สฬายตนุปปัตติกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สฬายตนุปฺปตฺติกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ สฬายตนุปปัตติกถา
สฬายตนํ อปุพฺพํ อจริมํ มาตุกุจฺฉิสฺมึ สณฺฐาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺพงฺคปจฺจงฺคี อหีนินฺทฺริโย มาตุกุจฺฉิสฺมึ โอกฺกมตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สกวาที อายตนะ ๖ เกิดขึ้นในครรภ์มารดา ไม่ก่อนไม่หลังกัน หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้มีอวัยวะน้อยใหญ่ครบครัน มีอินทรีย์อันไม่พร่องหยั่งลงในครรภ์มารดา หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน จกฺขายตนํ สณฺฐาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน หตฺถา สณฺฐนฺติ ปาทา สณฺฐนฺติ สีสํ สณฺฐาติ กณฺโณ สณฺฐาติ นาสิกา สณฺฐาติ มุขํ สณฺฐาติ ทนฺตา สณฺฐนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน โสตายตนํ ฯเปฯ ฆานายตนํ ฯเปฯ ชิวฺหายตนํ สณฺฐาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน หตฺถา สณฺฐนฺติ ปาทา สณฺฐนฺติ สีสํ สณฺฐาติ กณฺโณ สณฺฐาติ นาสิกา สณฺฐาติ มุขํ สณฺฐาติ ทนฺตา สณฺฐนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. จักขายตนะเกิดขึ้นพร้อมกับจิตดวงแสวงหาอุปบัติ (ปฏิสนธิจิต) หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มือ เท้า ศีรษะ หู จมูก ปาก ฟัน ก็เกิดขึ้นพร้อมกับจิตดวงแสวงหาอุปบัติ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โสตายตนะ ฯลฯ ฆานายตนะ ฯลฯ ชิวหายตนะ เกิดขึ้นพร้อมกับจิตดวงแสวงหาอุปบัติ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มือ เท้า ศีรษะ หู จมูก ปาก ฟัน ก็ตั้งขึ้นพร้อมกับจิตดวงแสวงหาอุปบัติ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
มาตุกุจฺฉิคตสฺส ปจฺฉา จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มาตุกุจฺฉิสฺมึ จกฺขุปฏิลาภาย กมฺมํ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มาตุกุจฺฉิคตสฺส ปจฺฉา โสตายตนํ ฯเปฯ ฆานายตนํ ฯเปฯ ชิวฺหายตนํ อุปฺปชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มาตุกุจฺฉิสฺมึ ชิวฺหาปฏิลาภาย กมฺมํ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มาตุกุจฺฉิคตสฺส ปจฺฉา เกสา โลมา นขา ทนฺตา อฏฺฐี อุปฺปชฺชนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มาตุกุจฺฉิสฺมึ อฏฺฐิปฏิลาภาย กมฺมํ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. จักขายตนะเกิดขึ้นแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาในภายหลังหรือ? ส. ถูกแล้ว ป. สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดา กระทำกรรมเพื่อได้จักษุในท้องมารดา หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. โสตายตนะ ฯลฯ ฆานายตนะ ฯลฯ ชิวหายตนะ เกิดแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาในภายหลัง หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดานั้น กระทำกรรมเพื่อได้ชิวหาในครรภ์มารดาหรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ผม ขน เล็บ ฟัน กระดูก เกิดแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาในภายหลังหรือ? ส. ถูกแล้ว ป. สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดา กระทำกรรมเพื่อได้กระดูกในครรภ์มารดา หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
น วตฺตพฺพํ มาตุกุจฺฉิคตสฺส ปจฺฉา เกสา โลมา นขา ทนฺตา อฏฺฐี อุปฺปชฺชนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ปฐมํ กลลํ โหติ กลลา โหติ อมฺพุทํ อมฺพุทา ชายเต เปสี เปสี นิพฺพตฺตตี ฆโน ฆนา ปสาขา ชายนฺติ เกสา โลมา นขาปิ จ ยญฺจสฺส ภุญฺชติ มาตา อนฺนํ ปานญฺจ โภชนํ เตน โส ตตฺถ ยาเปติ มาตุกุจฺฉิคโต นโรติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ มาตุกุจฺฉิคตสฺส ปจฺฉา เกสา โลมา นขา ทนฺตา อฏฺฐี อุปฺปชฺชนฺตีติ ฯ สฬายตนุปฺปตฺติกถา ฯ ---------------
ส. ไม่พึงกล่าวว่า ผม ขน เล็บ ฟัน กระดูก เกิดแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาในภายหลัง หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า สัตว์ผู้เกิดในครรภ์เกิดเป็นกลละขึ้นก่อนจากกลละเกิด เป็นอัมพุทะ จากอัมพุทะ เกิดเป็นเปสิ จากเปสิ เกิดเป็นฆนะ จากฆนะ เกิดเป็นปัญจสาขา ผม ขน และเล็บ ก็มารดาบริโภคสิ่งใด คือ ข้าว น้ำ และ โภชนะ และทารกผู้อยู่ ในครรภ์มารดานั้น เติบโตขึ้นในครรภ์มารดานั้น ด้วยอาหาร คือข้าว น้ำ และโภชนะ ที่มารดาของตนบริโภค ดังนี้ เป็นสูตรมี อยู่จริงมิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ผม ขน เล็บ ฟัน กระดูก ก็เกิดแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดา ในภายหลังน่ะสิ สฬายตนุปปัตติกถา จบ -----------------------------------------------------@ สํ. สคาถ. ข้อ ๘๐๓ หน้า ๓๐๓
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๔. จุททสมวรรค] ๒. สฬายตนุปปัตติกถา (๑๓๗) ๒. สฬายตนุปปัตติกถา (๑๓๗) ว่าด้วยความเกิดขึ้นแห่งอายตนะ ๖
สก. อายตนะ ๖ เกิดในครรภ์มารดา ไม่ก่อน ไม่หลังกันใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลมีอวัยวะน้อยใหญ่ครบถ้วน มีอินทรีย์ไม่บกพร่อง หยั่งลงในครรภ์มารดาใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. จักขายตนะเกิดพร้อมกับปฏิสนธิจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มือ เท้า ศีรษะ หู จมูก ปาก ฟัน เกิดพร้อมกับปฏิสนธิจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. โสตายตนะ ฯลฯ ฆานายตนะ ฯลฯ ชิวหายตนะ เกิดพร้อมกับปฏิสนธิจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มือ เท้า ศีรษะ หู จมูก ปาก ฟัน เกิดพร้อมกับปฏิสนธิจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. จักขายตนะเกิดขึ้นแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาในภายหลังใช่ไหม สก. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายปุพพเสลิยะและนิกายปรเสลิยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๙๑/๒๗๓-๒๗๔)@ เพราะมีความเห็นว่า อายตนะภายใน ๖ มีตาเป็นต้นเกิดขึ้นพร้อมกันในขณะปฏิสนธิ ซึ่งต่างกับความ@เห็นของสกวาทีที่เห็นว่า อายตนะภายใน ๖ ของสัตว์ผู้เกิดในครรภ์ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทีเดียว แต่จะ@เกิดขึ้นไปตามลำดับ คือมนายตนะกับกายายตนะ เกิดขึ้นในขณะปฏิสนธิ จักขายตนะ โสตายตนะ@ฆนายตนะ และชิวหายตนะ เกิดขึ้นในเวลาต่อมา (สัปดาห์ที่ ๑๑) (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๙๑/๒๗๓-๒๗๔)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๓๗}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๔. จุททสมวรรค] ๒. สฬายตนุปปัตติกถา (๑๓๗) ปร. สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาทำกรรมเพื่อได้จักษุอยู่ในครรภ์มารดาใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. โสตายตนะ ฯลฯ ฆานายตนะ ฯลฯ ชิวหายตนะ เกิดขึ้นแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาในภายหลังใช่ไหม สก. ใช่ ปร. สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาทำกรรมเพื่อได้ชิวหาอยู่ในครรภ์มารดาใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ผม ขน เล็บ ฟัน กระดูก เกิดขึ้นแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาในภายหลังใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาทำกรรมเพื่อได้อัฐิอยู่ในครรภ์มารดาใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ท่านไม่ยอมรับว่า “ผม ขน เล็บ ฟัน กระดูก เกิดขึ้นแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาในภายหลัง” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “รูปนี้เป็นกลละ ก่อน จากกลละเกิดเป็นอัพพุทะ @เชิงอรรถ : @ กลละ หมายถึงรูปที่มีลักษณะใสขนาดเท่าหยดน้ำมันที่ติดอยู่บนขนแกะ ซึ่งเหลือจากการสบัด ๓ ครั้ง@(สํ.ส.อ. ๑/๒๓๕/๒๘๔, สํ.ส.ฏีกา ๑/๒๓๕/๓๒๖) @ อัพพุทะ หมายถึงรูปที่เกิดถัดจากกลละนั้นไป ๗ วัน มีสีเหมือนน้ำล้างเนื้อ มีลักษณะเหมือนสีดีบุกเหลว@(สํ.ส.อ. ๑/๒๓๕/๒๘๕, สํ.ส.ฏีกา ๑/๒๓๕/๓๒๖)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๓๘}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๔. จุททสมวรรค] ๒. สฬายตนุปปัตติกถา (๑๓๗) จากอัพพุทะเกิดเป็นเปสิ จากเปสิเกิดเป็นฆนะ จากฆนะเกิดเป็นปุ่ม ๕ ปุ่ม ต่อจากนั้น ผม ขน เล็บจึงเกิดขึ้น มารดาของสัตว์ผู้อยู่ในครรภ์นั้น บริโภคข้าว น้ำ โภชนาหารอย่างใด สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดานั้น ก็ยังอัตภาพให้เป็นไปในครรภ์ ด้วยข้าว น้ำ โภชนาหารอย่างนั้น” มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. ดังนั้น ผม ขน เล็บ ฟัน กระดูก จึงเกิดขึ้นแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์ มารดาในภายหลัง สฬายตนุปปัตติกถา จบ @เชิงอรรถ : @ ปุ่ม ๕ ปุ่ม หมายถึงในสัปดาห์ที่ ๕ เกิดเป็นปุ่ม ๕ ปุ่ม คือ แขน ๒ เท้า ๒ ศีรษะ ๑@(สํ.ส.อ. ๑/๒๓๕/๒๘๕) @ ดูเทียบ สํ.ส. (แปล) ๑๕/๒๓๕/๓๓๗-๓๓๘
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๓๙}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสฬายตนุปปัตติกถา ว่าด้วยความเกิดขึ้นแห่งสฬายตนะ
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องความเกิดขึ้นแห่งสฬายตนะ คืออายตนะภายใน ๖.
ในเรื่องนั้น อายตนะภายใน ๖ ของโอปปาติกะกำเนิดทั้งหลายย่อมเกิดขึ้นพร้อมกับปฏิสนธิจิตดวงที่แสวงหาการเกิดนั่นแหละ. ในบรรดาอายตนะภายในทั้ง ๖ สำหรับของคัพภเสยยกะทั้งหลาย มีมนายตนะกับกายายตนะเท่านั้นเกิดขึ้นพร้อมกับปฏิสนธิจิตส่วนอายตนะ ๔ ที่เหลือย่อมเกิดขึ้นในราตรี ๗ และ ๗ หมายความว่าทุกๆ หนึ่งสัปดาห์. ลัทธิของสกวาทีว่า อายตนะเหล่านั้นแลถือกำเนิดใหม่ด้วยกรรมอันใดเพราะความที่กรรมอันนั้นนั่นแหละ หรือว่ากรรมอันอื่นเป็นกรรมอันตนทำแล้ว ดังนี้.
อนึ่ง ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายปุพพเสลิยะและอปรเสลิยะทั้งหลายว่า อายตนะภายใน ๖ อันเป็นพืชย่อมเกิดในท้องของมารดาในขณะแห่งปฏิสนธินั่นแหละ เพราะความเกิดจากกรรมอันเดียวกัน ดุจหน่อแห่งต้นไม้เป็นต้นที่มีกิ่งก้านคาคบอันสมบูรณ์แล้ว ดังนี้คำถามของสกวาทีว่า อายตนะ ๖ เป็นต้น หมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
คำว่า บุคคลมีอวัยวะน้อยใหญ่ครบครันเป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อท้วงด้วยคำว่า เมื่อสฬายตนะมีอยู่ สัตว์ผู้จะเกิดในครรภ์ก็พึงเป็นเช่นนี้ๆ แล้วจึงก้าวลงสู่ท้องมารดา.
คำถามว่า จักขายตนะเกิดขึ้นแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาในภายหลัง เป็นของปรวาที.
คำถามข้างหน้าว่า ไม่พึงกล่าวว่า ผม ขนเป็นต้นเกิดแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาในภายหลังหรือ เป็นของปรวาที.
คำที่เหลือในที่นี้มีอรรถตื้นทั้งนั้น แล.
อรรถกถาสฬายตนุปปัตติกถา จบ. -----------------------------------------------------