อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๔๓๒

ติสโสปิ อนุสยกถา

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๔๓๒–๑๔๔๘พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 17 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 17 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 9 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ติสฺโสปิ อนุสยกถา

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ วรรคที่ ๑๑ ติสโสปิ อนุสยกถา

ข้อ ๑๔๓๒

อนุสยา อพฺยากตาติ ฯ อามนฺตา ฯ วิปากาพฺยากตา กิริยาพฺยากตา รูปํ นิพฺพานํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

สกวาที อนุสัย เป็นอัพยากฤต หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เป็นอัพยากฤตคือวิบาก เป็นอัพยากฤตคือกิริยา เป็นรูป เป็นนิพพานเป็นจักขายตนะ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพายตนะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๔๓๓

กามราคานุสโย อพฺยากโตติ ฯ อามนฺตา ฯ กามราโค กามราคปริยุฏฺฐานํ กามราคสญฺโญชนํ กาโมโฆ กามโยโค กามจฺฉนฺทนีวรณํ อพฺยากตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กามราโค กามราคปริยุฏฺฐานํ ฯเปฯ กามจฺฉนฺทนีวรณํ อกุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ กามราคานุสโย อกุสโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. กามราคานุสัย เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน กามราคสัญโญชน์ กาโมฆะ กามโยคะกามฉันทนิวรณ์ เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน ฯลฯ กามฉันทนิวรณ์ เป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามราคานุสัย เป็นอกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๔๓๔

ปฏิฆานุสโย อพฺยากโตติ ฯ อามนฺตา ฯ ปฏิฆํ ปฏิฆปริยุฏฺฐานํ ปฏิฆสญฺโญชนํ อพฺยากตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปฏิฆํ ปฏิฆปริยุฏฺฐานํ ปฏิฆสญฺโญชนํ อกุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ปฏิฆานุสโย อกุสโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ปฏิฆานุสัย เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ปฏิฆะ ปฏิฆปริยุฏฐาน ปฏิฆสัญโญชน์ เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ปฏิฆะ ปฏิฆปริยุฏฐาน ปฏิฆสัญโญชน์ เป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ปฏิฆานุสัย เป็นอกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๔๓๕

มานานุสโย อพฺยากโตติ ฯ อามนฺตา ฯ มาโน มานปริยุฏฺฐานํ มานสญฺโญชนํ อพฺยากตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มาโน มานปริยุฏฺฐานํ มานสญฺโญชนํ อกุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มานานุสโย อกุสโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. มานานุสัย เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มานะ มานปริยุฏฐาน มานสัญโญชน์ เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. มานะ มานปริยุฏฐาน มานสัญโญชน์ เป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มานานุสัย เป็นอกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๔๓๖

ทิฏฺฐานุสโย อพฺยากโตติ ฯ อามนฺตา ฯ ทิฏฺฐิ ทิฏฺโฐโฆ ทิฏฺฐิโยโค ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ ทิฏฺฐิสญฺโญชนํ อพฺยากตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทิฏฺฐิ ทิฏฺโฐโฆ ทิฏฺฐิโยโค ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานํ ทิฏฺฐิสญฺโญชนํ ฯ อกุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ทิฏฺฐานุสโย อกุสโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ทิฏฐานุสัย เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทิฏฐิ ทิฏโฐฆะ ทิฏฐิโยคะ ทิฏฐิปริยุฏฐาน ทิฏฐิสัญโญชน์เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ทิฏฐิ ทิฏโฐฆะ ทิฏฐิโยคะ ทิฏฐิปริยุฏฐาน ทิฏฐิสัญโญชน์เป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทิฏฐานุสัย เป็นอกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๔๓๗

วิจิกิจฺฉานุสโย อพฺยากโตติ ฯ อามนฺตา ฯ วิจิกิจฺฉา วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ วิจิกิจฺฉาสญฺโญชนํ วิจิกิจฺฉานีวรณํ อพฺยากตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉา วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ วิจิกิจฺฉาสญฺโญชนํ วิจิกิจฺฉานีวรณํ อกุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ วิจิกิจฺฉานุสโย อกุสโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. วิจิกิจฉานุสัย เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วิจิกิจฉา วิจิกิจฉาปริยุฏฐาน วิจิกิจฉาสัญโญชน์ วิจิกิจฉานิวรณ์ เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. วิจิกิจฉา วิจิกิจฉาปริยุฏฐาน วิจิกิจฉาสัญโญชน์ วิจิกิจฉานิวรณ์ เป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วิจิกิจฉานุสัย เป็นอกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๔๓๘

ภวราคานุสโย อพฺยากโตติ ฯ อามนฺตา ฯ ภวราโค ภวราคปริยุฏฺฐานํ ภวราคสญฺโญชนํ อพฺยากตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ภวราโค ภวราคปริยุฏฺฐานํ ภวราคสญฺโญชนํ อกุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ภวราคานุสโย อกุสโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ภวราคานุสัย เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ภวราคะ ภวราคปริยุฏฐาน ภวราคสัญโญชน์ เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ภวราคะ ภวราคปริยุฏฐาน ภวราคสัญโญชน์ เป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ภวราคานุสัย เป็นอกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๔๓๙

อวิชฺชานุสโย อพฺยากโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อวิชฺชา อวิชฺโชโฆ อวิชฺชาโยโค อวิชฺชาปริยุฏฺฐานํ อวิชฺชาสญฺโญชนํ อวิชฺชานีวรณํ อพฺยากตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อวิชฺชา อวิชฺโชโฆ อวิชฺชาโยโค อวิชฺชาปริยุฏฺฐานํ อวิชฺชาสญฺโญชนํ อวิชฺชานีวรณํ อกุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อวิชฺชานุสโย อกุสโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. อวิชชานุสัย เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ อวิชชาปริยุฏฐาน อวิชชาสัญโญชน์อวิชชานิวรณ์ เป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ส. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ อวิชชาปริยุฏฐาน อวิชชาสัญโญชน์อวิชชานิวรณ์ เป็นอกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อวิชชานุสัย เป็นอกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๔๔๐

น วตฺตพฺพํ อนุสยา อพฺยากตาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุถุชฺชโน กุสลาพฺยากเต จิตฺเต วตฺตมาเน สานุสโยติ วตฺตพฺโพติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสลากุสลา ธมฺมา สมฺมุขีภาวํ อาคจฺฉนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ อนุสยา อพฺยากตาติ ฯ ปุถุชฺชโน กุสลาพฺยากเต จิตฺเต วตฺตมาเน สราโคติ วตฺตพฺโพติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสลากุสลา ธมฺมา สมฺมุขีภาวํ อาคจฺฉนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ ราโค อพฺยากโตติ ฯ

ป. ไม่พึงกล่าวว่า อนุสัยเป็นอัพยากฤต หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและอัพยากฤตเป็นไปอยู่ พึงกล่าวว่า ผู้มีอนุสัย หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอกุศล มาพบกัน หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ถ้าอย่างนั้น อนุสัยก็เป็นอัพยากฤต น่ะสิ ส. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ พึงกล่าวว่าผู้มีราคะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอกุศล มาพบกัน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ถ้าอย่างนั้น ราคะก็เป็นอัพยากฤต น่ะสิ

ข้อ ๑๔๔๑

อนุสยา อเหตุกาติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปํ นิพฺพานํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กามราคานุสโย อเหตุโกติ ฯ อามนฺตา ฯ กามราโค กามราคปริยุฏฺฐานํ กามราคสญฺโญชนํ ฯเปฯ กามจฺฉนฺทนีวรณํ อเหตุกนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กามราโค กามราคปริยุฏฺฐานํ ฯเปฯ กามจฺฉนฺท- นีวรณํ สเหตุกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ กามราคานุสโย สเหตุโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปฏิฆานุสโย ฯเปฯ มานานุสโย ทิฏฺฐานุสโย วิจิกิจฺฉานุสโย ภวราคานุสโย ฯเปฯ อวิชฺชานุสโย อเหตุโกติ ฯ อามนฺตา ฯ อวิชฺชา อวิชฺโชโฆ อวิชฺชาโยโค อวิชฺชาปริยุฏฺฐานํ อวิชฺชาสญฺโญชนํ อวิชฺชานีวรณํ อเหตุกนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อวิชฺชา อวิชฺโชโฆ ฯเปฯ อวิชฺชานีวรณํ สเหตุกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อวิชฺชานุสโย สเหตุโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. อนุสัย เป็นอเหตุกะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นรูป เป็นนิพพาน เป็นจักขายตนะ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพายตนะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กามราคานุสัย เป็นอเหตุกะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน กามราคสัญโญชน์ ฯลฯ กามฉันทนิวรณ์เป็นอเหตุกะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน ฯลฯ กามฉันทนิวรณ์ เป็นสเหตุกะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามราคานุสัย เป็นสเหตุกะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ปฏิฆานุสัย ฯลฯ มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ภวราคานุสัยฯลฯ อวิชชานุสัย เป็นอเหตุกะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ อวิชชาปริยุฏฐาน อวิชชาสัญโญชน์อวิชชานิวรณ์ เป็นอเหตุกะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อวิชชา อวิชโชฆะ ฯลฯ อวิชชานิวรณ์ เป็นสเหตุกะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อวิชชานุสัย เป็นสเหตุกะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๔๔๒

น วตฺตพฺพํ อนุสยา อเหตุกาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุถุชฺชโน กุสลาพฺยากเต จิตฺเต วตฺตมาเน สานุสโยติ วตฺตพฺโพติ ฯ อามนฺตา ฯ อนุสยา เตน เหตุนา สเหตุกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ อนุสยา อเหตุกาติ ฯ ปุถุชฺชโน กุสลาพฺยากเต จิตฺเต วตฺตมาเน สราโคติ วตฺตพฺโพติ ฯ อามนฺตา ฯ ราโค เตน เหตุนา สเหตุโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ ราโค อเหตุโกติ ฯ

ป. ไม่พึงกล่าวว่า อนุสัยเป็นอเหตุกะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและเป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ พึงกล่าวว่า ผู้มีอนุสัย หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. อนุสัยเป็นสเหตุกะโดยเหตุอันนั้น หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ถ้าอย่างนั้น อนุสัยก็เป็นอเหตุกะ น่ะสิ ส. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤต เป็นไปอยู่ พึงกล่าวว่าผู้มีราคะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ราคะเป็นสเหตุกะโดยเหตุอันนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ถ้าอย่างนั้น ราคะก็เป็นอเหตุกะ นะสิ

ข้อ ๑๔๔๓

อนุสยา จิตฺตวิปฺปยุตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปํ นิพฺพานํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กามราคานุสโย จิตฺตวิปฺปยุตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ กามราโค กามราค- ปริยุฏฺฐานํ กามราคสญฺโญชนํ กาโมโฆ กามโยโค กามจฺฉนฺทนีวรณํ จิตฺตวิปฺปยุตฺตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กามราโค กามราค- ปริยุฏฺฐานํ ฯเปฯ กามจฺฉนฺทนีวรณํ จิตฺตสมฺปยุตฺตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ กามราคานุสโย จิตฺตสมฺปยุตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. อนุสัยวิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นรูป เป็นนิพพาน เป็นจักขายตนะ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพายตนะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กามราคานุสัย วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน กามราคสัญโญชน์ กามโมฆะ กามโยคะกามฉันทนิวรณ์ วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน ฯลฯ กามฉันทนิวรณ์ สัมปยุตด้วยจิตหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามราคานุสัย สัมปยุตด้วยจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๔๔๔

กามราคานุสโย จิตฺตวิปฺปยุตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ กตมกฺขนฺธปริยาปนฺโนติ ฯ สงฺขารกฺขนฺธปริยาปนฺโนติ ฯ สงฺขารกฺขนฺโธ จิตฺตวิปฺปยุตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สงฺขารกฺขนฺโธ จิตฺตวิปฺปยุตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เวทนากฺขนฺโธ สญฺญากฺขนฺโธ จิตฺตวิปฺปยุตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. กามราคานุสัย วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. นับเนื่องในขันธ์ไหน ป. นับเนื่องในสังขารขันธ์ ส. สังขารขันธ์วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สังขารขันธ์วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๔๔๕

กามราคานุสโย สงฺขารกฺขนฺธปริยาปนฺโน จิตฺตวิปฺปยุตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ กามราโค สงฺขารกฺขนฺธปริยาปนฺโน จิตฺตวิปฺปยุตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กามราโค สงฺขารกฺขนฺธปริยาปนฺโน จิตฺตสมฺปยุตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ กามราคานุสโย สงฺขารกฺขนฺธ- ปริยาปนฺโน จิตฺตสมฺปยุตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. กามราคานุสัย นับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามราคะ นับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. กามราคะ นับเนื่องในสังขารขันธ์ และสัมปยุตด้วยจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามราคานุสัย นับเนื่องในสังขารขันธ์ และสัมปยุตด้วยจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๔๔๖

กามราคานุสโย สงฺขารกฺขนฺธปริยาปนฺโน จิตฺตวิปฺปยุตฺโต กามราโค สงฺขารกฺขนฺธปริยาปนฺโน จิตฺตสมฺปยุตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ สงฺขารกฺขนฺโธ เอกเทโส จิตฺตสมฺปยุตฺโต เอกเทโส จิตฺตวิปฺปยุตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สงฺขารกฺขนฺโธ เอกเทโส จิตฺตสมฺปยุตฺโต เอกเทโส จิตฺตวิปฺปยุตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เวทนากฺขนฺโธ สญฺญากฺขนฺโธ เอกโทโส จิตฺตสมฺปยุตฺโต เอกเทโส จิตฺตวิปฺปยุตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. กามราคานุสัย นับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิต ส่วนกามราคะ นับเนื่องในสังขารขันธ์ และสัมปยุตด้วยจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สังขารขันธ์ ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่ง วิปปยุตจากจิตหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สังขารขันธ์ ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิตหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๔๔๗

ปฏิฆานุสโย มานานุสโย ทิฏฺฐานุสโย วิจิกิจฺฉานุสโย ภวราคานุสโย อวิชฺชานุสโย จิตฺตวิปฺปยุตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อวิชฺชา อวิชฺโชโฆ อวิชฺชาโยโค ฯเปฯ อวิชฺชานีวรณํ จิตฺตวิปฺปยุตฺตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อวิชฺชา อวิชฺโชโฆ อวิชฺชาโยโค ฯเปฯ อวิชฺชานีวรณํ จิตฺตสมฺปยุตฺตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อวิชฺชานุสโย จิตฺตสมฺปยุตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อวิชฺชานุสโย จิตฺตวิปฺปยุตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ กตมกฺขนฺธปริยาปนฺโนติ ฯ สงฺขารกฺขนฺธ- ปริยาปนฺโนติ ฯ สงฺขารกฺขนฺโธ จิตฺตวิปฺปยุตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สงฺขารกฺขนฺโธ จิตฺตวิปฺปยุตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เวทนากฺขนฺโธ สญฺญากฺขนฺโธ จิตฺตวิปฺปยุตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อวิชฺชานุสโย สงฺขารกฺขนฺธปริยาปนฺโน จิตฺตวิปฺปยุตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อวิชฺชา สงฺขารกฺขนฺธปริยาปนฺนา จิตฺตวิปฺปยุตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อวิชฺชา สงฺขารกฺขนฺธปริยาปนฺนา จิตฺตสมฺปยุตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อวิชฺชานุสโย สงฺขารกฺขนฺธปริยาปนฺโน จิตฺตสมฺปยุตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อวิชฺชานุสโย สงฺขารกฺขนฺธ- ปริยาปนฺโน ฯ จิตฺตวิปฺปยุตฺโต อวิชฺชา สงฺขารกฺขนฺธปริยาปนฺนา จิตฺตสมฺปยุตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ สงฺขารกฺขนฺโธ เอกเทโส จิตฺตสมฺปยุตฺโต เอกเทโส จิตฺตวิปฺปยุตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สงฺขารกฺขนฺโธ เอกเทโส จิตฺตสมฺปยุตฺโต เอกเทโส จิตฺตวิปฺปยุตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เวทนากฺขนฺโธ สญฺญากฺขนฺโธ เอกเทโส จิตฺตสมฺปยุตฺโต เอกเทโส จิตฺตวิปฺปยุตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ภวราคานุสัย อวิชชา-นุสัย วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ ฯลฯ อวิชชานิวรณ์ วิปปยุตจากจิตหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ ฯลฯ อวิชชานิวรณ์ สัมปยุตด้วยจิตหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อวิชชานุสัย สัมปยุตด้วยจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อวิชชานุสัย วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. นับเนื่องในขันธ์ไหน ป. นับเนื่องในสังขารขันธ์ ส. สังขารขันธ์ วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สังขารขันธ์ วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อวิชชานุสัย นับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อวิชชา นับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อวิชชา นับเนื่องในสังขารขันธ์ สัมปยุตด้วยจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อวิชชานุสัย นับเนื่องในสังขารขันธ์ สัมปยุตด้วยจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อวิชชานุสัย นับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิต ส่วนอวิชชา นับเนื่องในสังขารขันธ์ และสัมปยุตด้วยจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สังขารขันธ์ส่วนหนึ่งสัมยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สังขารขันธ์ ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๔๔๘

น วตฺตพฺพํ อนุสยา จิตฺตวิปฺปยุตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุถุชฺชโน กุสลาพฺยากเต จิตฺเต วตฺตมาเน สานุสโยติ วตฺตพฺโพติ ฯ อามนฺตา ฯ อนุสยา เตน จิตฺเตน สมฺปยุตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ เตน หิ อนุสยา จิตฺตวิปฺปยุตฺตาติ ฯ ปุถุชฺชโน กุสลาพฺยากเต จิตฺเต วตฺตมาเน สราโคติ วตฺตพฺโพติ ฯ อามนฺตา ฯ ราโค เตน จิตฺเตน สมฺปยุตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ เตน หิ ราโค จิตฺตวิปฺปยุตฺโตติ ฯ ติสฺโสปิ อนุสยกถา ฯ --------------

ป. ไม่พึงกล่าวว่า อนุสัยวิปปยุตจากจิต หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ พึงกล่าวว่า ผู้มีอนุสัย หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. อนุสัย สัมปยุตด้วยจิตนั้น หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ถ้าอย่างนั้น อนุสัยก็วิปปยุตจากจิต น่ะสิ ส. ปุถุชน ครั้นเมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ พึงกล่าวว่าผู้มีราคะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ราคะ สัมปยุตด้วยจิตนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ถ้าอย่างนั้น ราคะก็วิปปยุตจากจิต น่ะสิ ติสโสปิ อนุสยกถา จบ -----------------------------------------------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค] ๑-๓. ติสโสปิอนุสยกถา (๑๐๖-๑๐๘) ๑๑. เอกาทสมวรรค ๑-๓. ติสโสปิอนุสยกถา (๑๐๖-๑๐๘) ว่าด้วยอนุสัย ๓ เรื่อง

ข้อ ๖๐๕

สก. อนุสัยเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อนุสัยเป็นอัพยากฤตฝ่ายวิบาก อัพยากฤตฝ่ายกิริยา เป็นรูป เป็น นิพพาน เป็นจักขายตนะ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กามราคานุสัยเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน กามราคสังโยชน์ กาโมฆะ กามโยคะ กามฉันทะนิวรณ์ เป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน ฯลฯ กามฉันทะนิวรณ์ เป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามราคานุสัยเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ปฏิฆานุสัยเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ๓ เรื่อง คือ (๑) เรื่องอนุสัยเป็นอัพยากฤต (๒) เรื่องอนุสัยเป็นอเหตุกะ (๓) เรื่องอนุสัยเป็นจิตตวิปปยุต@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๐๕-๖๑๓/๒๕๕) @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายมหาสังฆิกะและนิกายสมิติยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๐๕/๒๕๕-๒๕๖)@ เพราะมีความเห็นว่า อนุสัยไม่เป็นอกุศล แต่เป็นอัพยากฤต เป็นอเหตุกะ เป็นสภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิต@ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า อนุสัยเป็นอกุศล เป็นสเหตุกะ และเป็นสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๐๕/๒๕๕-๒๕๖)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๖๑}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค] ๑-๓. ติสโสปิอนุสยกถา (๑๐๖-๑๐๘) สก. ปฏิฆะ ปฏิฆปริยุฏฐาน ปฏิฆสังโยชน์ เป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ปฏิฆะ ปฏิฆปริยุฏฐาน ปฏิฆสังโยชน์ เป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ปฏิฆานุสัยเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มานานุสัยเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มานะ มานปริยุฏฐาน มานสังโยชน์ เป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มานะ มานปริยุฏฐาน มานสังโยชน์ เป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มานานุสัยเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ทิฏฐานุสัยเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ทิฏฐิ ทิฏโฐฆะ ทิฏฐิโยคะ ทิฏฐิปริยุฏฐาน ทิฏฐิสังโยชน์ เป็นอัพยากฤต ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ทิฏฐิ ทิฏโฐฆะ ทิฏฐิโยคะ ทิฏฐิปริยุฏฐาน ทิฏฐิสังโยชน์ เป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ทิฏฐานุสัยเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๖๒}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค] ๑-๓. ติสโสปิอนุสยกถา (๑๐๖-๑๐๘) สก. วิจิกิจฉานุสัยเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. วิจิกิจฉา วิจิกิจฉาปริยุฏฐาน วิจิกิจฉาสังโยชน์ วิจิกิจฉานิวรณ์ เป็น อัพยากฤตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. วิจิกิจฉา วิจิกิจฉาปริยุฏฐาน วิจิกิจฉาสังโยชน์ วิจิกิจฉานิวรณ์ เป็น อกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. วิจิกิจฉานุสัยเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ภวราคานุสัยเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ภวราคะ ภวราคปริยุฏฐาน ภวราคสังโยชน์ เป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ภวราคะ ภวราคปริยุฏฐาน ภวราคสังโยชน์ เป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ภวราคานุสัยเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อวิชชานุสัยเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ อวิชชาปริยุฏฐาน อวิชชาสังโยชน์ อวิชชานิวรณ์ เป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๖๓}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค] ๑-๓. ติสโสปิอนุสยกถา (๑๐๖-๑๐๘) สก. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ อวิชชาปริยุฏฐาน อวิชชาสังโยชน์ อวิชชานิวรณ์ เป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อวิชชานุสัยเป็นอกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๖๐๖

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “อนุสัยเป็นอัพยากฤต” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า“มีอนุสัย” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. สภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศลมาประชุมกันได้ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ดังนั้น อนุสัยจึงเป็นอัพยากฤต ปร. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า“มีราคะ” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. สภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศลมาประชุมกันได้ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ดังนั้น ราคะจึงเป็นอัพยากฤต

ข้อ ๖๐๗

สก. อนุสัยเป็นอเหตุกะใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อนุสัยเป็นรูป เป็นนิพพาน เป็นจักขายตนะ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๖๔}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค] ๑-๓. ติสโสปิอนุสยกถา (๑๐๖-๑๐๘) สก. กามราคานุสัยเป็นอเหตุกะใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน กามราคสังโยชน์ กามฉันทนิวรณ์ เป็นอเหตุกะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน ฯลฯ กามฉันทนิวรณ์ เป็นสเหตุกะ ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามราคานุสัยเป็นสเหตุกะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ปฏิฆานุสัย ฯลฯ มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ภวราคานุสัยฯลฯ อวิชชานุสัย เป็นอเหตุกะใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ อวิชชาปริยุฏฐาน อวิชชาสังโยชน์อวิชชานิวรณ์ เป็นอเหตุกะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อวิชชา อวิชโชฆะ ฯลฯ อวิชชานิวรณ์ เป็นสเหตุกะใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อวิชชานุสัยเป็นสเหตุกะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๖๐๘

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “อนุสัยเป็นอเหตุกะ” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า“มีอนุสัย” ใช่ไหม สก. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๖๕}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค] ๑-๓. ติสโสปิอนุสยกถา (๑๐๖-๑๐๘) ปร. อนุสัยเป็นสเหตุกะโดยเหตุนั้นใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ดังนั้น อนุสัยจึงเป็นอเหตุกะ ปร. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า“มีราคะ” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ราคะเป็นสเหตุกะโดยเหตุนั้นใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ดังนั้น ราคะจึงเป็นอเหตุกะ

ข้อ ๖๐๙

สก. อนุสัย วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อนุสัยเป็นรูป เป็นนิพพาน เป็นจักขายตนะ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กามราคานุสัย วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน กามราคสังโยชน์ กาโมฆะ กามโยคะกามฉันทนิวรณ์ วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน ฯลฯ กามฉันทนิวรณ์ สัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามราคานุสัย สัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๖๖}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค] ๑-๓. ติสโสปิอนุสยกถา (๑๐๖-๑๐๘)

ข้อ ๖๑๐

สก. กามราคานุสัย วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามราคานุสัยนับเนื่องในขันธ์ไหน ปร. นับเนื่องในสังขารขันธ์ สก. สังขารขันธ์ วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สังขารขันธ์ วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กามราคานุสัยนับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามราคะนับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กามราคะนับเนื่องในสังขารขันธ์ สัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามราคานุสัยนับเนื่องในสังขารขันธ์ สัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. กามราคานุสัยนับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิต ส่วนกามราคะนับเนื่องในสังขารขันธ์และสัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สังขารขันธ์ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๖๗}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค] ๑-๓. ติสโสปิอนุสยกถา (๑๐๖-๑๐๘) สก. สังขารขันธ์ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๖๑๑

สก. ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ภวราคานุสัยอวิชชานุสัย วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ อวิชชานิวรณ์ วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ อวิชชานิวรณ์ สัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อวิชชานุสัยสัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๖๑๒

สก. อวิชชานุสัย วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อวิชชานุสัย นับเนื่องในขันธ์ไหน ปร. นับเนื่องในสังขารขันธ์ สก. สังขารขันธ์ วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สังขารขันธ์ วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๖๘}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค] ๑-๓. ติสโสปิอนุสยกถา (๑๐๖-๑๐๘) สก. อวิชชานุสัยนับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อวิชชานับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อวิชชานับเนื่องในสังขารขันธ์ สัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อวิชชานุสัยนับเนื่องในสังขารขันธ์ สัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อวิชชานุสัยนับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิต ส่วนอวิชชานับเนื่องในสังขารขันธ์และสัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สังขารขันธ์ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สังขารขันธ์ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๖๑๓

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “อนุสัย วิปปยุตจากจิต” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า“มีอนุสัย” ใช่ไหม สก. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๖๖๙}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๑. เอกาทสมวรรค] ๔. ญาณกถา (๑๐๙) ปร. อนุสัย สัมปยุตด้วยจิตนั้นใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ดังนั้น อนุสัยจึงวิปปยุตจากจิต ปร. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า“มีราคะ” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ราคะ สัมปยุตด้วยจิตนั้นใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ปร. ดังนั้น ราคะจึงวิปปยุตจากจิต ติสโสปิอนุสยกถา จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาติสโสปิ อนุสยกถา ว่าด้วยอนุสัยเป็นธรรม ๓ อย่าง

บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องอนุสัยเป็นธรรมแม้ทั้ง ๓ คือ เป็นอัพยากตะ เป็นอเหตุกะและเป็นจิตตวิปปยุต.

ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายมหาสังฆิกะและสมิติยะทั้งหลายว่า ปุถุชนเมื่อจิตที่เป็นกุศล และอัพยากตะซึ่งกำลังเป็นไป พึงกล่าวว่า เป็นผู้มีอนุสัย.

อนึ่ง เหตุอันใดพึงมีในขณะนั้น อนุสัยทั้งหลายไม่เป็นไปกับด้วยเหตุอันนั้นด้วย ไม่สัมปยุตกับจิตดวงนั้นด้วย เหตุใด เพราะเหตุนั้น อนุสัยเหล่านั้นจึงเป็นอัพยากตะ เป็นอเหตุกะ เป็นจิตตวิปปยุต ดังนี้.

คำถามของสกวาทีในกถาแม้ทั้ง ๓ โดยหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.

คำที่เหลือในที่นี้ อาจรู้ได้ตามแนวแห่งพระบาลีนั่นแหละ เพราะเป็นนัยที่ได้กล่าวไว้แล้วในหนหลัง ฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่ได้ให้พิสดารแล้ว ดังนี้แล.

อรรถกถาติสโสปิอนุสยกถา จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา