อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๕๑๘

อนันตราปยุตตกถา

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๕๑๘–๑๕๒๐3 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อนนฺตราปยุตฺตกถา

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อนันตราปยุตตกถา

ข้อ ๑๕๑๘

อนนฺตราปยุตฺโต ปุคฺคโล สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกเมยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ มิจฺฉตฺตนิยามญฺจ สมฺมตฺตนิยามญฺจ อุโภ โอกฺกเมยฺยาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนนฺตราปยุตฺโต ปุคฺคโล สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกเมยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ตํ กมฺมํ ปยุตฺตํ กุกฺกุจฺจํ อุปทหิตํ วิปฺปฏิสาริยํ ชนิตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ตํ กมฺมํ ปยุตฺตํ กุกฺกุจฺจํ อุปทหิตํ วิปฺปฏิสาริยํ ชนิตํ โน วต เร วตฺตพฺเพ อนนฺตราปยุตฺโต ปุคฺคโล สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกเมยฺยาติ ฯ

ปรวาที บุคคลผู้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรม พึงก้าวลงสู่สัมมัตตนิยามได้ หรือ? สกวาที ถูกแล้ว ป. พึงก้าวลงสู่มิจฉัตตนิยาม และสัมมัตตนิยามได้ทั้งสองอย่าง หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. บุคคลผู้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรม พึงก้าวลงสู่สัมมัตตนิยามได้ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. กรรมนั้น ได้ใช้ให้ทำแล้ว ก่อความรำคาญใจให้แล้ว ให้เกิดความวิปฏิสารขึ้นแล้ว มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า กรรมนั้นได้ใช้ให้ทำแล้ว ก่อความรำคาญใจให้แล้ว ให้เกิดความวิปฏิสารขึ้นแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรมพึงก้าวลงสู่สัมมัตตนิยามได้

ข้อ ๑๕๑๙

อนนฺตราปยุตฺโต ปุคฺคโล อภพฺโพ สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกมิตุนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มาตา ชีวิตา โวโรปิตา ปิตา ชีวิตา โวโรปิโต อรหา ชีวิตา โวโรปิโต ทุฏฺเฐน จิตฺเตน ตถาคตสฺส โลหิตํ อุปฺปาทิตํ สงฺโฆ ภินฺโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนนฺตราปยุตฺโต ปุคฺคโล ตํ กมฺมํ ปฏิสํหริตฺวา กุกฺกุจฺจํ ปฏิวิโนเทตฺวา วิปฺปฏิสาริยํ ปฏิวิเนตฺวา อภพฺโพ สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกมิตุนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มาตา ชีวิตา โวโรปิตา ปิตา ชีวิตา โวโรปิโต ฯเปฯ สงฺโฆ ภินฺโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนนฺตราปยุตฺโต ปุคฺคโล ตํ กมฺมํ ปฏิสํหริตฺวา กุกฺกุจฺจํ ปฏิวิโนเทตฺวา วิปฺปฏิสาริยํ ปฏิวิเนตฺวา อภพฺโพ สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกมิตุนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ตํ กมฺมํ ปฏิสํหฏํ กุกฺกุจฺจํ ปฏิวิโนทิตํ วิปฺปฏิสาริยํ ปฏิวินีตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ตํ กมฺมํ ปฏิสํหฏํ กุกฺกุจฺจํ ปฏิวิโนทิตํ วิปฺปฏิสาริยํ ปฏิวินีตํ โน วต เร วตฺตพฺเพ อนนฺตราปยุตฺโต ปุคฺคโล ตํ กมฺมํ ปฏิสํหริตฺวา กุกฺกุจฺจํ ปฏิวิโนเทตฺวา วิปฺปฏิสาริยํ ปฏิวิเนตฺวา อภพฺโพ สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกมิตุนฺติ ฯ

