อรูเป รูปกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรูเป รูปกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อรูเป รูปกถา
อตฺถิ รูปํ อรูเปสูติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปภโว รูปคติ รูปสตฺตาวาโส รูปสํสาโร รูปโยนิ รูปตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อรูปภาโว อรูปคติ อรูปสตฺตาวาโส อรูปสํสาโร อรูปโยนิ อรูปตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรูปภาโว ฯเปฯ อรูปตฺตภาวปฏิลาโภ โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ รูปํ อรูเปสูติ ฯ
สกวาที รูปมีอยู่ในอรูปสัตว์ทั้งหลาย หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ป. เป็นรูปภพ เป็นรูปคติ เป็นรูปสัตตาวาส เป็นรูปสงสาร เป็นกำเนิดแห่งรูปสัตว์ เป็นการได้อัตภาพแห่งรูปสัตว์ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. อรูปภพ เป็นอรูปคติ อรูปสัตตาวาส อรูปสงสาร เป็นกำเนิดแห่งอรูป-สัตว์ เป็นการได้อัตภาพแห่งอรูปสัตว์ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า เป็นอรูปภพ ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพแห่งอรูปสัตว์ก็ไม่พึงกล่าวว่า รูปมีอยู่ในอรูปสัตว์ทั้งหลาย
อตฺถิ รูปํ อรูเปสูติ ฯ อามนฺตา ฯ ปญฺจโวการภโว คติ สตฺตาวาโส สํสาโร โยนิ วิญฺญาณฏฺฐิติ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ จตุโวการภโว ฯเปฯ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ จตุโวการภโว คติ ฯเปฯ อตฺตภาวปฏิลาโภ โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ รูปํ อรูเปสูติ ฯ
ส. รูปมีอยู่ในอรูปสัตว์ทั้งหลาย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นภพ คติ สัตตาวาส สงสาร กำเนิด วิญญาณฐิติ การได้อัตภาพแห่งสัตว์มีขันธ์ ๕ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เป็นภพ ฯลฯ การได้อัตภาพแห่งสัตว์มีขันธ์ ๔ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า เป็นภพ คติ ฯลฯ การได้อัตภาพแห่งสัตว์มีขันธ์ ๔ ก็ไม่พึงกล่าวว่า รูปมีอยู่ในอรูปสัตว์ทั้งหลาย
อตฺถิ รูปํ รูปธาตุยา โส จ รูปภโว รูปคติ รูปสตฺตาวาโส รูปสํสาโร รูปโยนิ รูปตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ รูปํ อรูเปสุ โส จ รูปภโว รูปคติ ฯเปฯ รูปตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ รูปํ รูปธาตุยา โส จ ปญฺจโวการภโว คติ ฯเปฯ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ รูปํ อรูเปสุ โส จ ปญฺจโวการภโว คติ ฯเปฯ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. รูปมีอยู่ในรูปธาตุ และรูปธาตุนั้น เป็นรูปภพ เป็นรูปคติ เป็นรูปสัตตาวาส เป็นรูปสงสาร เป็นกำเนิดแห่งรูปสัตว์ เป็นการได้อัตภาพแห่งรูปสัตว์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปมีอยู่ในอรูปสัตว์ทั้งหลาย และอรูปสัตว์นั้น เป็นรูปภพ เป็นรูปคติฯลฯ เป็นการได้อัตภาพแห่งรูปสัตว์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูปมีอยู่ในรูปธาตุ และรูปธาตุนั้น เป็นปัญจโวการภพ เป็นคติ ฯลฯ การได้อัตภาพแห่งสัตว์มีขันธ์ ๕ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปมีอยู่ในอรูปสัตว์ทั้งหลาย และอรูปสัตว์นั้น เป็นปัญจโวการภพ คติฯลฯ การได้อัตภาพแห่งสัตว์มีขันธ์ ๕ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตฺถิ รูปํ อรูเปสุ โส จ อรูปภโว อรูปคติ อรูปสตฺตาวาโส อรูปสํสาโร อรูปโยนิ อรูปตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ รูปํ อรูปธาตุยา โส จ อรูปภโว อรูปคติ ฯเปฯ อรูปตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. รูปมีอยู่ในอรูปสัตว์ทั้งหลาย และอรูปสัตว์นั้น เป็นอรูปภพ เป็นอรูปคติเป็นอรูปสัตตาวาส เป็นอรูปสงสาร เป็นกำเนิดแห่งอรูปสัตว์ เป็นการได้อัตภาพแห่งอรูปสัตว์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปมีในอรูปธาตุ และอรูปธาตุนั้น เป็นอรูปภพ เป็นอรูปคติ ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพแห่งอรูปสัตว์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตฺถิ รูปํ อรูเปสุ โส จ จตุโวการภโว คติ ฯเปฯ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ รูปํ อรูปธาตุยา โส จ จตุโวการภโว คติ ฯเปฯ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. รูปมีอยู่ในอรูปสัตว์ทั้งหลาย และอรูปสัตว์นั้น เป็นจตุโวการภพ คติฯลฯ การได้อัตภาพแห่งสัตว์มีขันธ์ ๔ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปมีอยู่ในอรูปธาตุ และอรูปธาตุนั้น เป็นจตุโวการภพ คติ ฯลฯ การได้อัตภาพแห่งสัตว์มีขันธ์ ๔ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตฺถิ รูปํ อรูเปสูติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ รูปานํ นิสฺสรณํ อรูปํ วุตฺตํ ภควตาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ รูปานํ นิสฺสรณํ อรูปํ วุตฺตํ ภควตา โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อรูปํ รูเปสูติ ฯ
ส. รูปมีอยู่ในอรูปสัตว์ทั้งหลาย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสการออกไปแห่งรูปทั้งหลายว่า อรูป มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสการออกไปแห่งรูปทั้งหลายว่าอรูป ก็ต้องไม่กล่าวว่า รูปมีอยู่ในอรูปสัตว์ทั้งหลาย
รูปานํ นิสฺสรณํ อรูปํ วุตฺตํ ภควตา อตฺถิ รูปํ อรูเปสูติ ฯ อามนฺตา ฯ กามานํ นิสฺสรณํ เนกฺขมฺมํ วุตฺตํ ภควตา อตฺถิ เนกฺขมฺเมสุ กามา อตฺถิ อนาสเวสุ อาสวา อตฺถิ อปริยาปนฺเนสุ ปริยาปนฺนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรูเป รูปกถา ฯ --------
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสการออกไปแห่งรูปทั้งหลายว่า อรูป แต่รูปก็ยังมีอยู่ในอรูปสัตว์ทั้งหลาย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสการออกไปแห่งกามทั้งหลายว่า เนกขัมมะ แต่กามทั้งหลายก็ยังมีอยู่ในหมู่เนกขัมมะ อาสวะทั้งหลายก็ยังมีอยู่ในหมู่ผู้หาอาสวะมิได้ โลกิยธรรมก็ยังมีอยู่ในโลกุตรธรรมทั้งหลาย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ อรูเป รูปกถา จบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๘. อรูเปรูปกถา (๘๐) ๘. อรูเปรูปกถา (๘๐) ว่าด้วยรูปในอรูป
สก. ในอรูปภพ รูปมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อรูปภพนั้นเป็นรูปภพที่มีรูป เป็นคติที่มีรูป เป็นสัตตาวาสที่มีรูป เป็นสงสารที่มีรูป เป็นกำเนิดที่มีรูป เป็นการได้อัตภาพที่มีรูปใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อรูปภพนั้นเป็นภพที่ไม่มีรูป เป็นคติที่ไม่มีรูป เป็นสัตตาวาสที่ไม่มีรูป เป็นสงสารที่ไม่มีรูป เป็นกำเนิดที่ไม่มีรูป เป็นการได้อัตภาพที่ไม่มีรูปมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากอรูปภพนั้นเป็นภพที่ไม่มีรูป ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพที่ไม่มีรูป ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ในอรูปภพ รูปมีอยู่” สก. ในอรูปภพ รูปมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อรูปภพนั้นเป็นภพที่มีขันธ์ ๕ เป็นคติ ... เป็นสัตตาวาส ... เป็นสงสารเป็นกำเนิด ... เป็นวิญญาณฐิติ ... เป็นการได้อัตภาพที่มีขันธ์ ๕ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อรูปภพนั้นเป็นภพที่มีขันธ์ ๔ ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพที่มีขันธ์ ๔ มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากอรูปภพนั้นเป็นภพที่มีขันธ์ ๔ เป็นคติ ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพ ที่มีขันธ์ ๔ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ในอรูปภพ รูปมีอยู่” @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๒๔/๒๓๘) @ เพราะมีความเห็นว่า ในอรูปภพก็มีรูป แต่เป็นรูปที่ละเอียด ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า ไม่มี@รูป (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๒๔/๒๓๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๖๔}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๘. อรูเปรูปกถา (๘๐)
สก. ในรูปธาตุ รูปมีอยู่ และรูปธาตุนั้นเป็นภพที่มีรูป เป็นคติที่มีรูป เป็นสัตตาวาสที่มีรูป เป็นสงสารที่มีรูป เป็นกำเนิดที่มีรูป เป็นการได้อัตภาพที่มีรูปใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ในอรูปภพ รูปมีอยู่ และอรูปภพนั้นเป็นภพที่มีรูป เป็นคติ ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพที่มีรูปใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ในรูปธาตุ รูปมีอยู่ และรูปธาตุนั้นเป็นภพที่มีขันธ์ ๕ เป็นคติ ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพที่มีขันธ์ ๕ ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ในอรูปภพ รูปมีอยู่ และอรูปภพนั้นเป็นภพที่มีขันธ์ ๕ เป็นคติ ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพที่มีขันธ์ ๕ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ในอรูปภพ รูปมีอยู่ และภพนั้นเป็นภพที่ไม่มีอรูป เป็นคติที่ไม่มีรูป เป็นสัตตวาสที่ไม่มีรูป เป็นสงสารที่ไม่มีรูป เป็นกำเนิดที่ไม่มีรูป เป็นการได้อัตภาพที่ไม่มีรูปใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ในอรูปธาตุ รูปมีอยู่ และอรูปธาตุนั้นเป็นภพที่ไม่มีรูป เป็นคติที่ ไม่มีรูป ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพที่ไม่มีรูปใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ในอรูปภพ รูปมีอยู่ และอรูปภพนั้นเป็นภพที่มีขันธ์ ๔ เป็นคติ ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพที่มีขันธ์ ๔ ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ในอรูปธาตุ รูปมีอยู่ และอรูปธาตุนั้นเป็นภพที่มีขันธ์ ๔ เป็นคติ ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพที่มีขันธ์ ๔ ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๖๕}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๘. อัฏฐมวรรค] ๙. รูปังกัมมันติกถา (๘๑)
สก. ในอรูปภพ รูปมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. การสลัดออกจากรูป พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “เป็นอรูปมิใช่หรือ” ปร. ใช่ สก. หากการสลัดออกจากรูป พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “เป็นอรูป” ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ในอรูปภพ รูปยังมีอยู่” สก. การสลัดออกจากรูป พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “เป็นอรูป” โดยมีพระประสงค์ว่า “ในอรูปภพ รูปยังมีอยู่” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. การสลัดออกจากกาม พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “เป็นเนกขัมมะ”โดยมีพระประสงค์ว่า “กามยังมีอยู่ในเนกขัมมะ อาสวะยังมีอยู่ในอนาสาวะ โลกิยธรรมยังมีอยู่ ในโลกุตตรธรรม” ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ อรูเปรูปกถา จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอารุปเปรูปกถา ว่าด้วยรูปในอรูปสัตว์
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องรูปในอรูปสัตว์ คือสัตว์ผู้ไม่มีรูป ได้แก่อรูปพรหม.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจนิกายอันธกะทั้งหลายว่า สุขุมรูปอาศัยโอฬาริกรูปมีอยู่แม้ในอรูปภพ เพราะพระบาลีว่า วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปํ แปลว่า นามรูปมีเพราะวิญญาณเป็นปัจจัย ดังนี้.
คำถามของสกวาทีว่า รูปมีอยู่ในอรูปสัตว์ทั้งหลายหรือ หมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
คำที่เหลือในที่นี้ มีอรรถตื้นทั้งนั้นแล.
อรรถกถาอารุปเปรูปกถา จบ. -----------------------------------------------------