อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๗๑

๑. โสมทัตตชาดก

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๗๑–๒๗๒2 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๗ พีรณตฺถมฺภกวคฺโค ๑ โสมทตฺตชาตกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๗. พีรณัตถัมภกวรรค ๑. โสมทัตตชาดก ว่าด้วยอาการของผู้ขอ

ข้อ ๒๗๑

อกาสิ โยคฺคํ ธุวมปฺปมตฺโต สํวจฺฉรํ พีรณตฺถมฺภกสฺมึ พฺยากาสิ อญฺญํ ปริสํ วิคยฺห น นิยฺยโม ตายติ อปฺปปญฺญํ ฯ

ท่านเป็นผู้ไม่ประมาทเป็นนิจ ได้ทำความเพียรอยู่ในป่าช้าชื่อพีรณัต- ถัมภกะถึงหนึ่งปี ครั้นเข้าประชุมบริษัท กลับกล่าวให้ผิดพลาดไป ความเพียร ย่อมป้องกันผู้ปราศจากปัญญาไม่ได้.

ข้อ ๒๗๒

ทฺวยํ ยาจนโก ตาต โสมทตฺต นิคจฺฉติ อลาภํ ธนลาภํ วา เอวํ ธมฺมา หิ ยาจนาติ ฯ โสมทตฺตชาตกํ ปฐมํ ฯ ---------

ดูกรพ่อโสมทัตต์ บุคคลผู้ขอ ย่อมประสบอาการ ๒ อย่าง คือได้ทรัพย์ ๑ ไม่ได้ทรัพย์ ๑ เพราะว่าการขอมีอาการอย่างนี้เป็นธรรมดา. จบ โสมทัตตชาดกที่ ๑.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒. ทุกนิบาต] ๗. พีรณถัมภกวรรค ๒. อุจฉิฏฐภัตตชาดก (๒๑๒) ๗. พีรณถัมภกวรรค หมวดว่าด้วยป่าช้าพีรณถัมภกะ ๑. โสมทัตตชาดก (๒๑๑) ว่าด้วยพราหมณ์ชื่อโสมทัตต์ (พราหมณ์โสมทัตตโพธิสัตว์กล่าวกับพ่อว่า)

ข้อ ๑๒๑

พ่อเป็นผู้ไม่ประมาทอยู่เป็นนิตย์ ได้กระทำความเพียรอยู่ในป่าช้าที่ชื่อพีรณถัมภกะตลอดทั้งปี ครั้นเข้าสู่ที่ประชุมบริษัทกลับพูดอีกอย่างหนึ่ง ความเพียรป้องกันผู้ปราศจากปัญญาไม่ได้ (พราหมณ์ผู้เป็นบิดากล่าวว่า)

ข้อ ๑๒๒

พ่อโสมทัตต์ ขึ้นชื่อว่าผู้ขอย่อมได้ผล ๒ อย่าง คือ (๑) ไม่ได้ทรัพย์ (๒) ได้ทรัพย์ เพราะว่าการขอมีสภาพเช่นนี้เป็นธรรมดาโสมทัตตชาดกที่ ๑ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภพระโลฬุทายีเถระ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อกาสิ โยคฺคํ ดังนี้.

เรื่องย่อมีว่า พระโลฬุทายีเถระนั้นไม่สามารถจะกล่าวคำแม้สักคำเดียวได้สำเร็จในระหว่างชนสองสามคน เป็นผู้ประหม่าครั่นคร้าม คิดจะพูดคำหนึ่ง กลับไปพูดอีกคำหนึ่ง. ภิกษุทั้งหลายนั่งสนทนากันถึงเรื่องราวของพระเถระนั้น พระศาสดาเสด็จมา ตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ พวกเธอนั่งประชุมสนทนากันด้วยเรื่องอะไรเมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โลฬุทายีมิใช่เป็นผู้ประหม่าครั่นคร้ามแต่ในบัดนี้เท่านั้นแม้เมื่อก่อนก็เป็นผู้ประหม่าครั่นคร้ามเหมือนกัน แล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.

ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสีพระโพธิสัตว์อุบัติในตระกูลพราหมณ์ตระกูลหนึ่ง ในแคว้นกาสี ครั้นเจริญวัยเรียนศิลปะในเมืองตักกสิลา ครั้นสำเร็จแล้วจึงกลับมาเรือน รู้ว่ามารดาบิดายากจนคิดว่าเราจักกู้ตระกูลที่ตกต่ำ จึงอำลามารดาบิดาไปรับราชการในกรุงพาราณสี.

พระโพธิสัตว์เป็นที่รักโปรดปรานของพระราชา. ครั้งนั้น เมื่อบิดาของพระโพธิสัตว์ซึ่งไถนาเลี้ยงชีพด้วยโคสองตัว โคตัวหนึ่งได้ตายไป. บิดาจึงไปหาพระโพธิสัตว์กล่าวว่า นี่แน่ะลูก โคตายไปเสียตัวหนึ่งแล้ว เลยทำกสิกรรมไม่ได้ลูกจงขอพระราชทานโคกะพระราชาสักตัวหนึ่งเถิด. พระโพธิสัตว์กล่าวว่า พ่อจ๋า ลูกรับราชการยังไม่นานนัก จะทูลขอโคในตอนนี้ยังไม่สมควร พ่อทูลขอเองเถิด. พราหมณ์กล่าวว่า นี่ลูก ลูกไม่รู้ว่าพ่อเป็นคนประหม่าครั่นคร้ามดอกหรือ ต่อหน้าคนสองสามคนพ่อไม่อาจจะพูดได้ถูกต้องนัก หากพ่อจะไปเฝ้าทูลขอโค พ่อคงจะถวายโคตัวนี้เสียก็ได้. พระโพธิสัตว์กล่าวว่า จะอย่างไรก็ตามเถิดพ่อ ลูกไม่อาจทูลขอโคได้ เอาอย่างนี้เถิดพ่อ ลูกจะซักซ้อมให้พ่อเอง. พราหมณ์กล่าวว่า ถ้าเช่นนั้นลูกจงซ้อมพ่อให้ดีก็แล้วกัน.

พระโพธิสัตว์พาบิดาไปป่าช้าชื่อพีรณัตถัมภกะ มัดฟ่อนหญ้าไว้เป็นแห่งๆ สมมตินามแสดงแก่บิดาตามลำดับว่า นี้พระราชา นี้อุปราช นี้เสนาบดี แล้วกล่าวว่า พ่อจ๋า พ่อไปเฝ้าพระราชาแล้วจงกราบถวายพระพรว่า ขอพระองค์จงทรงพระเจริญเถิด แล้วจึงค่อยกล่าวคาถานี้ทูลขอโค

จึงให้บิดาเรียนคาถาว่า :-

ข้าแต่มหาราช ข้าพระพุทธเจ้ามีโคสำหรับไถนาอยู่สองตัว ในโคสองตัวนั้นตายเสียตัวหนึ่งแล้ว ขอพระองค์โปรดพระราชทานโคตัวที่สองเถิด พระเจ้าข้า.

พราหมณ์เรียนคาถานี้ได้คล่องแคล่วเป็นเวลาหนึ่งปีแล้ว จึงบอกพระโพธิสัตว์ว่า โสมทัต ลูกพ่อ พ่อจำคาถาได้คล่องแล้ว บัดนี้พ่อสามารถจะกล่าวได้ไม่ว่าในสำนักใดๆลูกจงนำพ่อไปเฝ้าพระราชาเถิด. พระโพธิสัตว์รับว่า ดีแล้วพ่อ จึงให้จัดหาเครื่องบรรณาการนำบิดาไปเฝ้าพระราชา. พราหมณ์กราบทูลว่า ขอมหาราชเจ้าจงทรงพระเจริญเถิดพระเจ้าข้า แล้วทูลถวายเครื่องบรรณาการ. พระราชาตรัสว่า โสมทัต พราหมณ์ผู้นี้เป็นอะไรกับเจ้า. กราบทูลว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า เป็นบิดาของข้าพระพุทธเจ้า พระเจ้าข้า. ตรัสถามว่า มาธุระอะไร. ขณะนั้น พราหมณ์ เมื่อจะกล่าวคาถาทูลขอโค จึงทูลว่า :-

ข้าแต่มหาราชเจ้า ข้าพระพุทธเจ้ามีโคสำหรับไถนาอยู่สองตัว ในโคสองตัวนั้นตายเสียตัวหนึ่งแล้ว ขอพระองค์โปรดรับตัวที่สองไปเถิด พระเจ้าข้า.