ส. บุคคลผู้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรม เป็นผู้ไม่ควรเพื่อจะก้าวลงสู่สัมมัตตนิยามหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เขาได้ปลงชีวิตมารดา ได้ปลงชีวิตบิดา ได้ปลงชีวิตพระอรหันต์ ได้มีจิตประทุษร้าย ยังพระโลหิตแห่งพระตถาคตให้ห้อได้ ยังสงฆ์ให้แตกจากกัน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลผู้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรม ล้มเลิกกรรมนั้นแล้ว บรรเทาความรำคาญใจได้แล้ว กำจัดความวิปฏิสารได้แล้ว เป็นผู้ไม่ควรเพื่อจะก้าวลงสู่สัมมัตตนิยาม หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เขาได้ปลงชีวิตมารดา ได้ปลงชีวิตบิดา ฯลฯ ได้ยังสงฆ์ให้แตกจากกันหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลผู้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรม ล้มเลิกกรรมนั้นแล้ว บรรเทาความรำคาญใจได้แล้ว กำจัดความวิปฏิสารได้แล้ว เป็นผู้ไม่ควรเพื่อจะก้าวลงสู่สัมมัตตนิยาม หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กรรมนั้นได้ล้มเลิกแล้ว ความรำคาญใจก็ได้บรรเทาแล้ว ความวิปฏิสารก็ได้กำจัดแล้ว มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า กรรมนั้นได้ล้มเลิกแล้ว ความรำคาญใจก็ได้บรรเทาแล้ว ความวิปฏิสารก็ได้กำจัดแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรมล้มเลิกกรรมนั้นแล้ว บรรเทาความรำคาญใจได้แล้ว กำจัดความวิปฏิสารได้แล้ว เป็นผู้ไม่ควรเพื่อจะก้าวลงสู่สัมมัตตนิยาม

ข้อ ๑๕๒๐

อนนฺตราปยุตฺโต ปุคฺคโล สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกเมยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ตํ กมฺมํ ปยุตฺโต อาสีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ตํ กมฺมํ ปยุตฺโต อาสิ โน วต เร วตฺตพฺเพ อนนฺตราปยุตฺโต ปุคฺคโล สมฺมตฺตนิยามํ โอกฺกเมยฺยาติ ฯ อนนฺตราปยุตฺตกถา ฯ ----------

ป. บุคคลผู้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรม พึงก้าวลงสู่สัมมัตตนิยาม หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. เขาได้ใช้ให้ทำกรรมนั้นแล้ว มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า เขาได้ใช้ให้ทำกรรมนั้นแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรม พึงก้าวลงสู่สัมมัตตนิยามได้ อนันตราปยุตตกถา จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๓. อนันตราปยุตตกถา (๑๒๘) ว่าด้วยบุคคลผู้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรม

ข้อ ๖๖๐

ปร. บุคคลผู้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรมพึงก้าวลงสู่สัมมัตตนิยาม ได้ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พึงก้าวลงสู่มิจฉัตตนิยาม และสัมมัตตนิยามทั้ง ๒ ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. บุคคลผู้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรมพึงก้าวลงสู่สัมมัตตนิยามได้ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. กรรมที่ใช้ให้ทำนั้นก่อความรำคาญใจให้ ให้เกิดความเดือดร้อนใจมิใช่หรือ สก. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอุตตราปถกะ ซึ่งมีความเห็นว่า ผู้ที่ใช้ให้คนอื่นทำอนันตริยกรรม เช่น ฆ่า@มารดา ฆ่าบิดา เป็นต้น ถึงจะไม่ใช่ผู้ทำอนันตริยกรรมโดยตรง แต่ก็ต้องถือว่ารับผลของอนันตริยกรรม@แน่นอน ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า ถ้าผู้ถูกใช้ให้ทำ ไม่ทำตรงตามที่สั่งให้ทำ ผู้สั่งไม่ต้อง@รับโทษของอนันตริยกรรม (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๖๐-๖๖๒/๒๖๗-๒๖๘) @ สัมมัตตนิยาม ในที่นี้หมายถึงอริยมรรค (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๖๓-๖๖๔/๒๖๙)@ มิจฉัตตนิยาม ในที่นี้หมายถึงอนันตริยกรรม (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๖๓-๖๖๔/๒๖๙)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๑๓}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๓. เตรสมวรรค] ๓. อนันตราปยุตตกถา (๑๒๘) ปร. หากกรรมที่ใช้ให้ทำนั้นก่อความรำคาญใจให้ ให้เกิดความเดือดร้อนใจได้ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลผู้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรมพึงก้าวลงสู่สัมมัตตนิยามได้”

ข้อ ๖๖๑

สก. บุคคลผู้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรม เป็นผู้ไม่ควรก้าวลงสู่สัมมัตตนิยาม ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เขาได้ปลงชีวิตมารดา ปลงชีวิตบิดา ปลงชีวิตพระอรหันต์ มีจิตคิดประทุษร้ายทำร้ายพระตถาคตจนพระโลหิตห้อ ทำลายสงฆ์ให้แตกกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรม ล้มเลิกกรรมนั้นแล้ว บรรเทาความ รำคาญใจ กำจัดความเดือดร้อนใจได้แล้ว เป็นผู้ไม่ควรก้าวลงสู่สัมมัตตนิยามใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เขาปลงชีวิตมารดา ปลงชีวิตบิดา ฯลฯ ทำลายสงฆ์ให้แตกกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลผู้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรมล้มเลิกกรรมนั้นแล้ว บรรเทาความรำคาญใจกำจัดความเดือดร้อนใจได้แล้ว เป็นผู้ไม่ควรก้าวลงสู่สัมมัตตนิยามใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เขาล้มเลิกกรรมนั้น บรรเทาความรำคาญใจ กำจัดความเดือดร้อนใจแล้วมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากเขาล้มเลิมกรรมนั้นแล้ว บรรเทาความรำคาญใจ กำจัดความ เดือดร้อนใจได้แล้ว ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลผู้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรมล้มเลิกกรรมนั้นแล้ว บรรเทาความรำคาญใจ กำจัดความเดือดร้อนใจได้แล้ว เป็นผู้ไม่ควรก้าวลงสู่สัมมัตตนิยาม”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๑๔}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๓. เตรสมวรรค] ๔. นิยตัสสนิยามกถา (๑๒๙)

ข้อ ๖๖๒

ปร. บุคคลผู้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรมพึงก้าวลงสู่สัมมัตตนิยามได้ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. เขาเป็นผู้ใช้ให้ทำกรรมนั้นมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากเขาเป็นผู้ใช้ให้ทำกรรมนั้น ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลผู้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรมพึงก้าวลงสู่สัมมัตตนิยาม” อนันตราปยุตตกถา จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอนันตราปยุตตกถา ว่าด้วยบุคคลผู้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรม

บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องบุคคลผู้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรม คือผู้สั่งให้ทำอนันตริยกรรม.

ในเรื่องนั้น บุคคลใดสั่งให้ทำอนันตริยกรรมมีการฆ่ามารดาเป็นต้น อันให้ผลโดยไม่มีภพอื่นคั่นในระหว่างโดยประเภทแห่งขันธ์บุคคลนั้นชื่อว่าผู้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรม ในเรื่องนี้ สกวาทีทำการสันนิษฐานคือลงความเห็นในลัทธิของตนว่า บุคคลใดจักกระทำกรรมนั้นที่เขาสั่งด้วยคำสั่งที่แน่นอนบุคคลนั้นย่อมเป็นผู้เที่ยงในทางที่ผิด เขาย่อมเป็นผู้ไม่ควรเพื่อก้าวลงสู่สัมมัตตนิยาม เพราะความที่เจตนาที่ยังประโยชน์ให้สำเร็จเกิดขึ้นแล้วแต่ว่าบุคคลใดจักกระทำซึ่งกรรมที่เขาสั่งนั้นด้วยคำสั่งที่ไม่แน่นอน บุคคลนั้นไม่ชื่อว่าเป็นผู้เที่ยงในทางที่ผิด เขาย่อมเป็นผู้ควรเพื่อก้าวลงสู่สัมมัตตนิยาม เพราะความที่เจตนาอันให้สำเร็จประโยชน์นั้นยังไม่เกิดขึ้น ดังนี้.

ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายอุตตราปถกะทั้งหลายว่า บุคคลชื่อว่าเป็นผู้ไม่ควรเพื่อก้าวลงสู่สัมมัตตนิยามทั้งนั้น แม้คำสั่งนั้นแน่นอนก็ตาม ไม่แน่นอนก็ตาม ดังนี้ เพื่อทำลายลัทธิแห่งชนเหล่านั้น สกวาทีจึงให้ปรวาทีถามตนก่อนว่า บุคคลผู้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรมเป็นต้น ด้วยเหตุนั้น คำถามแรกในปัญหานี้จึงเป็นของปรวาทีคำตอบรับรองหมายเอาความไม่มีเจตนาที่ยังประโยชน์ให้สำเร็จเป็นของสกวาที.

จากนั้นปรวาทีผู้สำคัญอยู่ว่า บุคคลนั้นเป็นผู้เที่ยงในทางที่ผิดเพราะการสั่งให้ทำกรรมมีการฆ่ามารดาเป็นต้นนั่นเทียว เพราะฉะนั้น จึงถามปัญหาว่า (เขา) พึงก้าวลงสู่มิจฉัตตนิยามเป็นต้น สกวาทีตอบปฏิเสธว่า ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น โดยหมายเอาการไม่ก้าวลงสู่นิยามทั้ง ๒ ของบุคคลผู้เดียว.

คำว่า กรรมนั้น ได้แก่ อนันตริยกรรมมีการฆ่ามารดาเป็นต้น.

ในปัญหานั้น สกวาทีตอบรับรองว่า ใช่ หมายเอาคำสั่งที่ไม่แน่นอน. เพราะว่าความรำคาญใจและความเดือดร้อน ย่อมเกิดขึ้นแก่ผู้ชักนำทำคำสั่งอันไม่แน่นอนว่า เราทำกรรมอันไม่สมควรแล้วทีเดียว ดังนี้.

คำว่า หากว่า เป็นต้น ที่ปรวาทีกล่าวก็เพื่อจะให้ลัทธิตั้งไว้ด้วยการถือเอาซึ่งเหตุสักว่าความเกิดขึ้นแห่งความรำคาญใจ.

บัดนี้ เป็นคำถามของสกวาทีว่า บุคคลผู้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรม เป็นผู้ไม่ควรเพื่อจะก้าวลงสู่สัมมัตตนิยาม เพราะถือเอาบุคคลนั้นนั่นแหละ ที่ปรวาทีตอบปฏิเสธถึงการก้าวลงสู่สัมมัตตนิยามของผู้ชักนำในการทำอนันตริยกรรมแม้ด้วยคำสั่งอันไม่แน่นอน. คำตอบรับรองของปรวาทีย่อมมีด้วยสามารถแห่งลัทธิของตน.

ลำดับนั้น สกวาทีเพื่อท้วงปรวาทีนั้นว่า บุคคลผู้ไม่ควรก้าวลงสู่สัมมัตตนิยามเป็นผู้ทำกรรมมีการฆ่ามารดาเป็นต้น ก็กรรมเหล่านั้นอันบุคคลนั้นทำแล้วหรือ จึงกล่าวคำว่า เขาได้ปลงชีวิตมารดา เป็นต้น. ปรวาทีเมื่อไม่เห็นการกระทำเช่นนั้น เพราะความไม่เบียดเบียนชนเหล่านั้น จึงตอบปฏิเสธว่า ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น.

คำว่า ล้มเลิกกรรมนั้นแล้ว ท่านกล่าวหมายเอากรรมอันเป็นคำสั่งที่ไม่แน่นอน. อธิบายว่า บุคคลผู้ห้ามคำสั่งอยู่ว่า ก็กรรมนั้นแล เราสั่งแล้ว ขอท่านอย่าทำ ดังนี้ ชื่อว่าคำสั่งนั้นอันตนล้มเลิกเสียแล้วเพราะความที่คำสั่งนั้นอันตนถอนเสียแล้วนั่นแหละ จึงชื่อว่าตนกำจัดความรำคาญใจและความเดือดร้อนใจได้ในปัญหานี้แม้ครั้นเมื่อความเป็นอย่างนี้มีอยู่ ปรวาทีผู้สำคัญอยู่ซึ่งความที่คำสั่งแรกเท่านั้นเป็นคำสั่งแน่นอน ในปัญหานั้น จึงตอบรับรองว่า ใช่. ทีนั้น สกวาทีจึงให้ปรวาทีรับคำซึ่งความที่กรรมนั้นเป็นกรรมอันถอนแล้ว จึงกล่าวคำว่า หากว่าเป็นต้น เพื่ออันยังลัทธิของตนให้ตั้งไว้.

ในปัญหาที่สุดว่า บุคคลผู้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรม อีกเป็นคำถามของปรวาทีซึ่งเหมือนปัญหาแรก คำตอบรับรองเป็นของสกวาที.

คำซักถามว่า เขาได้ใช้ให้ทำอนันตริยกรรมนั้นแล้วมิใช่หรือ เป็นของปรวาที คำตอบรับรองของสกวาทีหมายเอาการชักนำแล้วในกาลก่อนแต่การถอนคำ.

การตั้งลัทธิของปรวาทีด้วยคำว่า หากว่า เป็นต้น ได้แก่ ด้วยอำนาจคำสั่งที่ไม่แน่นอนเพราะถือเอาเหตุสักว่าความเป็นผู้สั่งก่อนของผู้ชักนำ. ก็ลัทธินี้ย่อมตั้งอยู่ไม่ได้เลย เพราะตั้งไว้โดยไม่พิจารณา ดังนี้.

อรรถกถาอนันตราปยุตตกถา จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา