๕. อโนปมาเถรีคาถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. อโนปมาเถรีคาถา ภาษิตของพระอโนปมาเถรี (พระอโนปมาเถรีได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ด้วยการเปล่งอุทานว่า)
เราเกิดในตระกูลสูงมีสิ่งของเครื่องปลื้มใจมาก มีทรัพย์มาก สมบูรณ์ด้วยผิวพรรณสัณฐานและรูปร่าง เป็นธิดาซึ่งเป็นลูกแท้ๆ ของเมฆีเศรษฐี
เป็นผู้ที่พระราชโอรสปรารถนา บุตรเศรษฐีหมายปอง เขาพากันส่งทูตไปขอต่อบิดาของเราว่า ขอจงให้อโนปมาแก่เรา
อโนปมาธิดาของท่านนั้นมีค่าตัวเท่าใด เราจะให้เงินและทองเป็น ๘ เท่าต่อค่าตัวนั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๗๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๖. ฉักกนิบาต] ๖. มหาปชาปติโคตมีเถรีคาถา
เรานั้นได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดในโลก ไม่มีผู้อื่นยิ่งไปกว่า แล้วเข้าไปเฝ้า ณ ที่สมควร ได้ถวายอภิวาทพระยุคลบาทของพระองค์
พระโคดมพระองค์นั้นได้ทรงพระกรุณาแสดงธรรมโปรดเรา เรานั่งอยู่ ณ อาสนะนั้น ก็ได้บรรลุผลที่ ๓
ครั้นแล้วก็โกนผมบวชเป็นบรรพชิต วันนี้เป็นคืนที่ ๗ นับแต่วันที่เราทำตัณหาให้แห้งสนิทแล้ว๖. มหาปชาปติโคตมีเถรีคาถา ภาษิตของพระมหาปชาบดีโคตมีเถรี (พระมหาปชาบดีโคตมีเถรีประสงค์จะสดุดีพระคุณพระศาสดา จึงได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
พระพุทธเจ้าผู้ทรงแกล้วกล้าสูงสุดกว่าสัตว์ทั้งปวง หม่อมฉันขอนอบน้อมพระพุทธองค์ผู้ทรงช่วยปลดเปลื้องหม่อมฉัน และชนอื่นเป็นจำนวนมากให้พ้นจากทุกข์
หม่อมฉันกำหนดรู้ทุกข์ทั้งปวงแล้ว ทำตัณหาซึ่งเป็นเหตุแห่งทุกข์ให้เหือดแห้งแล้ว ได้เจริญมรรคซึ่งประกอบด้วยองค์ ๘ และได้บรรลุนิโรธแล้ว
ชนทั้งหลายเป็นมารดาบิดา เป็นบุตรธิดา เป็นพี่น้อง เป็นปู่ย่าตายายกันมาในชาติก่อนๆ หม่อมฉันไม่รู้ตามความเป็นจริง ไม่พบที่พึ่งจึงท่องเที่ยวไป @เชิงอรรถ : @ อนาคามิผล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๘๐}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๕. อโนปมาเถรีคาถา สุภาษิตชี้ผลการฟังธรรม
|๔๕๕.๑๕๑| ๕ อุจฺเจ กุเล อหํ ชาตา พหุวิตฺเต มหทฺธเน วณฺณรูเปน สมฺปนฺนา ธีตา เมฆิสฺส อตฺรชา ฯ |๔๕๕.๑๕๒| ปตฺถิตา ราชปุตฺเตหิ เสฏฺฐิปุตฺเตหิ คิชฺฌิตา ปิตุ เม เปสยิ ทูตํ เทถ มยฺหํ อโนปมํ ฯ |๔๕๕.๑๕๓| ยตฺตกํ ตุลิตา เอสา ตุยฺหํ ธิตา อโนปมา ตโต อฏฺฐคุณํ ทสฺสํ หิรญฺญํ รตนานิ จ ฯ |๔๕๕.๑๕๔| สาหํ ทิสฺวาน สมฺพุทฺธํ โลกเชฏฺฐํ อนุตฺตรํ ตสฺส ปาทานิ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อุปาวิสึ ฯ |๔๕๕.๑๕๕| โส เม ธมฺมมเทเสสิ อนุกมฺปาย โคตโม นิสินฺนา อาสเน ตสฺมึ ผุสยึ ตติยํ ผลํ ฯ |๔๕๕.๑๕๖| ตโต เกสานิ เฉตฺวาน ปพฺพชึ อนคาริยํ สาชฺช เม สตฺตมี รตฺติ ยโต ตณฺหา วิโสสิตา ฯ อโนปมา ฯ
เราเกิดแล้วในสกุลสูง อันมีเครื่องปลื้มใจมาก มีทรัพย์มากสมบูรณ์ด้วย ผิวพรรณสัณฐาน เป็นธิดาของเมฆีเศรษฐี เป็นผู้อันพระราชบุตรปรารถนา พวกเศรษฐีบุตรพากันมุ่งหวัง อิสรชนมีพระราชบุตรเป็นต้น พากันส่งทูต ไปขอกะบิดาของเราว่า ขอจงให้นางอโนปมาแก่เรา นางอโนปมาธิดา ของท่านนั้นมีน้ำหนักเท่าใด เราจักให้เงินและทองมีน้ำหนัก ๘ เท่าของ น้ำหนักนั้น เรานั้นได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดในโลกไม่มีผู้อื่น ยิ่งไปกว่า ได้ถวายบังคมพระยุคลบาทของพระองค์แล้ว เข้าไปนั่ง ณ ที่ ควรส่วนข้างหนึ่ง พระองค์ได้ทรงแสดงธรรมแก่เราด้วยความทรง อนุเคราะห์ เรานั่งอยู่ที่อาสนะนั้นบรรลุผลที่ ๓ ครั้นแล้ว ได้โกนผม ออกบวชในพระธรรมวินัย ตั้งแต่ตัณหาอันเราให้เหือดแห้งแล้ว ถึงวันนี้ เป็นวันที่ ๗.