พระราชาทรงทราบว่า พราหมณ์พูดผิด ทรงพระสรวล ตรัสถามว่า โสมทัต ในเรือนเจ้าเห็นจะมีโคหลายตัวซินะ. โสมทัตกราบทูล ขอเดชะข้าแต่มหาราชเจ้า พระองค์พระราชทานแล้วก็จักมีมากพระเจ้าข้า. พระราชาทรงโปรดปรานพระโพธิสัตว์ พระราชทานโค ๑๖ ตัว กับเครื่องประดับ และบ้านสำหรับอยู่เป็นรางวัลด้วยแล้วทรงส่งพราหมณ์ไปด้วยยศยิ่งใหญ่. พราหมณ์ขึ้นรถเทียมด้วยม้ามีขาวล้วน ได้ไปบ้านพร้อมด้วยบริวารใหญ่. พระโพธิสัตว์นั่งไปในรถกับบิดา กล่าวว่า พ่อลูกทำการซ้อมมาทั้งปี แต่พอถึงคราวเอาจริงเอาจังเข้าพ่อกลับทูลถวายโคของพ่อแด่พระราชาเสียนี่ แล้วกล่าวคาถาแรกว่า :-

ท่านเป็นผู้ไม่ประมาทเป็นนิจ ได้ทำความเพียรอยู่ในป่าช้าชื่อพีรณัตถัมภกะถึงหนึ่งปี ครั้นเข้าประชุมบริษัท กลับกล่าวให้ผิดพลาดไป ความเพียรย่อมป้องกันผู้ปราศจากปัญญามิได้.

ในบทเหล่านั้น บทว่า อกาสิ โยคฺคํ ธุวํ อปฺปมตฺโต สํวจฺฉรํ วีรณตฺถมฺภกสฺมึ ความว่า พ่อจ๋า พ่อไม่ประมาทเป็นนิจ ได้ทำการซักซ้อมที่ป่าช้าชื่อพีรณัตถัมภกะถึงหนึ่งปี. บทว่าพฺยากาสิ อญฺญํ ปริสํ วิคยฺห ความว่า ครั้นพ่อเข้าประชุมบริษัท ได้ทำเป็นอย่างอื่น คือได้ทำพลาดไป ได้แก่เปลี่ยนแปลงไป. บทว่า น นิยฺยโม ตายติ อปฺปปญฺญํ ความว่า ความเพียรย่อมไม่ป้องกัน คือไม่รักษาบุคคลผู้มีปัญญาน้อยแม้ทำบ่อยๆ ได้.

พราหมณ์ฟังคำของพระโพธิสัตว์ แล้วจึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-

ดูก่อนพ่อโสมทัต บุคคลผู้ขอย่อมประสบอาการสองอย่าง คือ ได้ทรัพย์ ๑ ไม่ได้ทรัพย์ ๑ เพราะว่าการขอมีอาการอย่างนี้เป็นธรรมดา.

ในบทเหล่านั้น บทว่า เอวํ ธมฺมา หิ ยาจนา ได้แก่ เพราะการขอมีสภาพเป็นอย่างนี้.

พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โลฬุทายี มิใช่เป็นผู้ประหม่าครั่นคร้ามในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อนก็เป็นผู้ประหม่าครั่นคร้าม แล้วทรงนำพระธรรมเทศนานี้มา ทรงประชุมชาดก.

บิดาของโสมทัตได้เป็น โลฬุทายี

ส่วนโสมทัต คือ เราตถาคต นี้แล.

จบ อรรถกถาโสมทัตตชาดกที่ ๑

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา