหลล้อมรอบอยู่ประจำ สายน้ำมีทรายมูล มีกระแสน้ำใสเย็น มีหมู่ไม้มะม่วง ไม้สาละ ไม้หมากหอม ไม้หว้า ไม้ราชพฤกษ์และหมู่ไม้แคฝอย ผลิดอกออกผลสะพรั่ง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๑. ปีฐวรรค ๙. ปทีปวิมาน
วิมานอันเลอเลิศ มีภูมิภาคเช่นนั้น เป็นส่วนประกอบงดงามเหลือเกิน นี้เป็นผลของกรรมนั้นนั่นเอง ผู้ทำบุญไว้แล้วย่อมได้วิมานเช่นนี้
วิมานที่อยู่ของหม่อมฉันมีเรือนยอด จัดแบ่งไว้แต่ละส่วนอย่างเหมาะสม ส่องสว่างรุ่งเรืองรอบทั้ง ๔ ทิศ
เพราะบุญนั้นผิวพรรณหม่อมฉันจึงงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่หม่อมฉันในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่หม่อมฉัน
ข้าแต่พระพุทธองค์ผู้ทรงอานุภาพมาก หม่อมฉันขอกราบทูลว่า เพราะบุญที่ได้ทำไว้สมัยเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ หม่อมฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ นี้เป็นผลของกรรมที่พระพุทธองค์ทรงเสวยน้ำ ที่หม่อมฉันขมีขมันถวายนั้น ตติยนาวาวิมานที่ ๘ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๘. นาวาวิมานที่ ๓ ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในนาวาวิมานที่ ๓
|๘.๖๖| สุวณฺณจฺฉทนํ นาวํ นาริ อารุยฺห ติฏฺฐสิ โอคาฬฺหสิ โปกฺขรณึ ปทุมํ ฉินฺทสิ ปาณินา |๘.๖๗| กูฏาคารา นิเวสา เต วิภตฺตา ภาคโส มิตา ททฺทลฺลมานา อาภนฺติ สมนฺตา จตุโร ทิสา |๘.๖๘| เกน เตตาทิโส วณฺโณ เกน เต อิธมิชฺฌติ อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา |๘.๖๙| ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๘.๗๐| สา เทวตา อตฺตมนา สมฺพุทฺเธเนว ปุจฺฉิตา ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๘.๗๑| อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา ปุริมาย ชาติยา มนุสฺสโลเก ทิสฺวาน ภิกฺขู ตสิเต กิลนฺเต อุฏฺฐาย ปาตุํ อุทกํ อทาสึ |๘.๗๒| โย เว กิลนฺตาน ปิปาสิตานํ อุฏฺฐาย ปาตุํ อุทกํ ททาติ สีโตทกา ตสฺส ภวนฺติ นชฺโช ปหูตมลฺยา พหุปุณฺฑรีกา |๘.๗๓| ตํ อาปคา อนุปริยนฺติ สพฺพทา สีโตทกา วาลุกสนฺถตา นที อมฺพา จ สาลา ติลกา จ ชมฺพุโย อุทฺทาลกา ปาฏลิโย จ ผุลฺลา |๘.๗๔| ตํ ภูมิภาเคหิ อุเปตรูปํ วิมานเสฏฺฐํ ภุสโสภมานํ ตสฺเสว กมฺมสฺส อยํ วิปาโก เอตาทิสํ ปุญฺญกตา ลภนฺติ |๘.๗๕| กูฏาคารา นิเวสา เม วิภตฺตา ภาคโส มิตา ททฺทลฺลมานา อาภนฺติ สมนฺตา จตุโร ทิสา |๘.๗๖| เตน เมตาทิโส วณฺโณ เตน เม อิธมิชฺฌติ อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา |๘.๗๗| เตนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาวา วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ เอตสฺส กมฺมสฺส อยํ วิปาโก อุฏฺฐาย พุทฺโธ อุทกํ อปาสีติ ฯ นาวาวิมานํ อฏฺฐมํ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรนางเทพนารี ท่านขึ้นนั่งวิมานเรือ อันบุญกรรมบุด้วยทองคำ เล่น ในสระโบกขรณีเก็บดอกประทุมอยู่ ท่านมีปราสาทเป็นเทวาลัยอันบุญ กรรมจัดแจงเนรมิตให้แล้ว เป็นส่วนๆ โดยรอบทั้งสี่ทิศ รุ่งเรืองเป็น สง่าอยู่ เพราะบุญอะไร ท่านมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญอะไร อิฐผลสำเร็จ แก่ท่านในวิมานนี้เพราะบุญอะไร อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่ง ทุกอย่าง ย่อมเกิดขึ้นแก่ท่านเพราะบุญอะไร ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพ มาก อาตมาขอถามท่าน ครั้งเมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของท่านสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญอะไร นางเทพธิดานั้น อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสถามแล้วมีใจยินดี ได้ทูล ตอบปัญหาแห่งผลกรรมที่ตรัสซักถามว่าในชาติก่อน ครั้งเมื่อหม่อมฉัน ยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ในมนุษยโลก ได้เห็นภิกษุหลายรูปกระหาย น้ำเหน็ดเหนื่อยมาจึงถวายน้ำฉันโดยขมีขมัน ผู้ใดแลได้ถวายน้ำฉันโดย ขมีขมันแก่ภิกษุทั้งหลายผู้เหน็ดเหนื่อยกระหายน้ำมา แม่น้ำหลายสายมี น้ำเยือกเย็น ดาระดาษไปด้วยบัวขาว (ชายฝั่ง) มีหมู่ไม้จันทน์ และ มะม่วงขนาดเล็กมีรสหวานอยู่ล้นหลาม ย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้นั้น ที่อยู่และ หมู่ไม้ของผู้นั้น มีแม่น้ำหลายสายล้อมรอบประจำ น้ำเย็นสนิท แม่น้ำ ทั้งหลายที่ทรายมูล ก็เกิดขึ้นแก่ผู้นั้น หมู่ไม้มะม่วง หมู่ต้นรัง หมู่ต้น หมากหอม หมู่ต้นชมพู่ หมู่ไม้ราชพฤกษ์ และต้นแคฝอยมากมาย มีผล ดกดื่นออกดอกชูสล้าง ก็เกิดขึ้นล้อมรอบวิมานของผู้นั้น เขาได้วิมานดี เยี่ยมงามนักหนาเช่นนั้น ว่ากันโดยพื้นที่แล้วมีลักษณะควรสรรเสริญ นี้เป็นวิบากแห่งกรรมนั้น ทั้งนั้น คนทั้งหลายที่ทำบุญไว้แล้วต้องได้ผล เช่นนี้ หม่อมฉันมีปราสาทเป็นเทวาลัย อันบุญกรรมจัดเนรมิตมาให้แล้ว เป็นส่วนๆ โดยรอบทั้งสี่ทิศ งดงามเป็นสง่าอยู่ เพราะบุญนั้น หม่อม ฉันมีวรรณะเช่นนี้เพราะบุญนั้น อิฐผลย่อมสำเร็จแก่หม่อมฉันในวิมานนี้ เพราะบุญนั้น อนึ่ง โภคะอันเป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดขึ้นแก่ หม่อมฉันเพราะบุญนั้น หม่อมฉันมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกาย ของหม่อมฉันสว่างไสวไปทั่วทุกทิศเพราะบุญนั้น นี้เป็นผลแห่งกรรมนั้น คือ หม่อมฉันขมีขมันถวายน้ำแก่พระพุทธเจ้า. จบ นาวาวิมานที่ ๘.