๓. วิปรีตกถา ว่าด้วยญาณวิปริต
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. วิปรีตกถา (๔๕) ว่าด้วยญาณวิปริต
สก. ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ความวิปลาสในสภาวธรรมที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยงมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ความวิปลาสในสภาวธรรมที่เป็นทุกข์ว่าเป็นสุข ฯลฯ ที่เป็นอนัตตา ว่าเป็นอัตตาฯลฯ ที่ไม่งามว่างามได้มีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ญาณเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๒๔/๒๐๙) @ เพราะมีความเห็นว่า ผู้ที่เจริญปฐวีกสิณโดยเพ่งนิมิตของปฐวีจนเกิดญาณขึ้น ญาณนั้นชื่อว่าวิปริต เพราะรู้@เพียงนิมิตของปฐวี ไม่ใช่ตัวปฐวีโดยตรง ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า ญาณนั้นไม่ชื่อว่าวิปริตญาณ@ที่ชื่อว่าวิปริต เพราะเห็นผิดจากความเป็นจริง เช่น เห็นสิ่งที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๒๔/๒๐๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๕๕}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๕. ปัญจมวรรค] ๓. วิปรีตกถา (๔๕) สก. เป็นกุศลมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากญาณเป็นกุศล ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ญาณของผู้เข้าสมาบัติ ที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตได้” สก. ความวิปลาสในสภาวธรรมที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง และความวิปลาสนั้น เป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตได้ และญาณนั้น เป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ความวิปลาสในสภาวธรรมที่เป็นทุกข์ว่าเป็นสุข ฯลฯ ที่เป็นอนัตตาว่า เป็นอัตตา ฯลฯ ที่ไม่งามว่างาม และความวิปลาสนั้นเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตได้ และญาณนั้น เป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตได้ และญาณ นั้นเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ความวิปลาสในสภาวธรรมที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง และความวิปลาสนั้นเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๕๖}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๕. ปัญจมวรรค] ๓. วิปรีตกถา (๔๕) สก. ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตได้ และญาณนั้นเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ความวิปลาสในสภาวธรรมที่เป็นทุกข์ว่าเป็นสุข ฯลฯ ที่เป็นอนัตตาว่าเป็นอัตตา ฯลฯ ที่ไม่งามว่างาม และความวิปลาสนั้นเป็นกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระอรหันต์เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากพระอรหันต์เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตได้” สก. ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตได้ พระอรหันต์พึงเข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ความวิปลาสของพระอรหันต์มีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ความวิปลาสของพระอรหันต์มีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สัญญาวิปลาส จิตตวิปลาส ทิฏฐิวิปลาสของพระอรหันต์มีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สัญญาวิปลาส จิตตวิปลาส ทิฏฐิวิปลาสของพระอรหันต์ไม่มีใช่ไหม ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๕๗}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๕. ปัญจมวรรค] ๓. วิปรีตกถา (๔๕) สก. หากสัญญาวิปลาส จิตตวิปลาส ทิฏฐิวิปลาสของพระอรหันต์ไม่มี ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ความวิปลาสของพระอรหันต์มีอยู่”
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริต” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ปฐวีกสิณย่อมปรากฏแก่ผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ เป็นดินล้วนๆ ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ดังนั้น ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์จึงวิปริต สก. ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ดินมีอยู่ และบางคนที่เข้าปฐวีกสิณจากดินก็มีอยู่มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากดินมีอยู่ และบางคนที่เข้าปฐวีกสิณจากดินก็มีอยู่ ท่านก็ไม่ควร ยอมรับว่า “ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตได้” สก. ดินมีอยู่ และญาณของผู้เข้าปฐวีกสิณจากดิน วิปริตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. นิพพานมีอยู่ แต่ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีนิพพานเป็นอารมณ์จากนิพพานก็วิปริตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ดังนั้น ท่านจึงไม่ควรยอมรับว่า “ญาณของผู้เข้าสมาบัติที่มีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ วิปริตได้” วิปรีตกถา จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๕๘}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
วิปรีตกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ วิปรีตกถา
ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนิจฺเจ นิจฺจนฺติ วิปริเยโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทุกฺเข สุขนฺติ ฯเปฯ อนตฺตนิ อตฺตาติ ฯเปฯ อสุเภ สุภนฺติ วิปริเยโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สกวาที ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริตหรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. มีความเห็นผิดในสภาวะที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. มีความเห็นผิดในสภาวะที่เป็นทุกข์ว่าเป็นสุขหรือ ฯลฯ มีความเห็นผิดในสภาวะที่เป็นอนัตตาว่าเป็นอัตตาหรือ ฯลฯ มีความเห็นผิดในสภาวะที่ไม่งามว่างาม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ กุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ กุสลํ โน วต เร วตฺตพฺเพ ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณนฺติ ฯ
ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นอกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นกุศลไม่ใช่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่าเป็นกุศล ก็ต้องไม่กล่าวว่า ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ความรู้วิปริต
อนิจฺเจ นิจฺจนฺติ วิปริเยโส โส จ อกุสโลติ ฯ อามนฺตา ฯ ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณํ ตญฺจ อกุสลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทุกฺเข สุขนฺติ ฯเปฯ อนตฺตนิ อตฺตาติ ฯเปฯ อสุเภ สุภนฺติ วิปริเยโส โส จ อกุสโลติ ฯ อามนฺตา ฯ ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณํ ตญฺจ อกุสลนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. สภาวะที่ไม่เที่ยงเห็นว่าเที่ยง เป็นความเห็นผิดและนั้นเป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต และนั้นเป็นอกุศลหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สภาวะที่เป็นทุกข์เห็นว่าเป็นสุข ฯลฯ สภาวะที่เป็นอนัตตา เห็นว่าเป็นอัตตา ฯลฯ สภาวะที่ไม่งามเห็นว่างาม เป็นความเห็นผิด และนั้นเป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต และนั้นเป็นอกุศลหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณํ ตญฺจ กุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนิจฺเจ นิจฺจนฺติ วิปริเยโส โส จ กุสโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณํ ตญฺจ กุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ทุกฺเข สุขนฺติ ฯเปฯ อนตฺตนิ อตฺตาติ ฯเปฯ อสุเภ สุภนฺติ วิปริเยโส โส จ กุสโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต และนั้นเป็นกุศลหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สภาวะที่ไม่เที่ยงเห็นว่าเที่ยง และนั้นเป็นกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต และนั้นเป็นกุศลหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สภาวะที่เป็นทุกข์เห็นว่าเป็นสุข ฯลฯ สภาวะที่เป็นอนัตตา เห็นว่าเป็นอัตตา ฯลฯ สภาวะที่ไม่งามเห็นว่างาม เป็นความเห็นผิด และนั้นเป็นกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปชฺเชยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปชฺเชยฺย โน วต เร วตฺตพฺเพ ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณนฺติ ฯ
ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต หรือ ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์พึงเข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระอรหันต์พึงเข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ผู้ที่เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต
ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณํ อรหา ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปชฺเชยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อรหโต วิปริเยโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต พระอรหันต์พึงเข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ยังมีความเห็นผิดอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตฺถิ อรหโต วิปริเยโสติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อรหโต สญฺญาวิปริเยโส จิตฺตวิปริเยโส ทิฏฺฐิวิปริเยโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. พระอรหันต์ ยังมีความเห็นผิดอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ ยังมีความสำคัญผิด มีความคิดผิด มีความเห็นผิดอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
นตฺถิ อรหโต สญฺญาวิปริเยโส จิตฺตวิปริเยโส ทิฏฺฐิวิปริเยโสติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ นตฺถิ อรหโต สญฺญาวิปริเยโส จิตฺตวิปริเยโส ทิฏฺฐิวิปริเยโส โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อรหโต วิปริเยโสติ ฯ
ส. พระอรหันต์ไม่มีความสำคัญผิด ความคิดผิด ความเห็นผิดหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระอรหันต์ ไม่มีความสำคัญผิด ความคิดผิด ความเห็นผิดก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์ยังมีความเห็นผิดอยู่
น วตฺตพฺพํ ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปชฺชนฺตสฺส สพฺเพว ปฐวี โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณนฺติ ฯ
ป. ไม่พึงกล่าวว่า ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ปฐวีกสิณปรากฏแก่ท่านผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์อยู่ เป็นดินล้วนเทียว หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ถ้าอย่างนั้น ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ ก็มีความรู้วิปริตน่ะสิ
ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ปฐวี อตฺถิ อตฺถิ จ โกจิ ปฐวึ ปฐวิโต สมาปชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ปฐวี อตฺถิ อตฺถิ จ โกจิ ปฐวึ ปฐวิโต สมาปชฺชติ โน วต เร วตฺตพฺเพ ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณนฺติ ฯ
ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ดินมีอยู่ และบางคนที่เข้าปฐวีกสิณจากดินก็มีอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ดินมีอยู่ และบางคนที่ถ้าปฐวีกสิณจากดินก็มีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่าผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต
ปฐวี อตฺถิ ปฐวึ ปฐวิโต สมาปชฺชนฺตสฺส วิปรีตํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นิพฺพานํ อตฺถิ นิพฺพานํ นิพฺพานํ นิพฺพานโต สมาปชฺชนฺตสฺส วิปรีตํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ ปฐวีกสิณํ สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส วิปรีเต ญาณนฺติ ฯ วิปรีตกถา ฯ ---------
ส. ดินมีอยู่ แต่ความรู้ของผู้เข้าปฐวีกสิณจากดิน เป็นความรู้วิปริต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. นิพพานมีอยู่ แต่ความรู้ของผู้เข้าสมาบัติมีนิพพานเป็นอารมณ์จากนิพพานก็เป็นความรู้วิปริต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์มีความรู้วิปริต วิปรีตกถา จบ -----------------------------------------------------