กุสลจิตตปฏิลาภกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
กุสลจิตฺตปฏิลาภกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ กุสลจิตตปฏิลาภกถา
กปฺปฏฺโฐ กุสลํ จิตฺตํ น ปฏิลเภยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ กปฺปฏฺโฐ ทานํ ทเทยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ กปฺปฏฺโฐ ทานํ ทเทยฺย โน วต เร วตฺตพฺเพ กปฺปฏฺโฐ กุสลํ จิตฺตํ น ปฏิลเภยฺยาติ ฯ
สกวาที บุคคลผู้กัปปัฏฐะไม่พึงกลับได้กุศลจิต หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงให้ทาน หรือ? ป. ถูกแล้ว @ วิ. จุลวรรค เล่ม ๒ ข้อ ๔๐๘ หน้า ๒๐๘ หากว่า บุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงให้ทาน ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้กัปปัฏฐะไม่พึงกลับได้กุศลจิต
กปฺปฏฺโฐ กุสลํ จิตฺตํ น ปฏิลเภยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ กปฺปฏฺโฐ จีวรํ ทเทยฺย ฯเปฯ ปิณฺฑปาตํ ทเทยฺย ฯเปฯ เสนาสนํ ทเทยฺย ฯเปฯ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ ทเทยฺย ขาทนียํ ทเทยฺย โภชนียํ ทเทยฺย ปานียํ ทเทยฺย เจติยํ วนฺเทยฺย เจติเย มาลํ อาโรเปยฺย คนฺธํ อาโรเปยฺย วิเลปนํ อาโรเปยฺย ฯเปฯ เจติยํ อภิทกฺขิณํ กเรยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ กปฺปฏฺโฐ เจติยํ อภิทกฺขิณํ กเรยฺย โน วต เร วตฺตพฺเพ กปฺปฏฺโฐ กุสลํ จิตฺตํ น ปฏิลเภยฺยาติ ฯเปฯ
ส. บุคคลผู้กัปปัฏฐะไม่พึงกลับได้กุศลจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงให้จีวร ฯลฯ พึงให้บิณฑบาต ฯลฯ พึงให้เสนา-สนะ ฯลฯ พึงให้คิลานปัจจยเภสัชบริขาร พึงให้ของขบเคี้ยง พึงให้ของกินพึงให้น้ำดื่ม พึงไหว้พระเจดีย์ พึงยกขึ้นซึ่งดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ที่พระเจดีย์ ฯลฯ พึงทำการประทักษิณพระเจดีย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า บุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงทำการประทักษิณพระเจดีย์ ก็ต้องไม่กล่าวว่าบุคคลผู้กัปปัฏฐะไม่พึงกลับได้กุศลจิต ดังนี้ ฯลฯ
กปฺปฏฺโฐ กุสลํ จิตฺตํ ปฏิลเภยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ ตโต วุฏฺฐานํ กุสลํ จิตฺตํ ปฏิลเภยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปาวจรํ ฯเปฯ อรูปาวจรํ ฯเปฯ โลกุตฺตรํ กุสลํ จิตฺตํ ปฏิลเภยฺยาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กุสลจิตฺตปฏิลาภกถา --------------
ป. บุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงกลับได้กุศลจิต หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. บุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงกลับได้กุศลจิต อันเป็นการออกจากอกุศลจิต เป็นเหตุตั้งอยู่ตลอดกัลป์นั้น หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พึงกลับได้กุศลจิตที่เป็นรูปาวจร ฯลฯ ที่เป็นอรูปาวจร ฯลฯ ที่เป็นโลกุตตระ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ กุศลจิตตปฏิลาภกถา จบ. -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๓. เตรสมวรรค] ๒. กุสลปฏิลาภกถา (๑๒๗) ๒. กุสลปฏิลาภกถา (๑๒๗) ว่าด้วยการได้จิตที่เป็นกุศล
สก. บุคคลผู้กัปปัฏฐะไม่พึงได้จิตที่เป็นกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงให้ทานใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากบุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงให้ทาน ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลผู้ กัปปัฏฐะไม่พึงได้จิตที่เป็นกุศล” สก. บุคคลผู้กัปปัฏฐะไม่พึงได้จิตที่เป็นกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงถวายจีวร ฯลฯ บิณฑบาต ฯลฯ เสนาสนะ ฯลฯ คิลานปัจจัยเภสัชบริขาร ฯลฯ ของขบเคี้ยว ฯลฯ ของบริโภค ฯลฯ น้ำดื่ม ฯลฯ พึงไหว้พระเจดีย์ ฯลฯ ยกดอกไม้ ฯลฯ ของหอม ฯลฯ เครื่องลูบไล้บูชาพระเจดีย์ฯลฯ ทำประทักษิณพระเจดีย์ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากบุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงทำประทักษิณพระเจดีย์ ท่านก็ไม่ควรยอมรับ ว่า “บุคคลผู้กัปปัฏฐะไม่พึงได้จิตที่เป็นกุศล ฯลฯ” @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอุตตราปถกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๕๘-๖๕๙/๒๖๗) @ เพราะมีความเห็นว่า ผู้ทำลายสงฆ์ให้แตกกันนอกจากจะไม่มีโอกาสบรรลุฌาน มรรคและผลแล้ว แม้แต่@กุศลขั้นหยาบ เช่น ทาน ศีล ก็ทำไม่ขึ้น ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า ผู้ทำลายสงฆ์ให้แตกกัน@ไม่สามารถบรรลุฌาน มรรคและผลในชาตินี้เท่านั้น แต่สามารถสร้างกุศลอย่างอื่น เช่น ให้ทาน รักษาศีลได้@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๕๘-๖๕๙/๒๖๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๑๒}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๓. เตรสมวรรค] ๓. อนันตราปยุตตกถา (๑๒๘)
ปร. บุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงได้จิตที่เป็นกุศลใช่ไหม สก. ใช่ ปร. บุคคลผู้กัปปัฏฐะพึงได้จิตที่เป็นกุศลเป็นเหตุออกจากจิตที่เป็นอกุศลนั้นใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พึงได้จิตที่เป็นกุศลที่เป็นรูปาวจร ฯลฯ อรูปารจร ฯลฯ โลกุตตระใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ กุสลปฏิลาภกถา จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถากุสลจิตตัปปฏิลาภกถา ว่าด้วยการกลับได้กุสลจิต
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องการกลับได้กุสลจิต ของผู้ตั้งอยู่ตลอดกัลป์.
ในเรื่องนั้น บุคคลผู้ตั้งอยู่ตลอดกัลป์ ได้แก่ ผู้เกิดในนรก ในลัทธิของสกวาทีย่อมได้เฉพาะกามาวจรจิตเท่านั้น ก็บุคคลใดไม่พึงปิดกั้นการเกิดในนรกนั้น บุคคลนั้นย่อมไม่ได้เฉพาะมหัคคตกุศล หรือโลกุตตรกุศล.
อนึ่ง ชนเหล่าใดไม่ทำการวิภาคนี้ มีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายอุตตราปถกะทั้งหลายว่า บุคคลผู้ตั้งอยู่ตลอดกัลป์นั้น คือผู้เกิดในนรก ย่อมไม่ได้กุศลจิตโดยไม่แปลกกันเลย ดังนี้.
คำถามของสกวาทีเพื่อทำลายลัทธินั้นด้วยการแสดงวิภาค คือการแยกประเภทกุศลแต่ละอย่างแห่งกุสลจิตเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
คำที่เหลือในที่นี้มีอรรถตื้นทั้งนั้นแล.
อรรถกถากุสลจิตตัปปฏิลาภกถา จบ. -----------------------------------------------------