อุปปัตติกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อุปปตฺติกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อุปปัตติกถา
สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ อามนฺตา ฯ สห อุปปตฺติยา โสตาปนฺโน โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สกวาที เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เป็นพระโสดาบันพร้อมกับการผุดเกิดก็ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ อามนฺตา ฯ สห อุปปตฺติยา สกทาคามี โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระสกทาคามีพร้อมกับการผุดก็เกิดได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ อามนฺตา ฯ สห อุปปตฺติยา อนาคามี โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นพระอนาคามีพร้อมกับการผุดเกิดก็ได้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สห อุปปตฺติยา โสตาปนฺโน น โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สห อุปปตฺติยา โสตาปนฺโน น โหติ โน วต เร วตฺตพฺเพ สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ
ส. เป็นพระโสดาบันพร้อมกับการผุดเกิดไม่ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า เป็นพระโสดาบันพร้อมกับการผุดเกิดไม่ได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่าเป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้
สห อุปปตฺติยา สกทาคามี น โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สห อุปปตฺติยา สกทาคามี น โหติ โน วต เร วตฺตพฺเพ สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ
ส. เป็นพระสกทาคามีพร้อมกับการผุดเกิดไม่ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า เป็นพระสกทาคามีพร้อมกับการผุดเกิดไม่ได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่าเป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้
สห อุปปตฺติยา อนาคามี น โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สห อุปปตฺติยา อนาคามี น โหติ โน วต เร วตฺตพฺเพ สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ
ส. เป็นพระอนาคามีพร้อมกับการผุดเกิดไม่ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า เป็นพระอนาคามีพร้อมกับการผุดเกิดไม่ได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่าเป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้
สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ อามนฺตา ฯ สารีปุตฺโต เถโร สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มหาโมคฺคลฺลาโน เถโร ฯเปฯ มหากสฺสโป เถโร ฯเปฯ มหากจฺจายโน เถโร ฯเปฯ มหาโกฏฺฐิโก เถโร ฯเปฯ มหาปณฺฐโก เถโร สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระสารีบุตรเถระ เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิด หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระโมคคัลลานเถระ ฯลฯ พระมหากัสสปเถระ ฯลฯ พระมหากัจจายน-เถระ ฯลฯ พระมหาโกฏฐิตเถระ ฯลฯ พระมหาปัณฐกเถระ เป็น พระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิด หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สารีปุตฺโต เถโร น สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สารีปุตฺโต เถโร น สห อุปปตฺติยา อรหา โน วต เร วตฺตพฺเพ สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ
ส. พระสารีบุตรเถระ มิได้เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิด หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระสารีบุตรเถระ มิได้เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดก็ต้องไม่กล่าวว่า เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้
มหาโมคฺคลฺลาโน เถโร ฯเปฯ มหากสฺสโป เถโร มหากจฺจายโน เถโร มหาโกฏฺฐิโก เถโร ฯเปฯ
ส. พระมหาโมคคัลลานเถระ ฯลฯ พระมหากัสสปเถระ มหากัจจายนเถระ พระมหาโกฏฐิตเถระ ฯลฯ
มหาปณฺฐโก เถโร น สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ มหาปณฺฐโก เถโร น สห อุปปตฺติยา อรหา โน วต เร วตฺตพฺเพ สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ
ส. พระมหาปัณฐกเถระ มิได้เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิด หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระมหาปัณฐกเถระ มิได้เป็นพระอรหันต์พร้อมกับผุดเกิด ก็ต้องไม่กล่าวว่า เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้
สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน อรหตฺตํ สจฺฉิกโรติ โลกิเยน สาสเวน ฯเปฯ สงฺกิเลสิเกนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทำให้แจ้งซึ่งพระอรหัตได้ด้วยจิตดวงแสวงหาการผุดเกิด อันเป็นโลกิยะมีอาสวะ ฯลฯ ประกอบด้วยสังกิเลส หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปปตฺเตสิยํ จิตฺตํ นิยฺยานิกํ ขยคามิ โพธคามิ อปจยคามิ อนาสวํ ฯเปฯ อสงฺกิเลสิกนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จิตดวงแสวงหาการผุดเกิด เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ ให้ถึงความสิ้นไปให้ถึงความตรัสรู้ ให้ถึงนิพพาน ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ ไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
นนุ อุปปตฺเตสิยํ จิตฺตํ อนิยฺยานิกํ น ขยคามิ น โพธคามิ น อปจยคามิ สาสวํ ฯเปฯ สงฺกิเลสิกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อุปปตฺเตสิยํ จิตฺตํ อนิยฺยานิกํ น ขยคามิ น โพธคามิ น อปจยคามิ สาสวํ ฯเปฯ สงฺกิเลสิกํ โน วต เร วตฺตพฺเพ สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ
ส. จิตดวงแสวงหาการผุดเกิด ไม่เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ ไม่เป็นธรรมให้ถึงความสิ้นไป ไม่เป็นธรรมให้ถึงความตรัสรู้ ไม่เป็นธรรมให้ถึงนิพพาน เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลสมิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า จิตดวงแสวงหาการผุดเกิด ไม่เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏไม่เป็นธรรมให้ถึงความสิ้นไป ไม่เป็นธรรมให้ถึงความตรัสรู้ ไม่เป็นธรรมให้ถึงนิพพาน เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลสก็ต้องไม่กล่าวว่า เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้
สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน ราคํ ปชหติ โทสํ ปชหติ โมหํ ปชหติ ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ ปชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว @ คำบาลีว่า อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน, นี้หมายถึง ปฏิสนธิจิต ส. ละราคะได้ ละโทสะได้ ละโมหะได้ ฯลฯ ละอโนตตัปปะ ได้ด้วยจิตดวงแสวงหาการผุดเกิด หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปปตฺเตสิยํ จิตฺตํ มคฺโค ฯเปฯ สติปฏฺฐานํ สมฺมปฺปธานํ อิทฺธิปาโท อินฺทฺริยํ พลํ ฯเปฯ โพชฺฌงฺโคติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จิตดวงแสวงหาการผุดเกิด เป็นมรรค ฯลฯ เป็นสติปัฏฐาน เป็นสัมมัปปธาน เป็นอิทธิบาท เป็นอินทรีย์ เป็นพละ ฯลฯ เป็นโพชฌงค์หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน ทุกฺขํ ปริชานาติ สมุทยํ ปชหติ นิโรธํ สจฺฉิกโรติ มคฺคํ ภาเวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กำหนดรู้ทุกข์ ละสมุทัย ทำให้แจ้งนิโรธ ยังมรรคให้เกิดได้ด้วยจิตดวงแสวงหาการผุดเกิด หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สห อุปปตฺติยา อรหาติ ฯ อามนฺตา ฯ จุติจิตฺตํ มคฺคจิตฺตํ อุปปตฺเตสิยํ จิตฺตํ ผลจิตฺตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อุปปตฺติกถา ฯ ----------
ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จุติจิตเป็นมัคคจิต จิตดวงแสวงหาการผุดเกิด เป็นผลจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ อุปปัตติกถา จบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. อุปปัตติกถา (๓๔) ว่าด้วยการปฏิสนธิ
สก. บุคคลเป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เป็นพระโสดาบันพร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เป็นพระสกทาคามีพร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอุตตราปถกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๘๗/๒๐๑) @ เพราะมุ่งหมายเอาผู้ไปเกิดในชั้นสุทธาวาส (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๘๘/๒๐๑) @ เพราะมีความเห็นว่า จิตขณะปฏิสนธิของผู้จะบรรลุโสดาบันยังเป็นโลกิยจิตอยู่ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๘๘/๒๐๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๐๑}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๔. จตุตถวรรค] ๒. อุปปัตติกถา (๓๔) สก. เป็นพระอนาคามีพร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นพระโสดาบันพร้อมกับการปฏิสนธิไม่ได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากเป็นพระโสดาบันพร้อมกับการปฏิสนธิไม่ได้ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า“เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้” สก. เป็นพระสกทาคามีพร้อมกับการปฏิสนธิไม่ได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากเป็นพระสกทาคามีพร้อมกับการปฏิสนธิไม่ได้ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า“เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้” สก. เป็นพระอนาคามีพร้อมกับการปฏิสนธิไม่ได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากเป็นพระอนาคามีพร้อมกับการปฏิสนธิไม่ได้ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า“เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้”
สก. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสารีบุตรเถระเป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. พระมหาโมคคัลลานเถระ ฯลฯ พระมหากัสสปเถระ ฯลฯ พระมหา-กัจจายนเถระ ฯลฯ พระมหาโกฏฐิกเถระ ฯลฯ พระมหาปันถกเถระ เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๐๒}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๔. จตุตถวรรค] ๒. อุปปัตติกถา (๓๔) สก. พระสารีบุตรเถระไม่ได้เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากพระสารีบุตรเถระไม่ได้เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้” สก. พระมหาโมคคัลลานเถระ ฯลฯ พระมหากัสสปเถระ ฯลฯ พระมหา-กัจจายนเถระ ฯลฯ พระมหาโกฏฐิกเถระ ฯลฯ พระมหาปันถกเถระ ไม่ได้เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิใช่ไหม ปร. ใช่ สก. หากพระมหาปันถกเถระไม่ได้เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้”
สก. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลทำให้แจ้งอรหัตตผลได้ด้วยปฏิสนธิจิตที่เป็นโลกิยะ ยังมีอาสวะ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลสใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ปฏิสนธิจิตเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ ให้ถึงความสิ้นกิเลส ให้ถึง ความตรัสรู้ ให้ถึงนิพพาน ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ ไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลสใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ปฏิสนธิจิตไม่เป็นเหตุนำสัตว์ออกจากวัฏฏทุกข์ ไม่ให้ถึงความสิ้นกิเลสไม่ให้ถึงความตรัสรู้ ไม่ให้ถึงนิพพาน เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลสมิใช่หรือ ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๐๓}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๔. จตุตถวรรค] ๒. อุปปัตติกถา (๓๔) สก. หากปฏิสนธิจิตไม่เป็นเหตุนำสัตว์ออกจากวัฏฏทุกข์ ไม่ให้ถึงความสิ้นกิเลสไม่ให้ถึงความตรัสรู้ ไม่ให้ถึงนิพพาน เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลส ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้” สก. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลละราคะ โทสะ โมหะ อโนตตัปปะได้ด้วยปฏิสนธิจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ปฏิสนธิจิตเป็นมรรค ฯลฯ เป็นสติปัฏฐาน ... เป็นสัมมัปปธาน ... เป็นอิทธิบาท ... เป็นอินทรีย์ ... เป็นพละ ฯลฯ เป็นโพชฌงค์ได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ ละสมุทัย ทำให้แจ้งนิโรธ เจริญมรรคด้วย ปฏิสนธิจิตได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการปฏิสนธิได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. จุติจิตเป็นมรรคจิต ปฏิสนธิจิตเป็นผลจิตได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ อุปปัตติกถา จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๐๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอุปปัตติกถา ว่าด้วยการผุดเกิด
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องการเกิด.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดว่า พระอนาคามีอุบัติในสุทธาวาส ย่อมเป็นพระอรหันต์พร้อมกับการอุบัติ เพราะถือเอาพระบาลีทั้งหลายโดยไม่พิจารณาซึ่งมีคำว่า เป็นอุปปาติกกำเนิด คือเกิดผุดขึ้นในเทวโลกนั้น ปรินิพพานแล้วในเทวโลกนั้น ดังนี้เป็นต้นหรือว่า ชนเหล่าใดผู้ศึกษาพระพุทธพจน์อยู่ มีความเห็นว่า พระอนาคามีเป็นพระอรหันต์พร้อมกับการอุบัติขึ้น ดังนี้ เพราะเปลี่ยนแปลงบทว่า อุปหัจจปรินิพพายี ซึ่งเป็นชื่อของพระอนาคามีจำพวกหนึ่งใน ๔๘ จำพวก พระอนาคามีชื่อว่าอุปหัจจปรินิพพายีนี้ ท่านมีอายุก้าวล่วงกึ่งหนึ่งแห่งอายุล่วงไปแล้ว อันเป็นเวลาใกล้จะปรินิพพาน ท่านก็สำเร็จเป็นพระอรหันต์ แล้วจึงปรินิพพานพวกเห็นผิดเหล่านั้นได้เปลี่ยนชื่อจากคำว่าอุปหัจจปรินิพพายี มาเป็นอุปปัชชปรินิพพายี ซึ่งมีความหมายว่า พอเกิดขึ้นก็ปรินิพพาน ดังนี้ ดุจลัทธิของนิกายอุตตราปถกะทั้งหลายในขณะนี้
คำถามของสกวาที หมายชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
ในปัญหานั้น ชื่อว่า จิตต์ที่เกิดขึ้นย่อมเป็นโลกียจิต ทั้งบุคคลทั้งหลาย เป็นพระโสดาบันเป็นต้นด้วยโลกียจิตต์นั้น ก็ไม่มีเลยจะป่วยกล่าวไปใยถึงความเป็นพระอรหันต์เล่า เพราะเหตุนั้น เพื่อแสดงนัยนี้แก่ปรวาทีนั้นสกวาทีจึงเริ่มคำเป็นต้นว่า เป็นพระโสดาบันพร้อมกับการผุดเกิดก็ได้หรือ.
สกวาทีกล่าวคำว่า พระสารีบุตรเป็นต้น เพื่อท้วงว่า บรรดาพระมหาเถระเหล่านี้ แม้องค์หนึ่ง ชื่อว่าเป็นพระอรหันต์พร้อมกับการเกิดมีหรือ.
คำว่า จิตดวงแสวงหาการผุดเกิด ได้แก่ ปฏิสนธิจิต.
จริงอยู่ ปฏิสนธิจิตนี้ย่อมแสวงหาการเกิด คือสืบต่ออยู่ เพราะเหตุนั้น ท่านจึงเรียกปฏิสนธิจิตนี้ว่าจิตดวงแสวงหาการผุดเกิด.
คำที่เหลือในที่นี้ มีเนื้อความง่ายทั้งนั้น ดังนี้แล.
อรรถกถาอุปปัตติกถา จบ. -----------------------------------------------------