อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๕๗๐

อัญโญ อนุสโยติกถา

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๕๗๐–๑๕๗๗พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 8 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 8 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 2 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อญฺโญอนุสโยติกถา

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อัญโญ อนุสโยติกถา

ข้อ ๑๕๗๐

อญฺโญ กามราคานุสโย อญฺญํ กามราคปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺโญ กามราโค อญฺญํ กามราคปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เสฺวว กามราโค ตํ กามราคปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว กามราคานุสโย ตํ กามราคปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

สกวาที กามราคานุสัยอย่างหนึ่ง กามราคปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่ง หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. กามราคะอย่างหนึ่ง กามราคปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่ง หรือ @ อนาสวะ แปลว่า ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ แม้คำต่อๆ ไปก็แปลอย่างเดียวกัน เช่น อสัญโญชนียะ แปลว่า ไม่เป็น@อารมณ์ของสังโยชน์ ดูนิเทศในธรรมสังคณีปกรณ์ @ สาสวะ แปลว่า เป็นอารมณ์ของอาสวะ แม้คำต่อๆ ไปก็แปลอย่างเดียวกัน ดูนิเทศในธรรมสังคณีปกรณ์ ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กามราคะอันนั้น กามราคปริยุฏฐานก็อันนั้นแหละ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามราคานุสัยอันนั้น กามราคปริยุฏฐานก็อันนั้นแหละ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๕๗๑

อญฺโญ ปฏิฆานุสโย อญฺญํ ปฏิฆปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญํ ปฏิฆํ อญฺญํ ปฏิฆปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตญฺเญว ปฏิฆํ ตํ ปฏิฆปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว ปฏิฆานุสโย ตํ ปฏิฆปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ปฏิฆานุสัยอย่างหนึ่ง ปฏิฆปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่ง หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ปฏิฆะอย่างหนึ่ง ปฏิฆปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่ง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ปฏิฆะอันนั้น ปฏิฆปริยุฏฐานก็อันนั้นแหละ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ปฏิฆานุสัยอันนั้น ปฏิฆปริยุฏฐานก็อันนั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๕๗๒

อญฺโญ มานานุสโย อญฺญํ มานปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺโญ มาโน อญฺญํ มานปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เสฺวว มาโน ตํ มานปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว มานานุสโย ตํ มานปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. มานานุสัยอย่างหนึ่ง มานปริยุฏฐาน ก็อย่างหนึ่ง หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มานะอย่างหนึ่ง มานปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่ง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. มานะอันนั้น มานปริยุฏฐานก็อันนั้นแหละ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มานานุสัยอันนั้น มานปริยุฏฐานก็อันนั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๕๗๓

อญฺโญ ทิฏฺฐานุสโย อญฺญํ ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญา ทิฏฺฐิ อญฺญํ ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สาว ทิฏฺฐิ ตํ ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว ทิฏฺฐานุสโย ตํ ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ทิฏฐานุสัยอย่างหนึ่ง ทิฏฐิปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่ง หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทิฏฐิอย่างหนึ่ง ทิฏฐิปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่ง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ทิฏฐิอันนั้น ทิฏฐิปริยุฏฐานก็อันนั้นแหละ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทิฏฐานุสัยอันนั้น ทิฏฐิปริยุฏฐานก็อันนั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๕๗๔

อญฺโญ วิจิกิจฺฉานุสโย อญฺญํ วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญา วิจิกิจฺฉา อญฺญํ วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สาว วิจิกิจฺฉา ตํ วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว วิจิกิจฺฉานุสโย ตํ วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. วิจิกิจฉานุสัยอย่างหนึ่ง วิจิกิจฉาปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่ง หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วิจิกิจฉาอย่างหนึ่ง วิจิกิจฉาปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่ง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. วิจิกิจฉาอันนั้น วิจิกิจฉาปริยุฏฐานก็อันนั้นแหละ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วิจิกิจฉานุสัยอันนั้น วิจิกิจฉาปริยุฏฐานก็อันนั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๕๗๕

อญฺโญ ภวราคานุสโย อญฺญํ ภวราคปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺโญ ภวราโค อญฺญํ ภวราคปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เสฺวว ภวราโค ตํ ภวราคปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว ภวราคานุสโย ตํ ภวราคปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ภวราคานุสัยอย่างหนึ่ง ภวราคปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่ง หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ภวราคะอย่างหนึ่ง ภวราคปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่ง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ภวราคะอันนั้น ภวราคปริยุฏฐานก็อันนั้นแหละ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ภวราคานุสัยอันนั้น ภวราคปริยุฏฐานก็อันนั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๕๗๖

อญฺโญ อวิชฺชานุสโย อญฺญํ อวิชฺชาปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญา อวิชฺชา อญฺญํ อวิชฺชาปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สาว อวิชฺชา ตํ อวิชฺชาปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ เสฺวว อวิชฺชานุสโย ตํ อวิชฺชาปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. อวิชชานุสัยอย่างหนึ่ง อวิชชาปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่ง หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อวิชชาอย่างหนึ่ง อวิชชาปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่ง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อวิชชานุสัยอันนั้น อวิชชาปริยุฏฐานก็อันนั้นแหละ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อวิชชานุสัยนั้น อวิชชาปริยุฏฐานก็อันนั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๕๗๗

น วตฺตพฺพํ อญฺโญ อนุสโย อญฺญํ ปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุถุชฺชโน กุสลาพฺยากเต จิตฺเต วตฺตมาเน สานุสโยติ วตฺตพฺโพติ ฯ อามนฺตา ฯ ปริยุฏฺฐิโตติ วตฺตพฺโพติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตนหิ อญฺโญ อนุสโย อญฺญํ ปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ ปุถุชฺชโน กุสลาพฺยากเต จิตฺเต วตฺตมาเน สราโคติ วตฺตพฺโพติ ฯ อามนฺตา ฯ ปริยุฏฺฐิโตติ วตฺตพฺโพติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ อญฺโญ ราโค อญฺญํ ปริยุฏฺฐานนฺติ ฯ อญฺโญ อนุสโยติกถา ฯ -------------

ป. ไม่พึงกล่าวว่า อนุสัยอย่างหนึ่ง ปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่ง หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ปุถุชน ครั้นเมื่อจิตที่เป็นกุศลหรืออัพยากฤต เป็นไปอยู่พึงกล่าวว่า ผู้มีอนุสัย หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พึงกล่าวว่า ผู้มีจิตอันปริยุฏฐานกลุ้มรุม หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ถ้าอย่างนั้น อนุสัยก็อย่างหนึ่ง ปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่งน่ะสิ ส. ปุถุชน ครั้นเมื่อจิตที่เป็นกุศลหรืออัพยากฤต เป็นไปอยู่พึงกล่าวว่าผู้มีราคะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พึงกล่าวว่า มีจิตอันปริยุฏฐานกลุ้มรุม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ถ้าอย่างนั้น ราคะก็อย่างหนึ่ง ปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่ง น่ะสิอัญโญ อนุสโยติกถา จบ -----------------------------------------------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๔. จุททสมวรรค] ๕. อัญโญอนุสโยติกถา (๑๔๐) ๕. อัญโญอนุสโยติกถา (๑๔๐) ว่าด้วยอนุสัยเป็นคนละอย่างกัน(กับปริยุฏฐานกิเลส)

ข้อ ๗๐๐

สก. กามราคานุสัยกับกามราคปริยุฏฐานเป็นคนละอย่างกันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามราคะกับกามราคปริยุฏฐานเป็นคนละอย่างกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กามราคะกับกามราคปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามราคานุสัยกับกามราคปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ปฏิฆานุสัยกับปฏิฆปริยุฏฐานเป็นคนละอย่างกันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ปฏิฆะกับปฏิฆปริยุฏฐานเป็นคนละอย่างกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ปฏิฆะกับปฏิฆปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ปฏิฆานุสัยกับปฏิฆปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มานานุสัยกับมานปริยุฏฐานเป็นคนละอย่างกันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มานะกับมานปริยุฏฐานเป็นคนละอย่างกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๐๐-๗๐๑/๒๗๕) @ เพราะมีความเห็นว่า เมื่อจิตที่เป็นอกุศลหรืออัพยากฤตกำลังเป็นไป ปุถุชนชื่อว่าเป็นผู้มีอนุสัย แต่ไม่มี@ปริยุฏฐานกิเลส ดังนั้น อนุสัยกับปริยุฏฐานกิเลสจึงเป็นคนละอย่างกัน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๐๐-๗๐๑/๒๗๕)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๔๗}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๔. จุททสมวรรค] ๕. อัญโญอนุสโยติกถา (๑๔๐) สก. มานะกับมานปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มานานุสัยกับมานปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ทิฏฐานุสัยกับทิฏฐิปริยุฏฐานเป็นคนละอย่างกันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ทิฏฐิกับทิฏฐิปริยุฏฐานเป็นคนละอย่างกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ทิฏฐิกับทิฏฐิปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ทิฏฐานุสัยกับทิฏฐิปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. วิจิกิจฉานุสัยกับวิจิกิจฉาปริยุฏฐานเป็นคนละอย่างกันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. วิจิกิจฉากับวิจิกิจฉาปริยุฏฐานเป็นคนละอย่างกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. วิจิกิจฉากับวิจิกิจฉาปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. วิจิกิจฉานุสัยกับวิจิกิจฉาปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ภวราคานุสัยกับภวราคปริยุฏฐานเป็นคนละอย่างกันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ภวราคะกับภวราคปริยุฏฐานเป็นคนละอย่างกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๔๘}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๔. จุททสมวรรค] ๕. อัญโญอนุสโยติกถา (๑๔๐) สก. ภวราคะกับภวราคปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ภวราคานุสัยกับภวราคปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อวิชชานุสัยกับอวิชชาปริยุฏฐานเป็นคนละอย่างกันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อวิชชากับอวิชชาปริยุฏฐานเป็นคนละอย่างกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อวิชชากับอวิชชาปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อวิชชานุสัยกับอวิชชาปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๗๐๑

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “อนุสัยกับปริยุฏฐานกิเลสเป็นคนละอย่างกัน” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า“มีอนุสัย” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ท่านยอมรับว่า “ถูกปริยุฏฐานกิเลสกลุ้มรุม” ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ดังนั้น อนุสัยกับปริยุฏฐานกิเลสจึงเป็นคนละอย่างกัน ปร. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า“มีราคะ” ใช่ไหม สก. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๔๙}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๔. จุททสมวรรค] ๖. ปริยุฏฐานังจิตตวิปปยุตตันติกถา (๑๔๑) ปร. ท่านยอมรับว่า “ถูกปริยุฏฐานกิเลสกลุ้มรุม” ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ดังนั้น ราคะกับปริยุฏฐานกิเลสจึงเป็นคนละอย่างกัน อัญโญอนุสโยติกถา จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอัญโญ อนุสโยติกถา ว่าด้วยอนุสัยเป็นอย่างหนึ่ง

บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องอนุสัยเป็นอย่างหนึ่ง คืออย่างอื่นจากปริยุฏฐาน.

ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายอันธกะทั้งหลายว่า ปุถุชน ครั้นเมื่อจิตเป็นกุศล หรืออัพยากตะกำลังเป็นไป พึงกล่าวได้ว่า เขามีอนุสัย แต่ไม่พึงกล่าวว่าเป็นผู้มีปริยุฏฐานเพราะฉะนั้น อนุสัยก็เป็นอย่างหนึ่ง ปริยุฏฐานก็เป็นอย่างหนึ่ง ดังนี้ คำถามของสกวาทีว่า กามราคานุสัยอย่างหนึ่ง เป็นต้น โดยหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.

คำที่เหลือพึงทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วในเรื่องอนุสัยกถา ในหนหลังนั้นนั่นแหละ.

อนึ่ง คำว่า ผู้มีอนุสัย เป็นต้น ท่านย่อมแสดงซึ่งความที่คำอันบุคคลพึงกล่าวว่า ปุถุชนชื่อว่าเป็นผู้มีอนุสัยเพราะความที่ผู้นั้นยังมิได้ละอนุสัยในขณะนั้นและย่อมแสดงซึ่งความที่คำอันบุคคลพึงกล่าวว่า บุคคลเป็นผู้มีปริยุฏฐานเพราะกิเลสอนุสัยนั้นยังมิได้เกิดขึ้น มิใช่แสดงถึงความที่อนุสัยกิเลสเป็นคนละอย่างกับปริยุฏฐานกิเลสเพราะฉะนั้น คำที่ยกมาอ้างนั้น จึงมิใช่ข้อพิสูจน์ว่าอนุสัยเป็นคนละอย่างกับปริยุฏฐาน ดังนี้แล.

อรรถกถาอัญโญอนุสโยติกถา จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา