อดีตขันธาติกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อตีตํ ขนฺธาติกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อดีตขันธาติกถา
อตีตํ ขนฺธาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ อายตนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ ธาตูติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ ขนฺธธาตุอายตนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ปรวาที อดีตเป็นขันธ์ หรือ? สกวาที ถูกแล้ว @ สํ. นิ. ข้อ ๒๔๘ หน้า ๑๒๔ ป. อดีตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. อดีตเป็นอายตนะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. อดีตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. อดีตเป็นธาตุ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. อดีตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. อดีตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. อดีตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อนาคตํ ขนฺธาติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ อายตนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ ธาตูติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ ขนฺธธาตุอายตนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. อนาคตเป็นขันธ์ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. อนาคตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. อนาคตเป็นอายตนะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. อนาคตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. อนาคตเป็นธาตุ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. อนาคตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. อนาคตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. อนาคตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปจฺจุปฺปนฺนํ ขนฺธา ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ ขนฺธา อตีตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ อายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ อายตนํ อตีตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ธาตุ ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ ธาตุ อตีตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ขนฺธธาตุอายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ ขนฺธธาตุอายตนํ อตีตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. ปัจจุบันเป็นขันธ์ ปัจจุบันมีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. อดีตเป็นขันธ์ อดีตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ปัจจุบันเป็นอายตนะ ปัจจุบันมีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. อดีตเป็นอายตนะ อดีตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ปัจจุบันเป็นธาตุ ปัจจุบันมีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. อดีตเป็นธาตุ อดีตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ปัจจุบันเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ ปัจจุบันมีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. อดีตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ อดีตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปจฺจุปฺปนฺนํ ขนฺธา ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ ขนฺธา อนาคตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ อายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ อายตนํ อนาคตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ธาตุ ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ ธาตุ อนาคตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ขนฺธธาตุอายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ ขนฺธธาตุอายตนํ อนาคตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. ปัจจุบันเป็นขันธ์ ปัจจุบันมีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. อนาคตเป็นขันธ์ อนาคตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ปัจจุบันเป็นอายตนะ ปัจจุบันมีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. อนาคตเป็นอายตนะ อนาคตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ปัจจุบันเป็นธาตุ ปัจจุบันมีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. อนาคตเป็นธาตุ อนาคตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ปัจจุบันเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ ปัจจุบันมีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. อนาคตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ อนาคตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตีตํ ขนฺธา อตีตํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ขนฺธา ปจฺจุปฺปนฺนํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ อายตนํ อตีตํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ อายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ ธาตุ อตีตํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ธาตุ ปจฺจุปฺปนฺนํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ ขนฺธธาตุอายตนํ อตีตํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ขนฺธธาตุอายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. อดีตเป็นขันธ์ อดีตไม่มีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ปัจจุบันเป็นขันธ์ ปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. อดีตเป็นอายตนะ อดีตไม่มีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ปัจจุบันเป็นอายตนะ ปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. อดีตเป็นธาตุ อดีตไม่มีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ปัจจุบันเป็นธาตุ ปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. อดีตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ อดีตไม่มีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ปัจจุบันเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ ปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อนาคตํ ขนฺธา อนาคตํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ขนฺธา ปจฺจุปฺปนฺนํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ อายตนํ ฯเปฯ อนาคตํ ธาตุ ฯเปฯ อนาคตํ ขนฺธธาตุอายตนํ อนาคตํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ขนฺธธาตุอายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. อนาคตเป็นขันธ์ อนาคตไม่มีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ปัจจุบันเป็นขันธ์ ปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. อนาคตเป็นอายตนะ ฯลฯ อนาคตเป็นธาตุ ฯลฯ อนาคตเป็นขันธ์ ธาตุอายตนะ อนาคตไม่มีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ปัจจุบันเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ ปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตีตํ รูปํ ขนฺโธติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ รูปํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ รูปํ อายตนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ รูปํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ รูปํ ธาตูติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ รูปํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ รูปํ ขนฺธธาตุอายตนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ รูปํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. รูปอดีตเป็นขันธ์ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. รูปอดีตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. รูปอดีตเป็นอายตนะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. รูปอดีตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. รูปอดีตเป็นธาตุ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. รูปอดีตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. รูปอดีต เป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. รูปอดีตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อนาคตํ รูปํ ขนฺโธติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ รูปํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ รูปํ อายตนํ ฯเปฯ อนาคตํ รูปํ ธาตุ ฯเปฯ อนาคตํ รูปํ ขนฺธธาตุอายตนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ รูปํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. รูปอนาคตเป็นขันธ์ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. รูปอนาคตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. รูปอนาคตเป็นอายตนะหรือ ฯลฯ รูปอนาคตเป็นธาตุหรือ ฯลฯ รูปอนาคตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. รูปอนาคตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ขนฺโธ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ รูปํ ขนฺโธ อตีตํ รูปํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ อายตนํ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ธาตุ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ขนฺธธาตุอายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ รูปํ ขนฺธธาตุอายตนํ อตีตํ รูปํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. รูปปัจจุบันเป็นขันธ์ รูปปัจจุบันมีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. รูปอดีตเป็นขันธ์ รูปอดีตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. รูปปัจจุบันเป็นอายตนะ ฯลฯ รูปปัจจุบันเป็นธาตุ ฯลฯ รูปปัจจุบันเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ รูปปัจจุบันมีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. รูปอดีตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ รูปอดีตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ขนฺโธ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ รูปํ ขนฺโธ อนาคตํ รูปํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ อายตนํ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ธาตุ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ขนฺธธาตุอายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ รูปํ ขนฺธธาตุอายตนํ อนาคตํ รูปํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. รูปปัจจุบันเป็นขันธ์ รูปปัจจุบันมีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. รูปอนาคตเป็นขันธ์ รูปอนาคตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. รูปปัจจุบันเป็นอายตนะ ฯลฯ รูปปัจจุบันเป็นธาตุ ฯลฯ รูปปัจจุบันเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ รูปปัจจุบันมีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. รูปอนาคตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ รูปอนาคตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตีตํ รูปํ ขนฺโธ อตีตํ รูปํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ขนฺโธ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ รูปํ อายตนํ ฯเปฯ อตีตํ รูปํ ธาตุ ฯเปฯ อตีตํ รูปํ ขนฺธธาตุอายตนํ อตีตํ รูปํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ขนฺธธาตุอายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ รูปํ ขนฺโธ อนาคตํ รูปํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ขนฺโธ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ รูปํ อายตนํ ฯเปฯ อนาคตํ รูปํ ธาตุ ฯเปฯ อนาคตํ รูปํ ขนฺธธาตุอายตนํ อนาคตํ รูปํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ขนฺธธาตุอายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตา เวทนา ฯเปฯ อตีตา สญฺญา ฯเปฯ อตีตา สงฺขารา ฯเปฯ
ป. รูปอดีตเป็นขันธ์ รูปอดีตไม่มีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. รูปปัจจุบันเป็นขันธ์ รูปปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. รูปอดีตเป็นอายตนะ ฯลฯ รูปอดีตเป็นธาตุ ฯลฯ รูปอดีตเป็นขันธ์ ธาตุอายตนะ รูปอดีตไม่มีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. รูปปัจจุบันเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ รูปปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. รูปอนาคตเป็นขันธ์ รูปอนาคตไม่มีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. รูปปัจจุบันเป็นขันธ์ รูปปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. รูปอนาคตเป็นอายตนะ ฯลฯ รูปอนาคตเป็นธาตุ ฯลฯ รูปอนาคตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ รูปอนาคตไม่มีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. รูปปัจจุบันเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ รูปปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตีตํ วิญฺญาณํ ขนฺโธติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ วิญฺญาณํ อายตนํ ฯเปฯ อตีตํ วิญฺญาณํ ธาตุ ฯเปฯ อตีตํ วิญฺญาณํ ขนฺธธาตุอายตนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. เวทนาอดีต ฯลฯ สัญญาอดีต ฯลฯ สังขารอดีต ฯลฯ วิญญาณอดีตเป็นขันธ์ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. วิญญาณอดีตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. วิญญาณอดีตเป็นอายตนะ ฯลฯ วิญญาณอดีตเป็นธาตุ ฯลฯ วิญญาณอดีตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. วิญญาณอดีตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อนาคตํ วิญฺญาณํ ขนฺโธติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ วิญฺญาณํ อายตนํ ฯเปฯ อนาคตํ วิญฺญาณํ ธาตุ ฯเปฯ อนาคตํ วิญฺญาณํ ขนฺธธาตุอายตนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. วิญญาณอนาคตเป็นขันธ์ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. วิญญาณอนาคตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. วิญญาณอนาคตเป็นอายตนะ ฯลฯ วิญญาณอนาคตเป็นธาตุ ฯลฯ วิญญาณอนาคตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. วิญญาณอนาคตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ ขนฺโธ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ วิญฺญาณํ ขนฺโธ อตีตํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ อายตนํ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ ธาตุ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ ขนฺธธาตุอายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ วิญฺญาณํ ขนฺธธาตุอายตนํ อตีตํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. วิญญาณปัจจุบันเป็นขันธ์ วิญญาณปัจจุบันมีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. วิญญาณอดีตเป็นขันธ์ วิญญาณอดีตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. วิญญาณปัจจุบันเป็นอายตนะ ฯลฯ วิญญาณปัจจุบันเป็นธาตุ ฯลฯ วิญญาณปัจจุบันเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ วิญญาณปัจจุบันมีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. วิญญาณอดีตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ วิญญาณอดีตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ ขนฺโธ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ วิญฺญาณํ ขนฺโธ อนาคตํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ อายตนํ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ ธาตุ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ ขนฺธธาตุอายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ วิญฺญาณํ ขนฺธธาตุอายตนํ อนาคตํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. วิญญาณปัจจุบันเป็นขันธ์ วิญญาณปัจจุบันมีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. วิญญาณอนาคตเป็นขันธ์ วิญญาณอนาคตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. วิญญาณปัจจุบันเป็นอายตนะ ฯลฯ วิญญาณปัจจุบันเป็นธาตุ ฯลฯ วิญญาณปัจจุบันเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ วิญญาณปัจจุบันมีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. วิญญาณอนาคตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ วิญญาณอนาคตมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตีตํ วิญฺญาณํ ขนฺโธ อตีตํ วิญฺญาณํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ ขนฺโธ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ วิญฺญาณํ อายตนํ ฯเปฯ อตีตํ วิญฺญาณํ ธาตุ ฯเปฯ อตีตํ วิญฺญาณํ ขนฺธธาตุอายตนํ อตีตํ วิญฺญาณํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ ขนฺธธาตุอายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. วิญญาณอดีตเป็นขันธ์ วิญญาณอดีตไม่มีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. วิญญาณปัจจุบันเป็นขันธ์ วิญญาณปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. วิญญาณอดีตเป็นอายตนะ ฯลฯ วิญญาณอดีตเป็นธาตุ ฯลฯ วิญญาณอดีตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ วิญญาณอดีตไม่มีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. วิญญาณปัจจุบันเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ วิญญาณปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อนาคตํ วิญฺญาณํ ขนฺโธ อนาคตํ วิญฺญาณํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ ขนฺโธ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ วิญฺญาณํ อายตนํ ฯเปฯ อนาคตํ วิญฺญาณํ ธาตุ ฯเปฯ อนาคตํ วิญฺญาณํ ขนฺธธาตุอายตนํ อนาคตํ วิญฺญาณํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ ขนฺธธาตุอายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. วิญญาณอนาคตเป็นขันธ์ วิญญาณอนาคตไม่มีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. วิญญาณปัจจุบันเป็นขันธ์ วิญญาณปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. วิญญาณอนาคตเป็นอายตนะ ฯลฯ วิญญาณอนาคตเป็นธาตุ ฯลฯ วิญญาณอนาคตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ วิญญาณอนาคตไม่มีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. วิญญาณปัจจุบันเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ วิญญาณปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
น วตฺตพฺพํ อตีตานาคตา ขนฺธา ธาตุ อายตนํ นตฺถิ เจเตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ตโยเม ภิกฺขเว นิรุตฺติปถา อธิวจนปถา ปญฺญตฺติปถา ฯเปฯ วิญฺญูหีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ อตีตานาคตา ขนฺธา ธาตุ อายตนํ นตฺถิ เจเตติ ฯ
ส. ไม่พึงกล่าวว่า ขันธ์ ธาตุ อายตนะ ที่เป็นอดีตและอนาคตเหล่านี้ ไม่มีอยู่เลย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครรลองแห่งภาษาครรลองแห่งชื่อ ครรลองแห่งบัญญัติสามประการนี้ อันสมณพราหมณ์ผู้รู้ทั้งหลาย ไม่ลบล้าง ไม่เคยลบล้าง ไม่รังเกียจอยู่ จักไม่ รังเกียจ มิได้คัดค้าน ฯลฯ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ขันธ์ ธาตุ อายตนะ ที่เป็นอดีตและอนาคต เหล่านี้ ก็ไม่มีอยู่ น่ะสิ
อตีตานาคตา ขนฺธา ธาตุ อายตนํ นตฺถิ เจเตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ยํ กิญฺจิ ภิกฺขเว รูปํ อตีตานาคต- ปจฺจุปฺปนฺนํ ฯเปฯ อยํ วุจฺจติ รูปกฺขนฺโธ ยา กาจิ เวทนา ฯเปฯ ยา กาจิ สญฺญา ฯเปฯ เย เกจิ สงฺขารา ฯเปฯ ยํ กิญฺจิ วิญฺญาณํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ ฯเปฯ อยํ วุจฺจติ วิญฺญาณกฺขนฺโธติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ อตีตานาคตา ขนฺธา ธาตุ อายตนํ นตฺถิ เจเตติ ฯ อตีตํ ขนฺธาติกถา ฯ -------
ป. ขันธ์ ธาตุ อายตนะที่เป็นอดีตและอนาคตเหล่านี้ ไม่มีอยู่เลย หรือ? ส. ถูกแล้ว @ ดูหน้า ๒๕๕ ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย รูปอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน ฯลฯ นี้เรียกว่า รูปขันธ์ เวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง ฯลฯ สัญญาอย่างใดอย่างหนึ่ง ฯลฯ สังขารเหล่าใด เหล่าหนึ่ง ฯลฯ วิญญาณอย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน ฯลฯ นี้เรียกว่า วิญญาณขันธ์ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้นก็ไม่พึงกล่าวว่า ขันธ์ ธาตุ อายตนะ ที่เป็นอดีตและอนาคตเหล่านี้ ไม่มีอยู่เลย น่ะสิ อดีตขันธาติกถา จบ. -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. อตีตักขันธาทิกถา ว่าด้วยอดีตขันธ์ เป็นต้น ๑. นสุตตสาธนะ ว่าด้วยการไม่อ้างพระสูตร
ปร. อดีตเป็นขันธ์ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. อดีตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ สํ.นิ. (แปล) ๑๖/๖๔/๑๒๓-๑๒๕
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๒๑๘}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑. มหาวรรค] ๖. อตีตักขันธาทิกถา ปร. อดีตเป็นอายตนะใช่ไหม สก. ใช่ ปร. อดีตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. อดีตเป็นธาตุใช่ไหม สก. ใช่ ปร. อดีตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. อดีตเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะใช่ไหม สก. ใช่ ปร. อดีตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. อนาคตเป็นขันธ์ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. อนาคตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. อนาคตเป็นอายตนะใช่ไหม สก. ใช่ ปร. อนาคตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. อนาคตเป็นธาตุใช่ไหม สก. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๒๑๙}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑. มหาวรรค] ๖. อตีตักขันธาทิกถา ปร. อนาคตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. อนาคตเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะใช่ไหม สก. ใช่ ปร. อนาคตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ปัจจุบันเป็นขันธ์ ปัจจุบันมีอยู่ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. อดีตเป็นขันธ์ อดีตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ปัจจุบันเป็นอายตนะ ปัจจุบันมีอยู่ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. อดีตเป็นอายตนะ อดีตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ปัจจุบันเป็นธาตุ ปัจจุบันมีอยู่ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. อดีตเป็นธาตุ อดีตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ปัจจุบันเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะ ปัจจุบันมีอยู่ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. อดีตเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะ อดีตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๒๒๐}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑. มหาวรรค] ๖. อตีตักขันธาทิกถา ปร. ปัจจุบันเป็นขันธ์ ปัจจุบันมีอยู่ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. อนาคตเป็นขันธ์ อนาคตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ปัจจุบันเป็นอายตนะ ปัจจุบันมีอยู่ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. อนาคตเป็นอายตนะ อนาคตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ปัจจุบันเป็นธาตุ ปัจจุบันมีอยู่ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. อนาคตเป็นธาตุ อนาคตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ปัจจุบันเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะ ปัจจุบันมีอยู่ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. อนาคตเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะ อนาคตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. อดีตเป็นขันธ์ อดีตไม่มีใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ปัจจุบันเป็นขันธ์ ปัจจุบันไม่มีใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. อดีตเป็นอายตนะ อดีตไม่มีใช่ไหม สก. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๒๒๑}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑. มหาวรรค] ๖. อตีตักขันธาทิกถา ปร. ปัจจุบันเป็นอายตนะ ปัจจุบันไม่มีใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. อดีตเป็นธาตุ อดีตไม่มีใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ปัจจุบันเป็นธาตุ ปัจจุบันไม่มีใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. อดีตเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะ อดีตไม่มีใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ปัจจุบันเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะ ปัจจุบันไม่มีใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. อนาคตเป็นขันธ์ อนาคตไม่มีใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ปัจจุบันเป็นขันธ์ ปัจจุบันไม่มีใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. อนาคตเป็นอายตนะ ฯลฯ อนาคตเป็นธาตุ ฯลฯ อนาคตเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะ อนาคตไม่มีใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ปัจจุบันเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะ ปัจจุบันไม่มีใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. รูปที่เป็นอดีตเป็นขันธ์ใช่ไหม สก. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๒๒๒}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑. มหาวรรค] ๖. อตีตักขันธาทิกถา ปร. รูปที่เป็นอดีตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. รูปที่เป็นอดีตเป็นอายตนะใช่ไหม สก. ใช่ ปร. รูปที่เป็นอดีตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. รูปที่เป็นอดีตเป็นธาตุใช่ไหม สก. ใช่ ปร. รูปที่เป็นอดีตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. รูปที่เป็นอดีตเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะใช่ไหม สก. ใช่ ปร. รูปที่เป็นอดีตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. รูปที่เป็นอนาคตเป็นขันธ์ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. รูปที่เป็นอนาคตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. รูปที่เป็นอนาคตเป็นอายตนะ ฯลฯ รูปที่เป็นอนาคตเป็นธาตุ ฯลฯ รูปที่เป็นอนาคตเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะใช่ไหม สก. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๒๒๓}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑. มหาวรรค] ๖. อตีตักขันธาทิกถา ปร. รูปที่เป็นอนาคตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. รูปที่เป็นปัจจุบันเป็นขันธ์ รูปที่เป็นปัจจุบันมีอยู่ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. รูปที่เป็นอดีตเป็นขันธ์ รูปที่เป็นอดีตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. รูปที่เป็นปัจจุบันเป็นอายตนะ ฯลฯ รูปที่เป็นปัจจุบันเป็นธาตุ ฯลฯ รูปที่เป็นปัจจุบันเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะ รูปที่เป็นปัจจุบันมีอยู่ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. รูปที่เป็นอดีตเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะ รูปที่เป็นอดีตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. รูปที่เป็นปัจจุบันเป็นขันธ์ รูปที่เป็นปัจจุบันมีอยู่ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. รูปที่เป็นอนาคตเป็นขันธ์ รูปที่เป็นอนาคตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. รูปที่เป็นปัจจุบันเป็นอายตนะ ฯลฯ รูปที่เป็นปัจจุบันเป็นธาตุ ฯลฯ รูปที่เป็นปัจจุบันเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะ รูปที่เป็นปัจจุบันมีอยู่ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. รูปที่เป็นอนาคตเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะ รูปที่เป็นอนาคตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. รูปที่เป็นอดีตเป็นขันธ์ รูปที่เป็นอดีตไม่มีใช่ไหม สก. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๒๒๔}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑. มหาวรรค] ๖. อตีตักขันธาทิกถา ปร. รูปที่เป็นปัจจุบันเป็นขันธ์ รูปที่เป็นปัจจุบันไม่มีใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. รูปที่เป็นอดีตเป็นอายตนะ ฯลฯ รูปที่เป็นอดีตเป็นธาตุ ฯลฯ รูปที่เป็นอดีตเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะ รูปที่เป็นอดีตไม่มีใช่ไหม สก. ใช่ ปร. รูปที่เป็นปัจจุบันเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะ รูปที่เป็นปัจจุบันไม่มีใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. รูปที่เป็นอนาคตเป็นขันธ์ รูปที่เป็นอนาคตไม่มีใช่ไหม สก. ใช่ ปร. รูปที่เป็นปัจจุบันเป็นขันธ์ รูปที่เป็นปัจจุบันไม่มีใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. รูปที่เป็นอนาคตเป็นอายตนะ ฯลฯ รูปที่เป็นอนาคตเป็นธาตุ ฯลฯ รูปที่เป็นอนาคตเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะ รูปที่เป็นอนาคตไม่มีใช่ไหม สก. ใช่ ปร. รูปที่เป็นปัจจุบันเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะ รูปที่เป็นปัจจุบันไม่มีใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. เวทนาที่เป็นอดีต ฯลฯ สัญญาที่เป็นอดีต ฯลฯ สังขารที่เป็นอดีต ฯลฯ วิญญาณที่เป็นอดีตเป็นขันธ์ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. วิญญาณที่เป็นอดีตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๒๒๕}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑. มหาวรรค] ๖. อตีตักขันธาทิกถา ปร. วิญญาณที่เป็นอดีตเป็นอายตนะ ฯลฯ วิญญาณที่เป็นอดีตเป็นธาตุ ฯลฯ วิญญาณที่เป็นอดีตเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะใช่ไหม สก. ใช่ ปร. วิญญาณที่เป็นอดีตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. วิญญาณที่เป็นอนาคตเป็นขันธ์ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. วิญญาณที่เป็นอนาคตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. วิญญาณที่เป็นอนาคตเป็นอายตนะ ฯลฯ วิญญาณที่เป็นอนาคตเป็นธาตุฯลฯ วิญญาณที่เป็นอนาคตเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะใช่ไหม สก. ใช่ ปร. วิญญาณที่เป็นอนาคตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. วิญญาณที่เป็นปัจจุบันเป็นขันธ์ วิญญาณที่เป็นปัจจุบันมีอยู่ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. วิญญาณที่เป็นอดีตเป็นขันธ์ วิญญาณที่เป็นอดีตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. วิญญาณที่เป็นปัจจุบันเป็นอายตนะ ฯลฯ วิญญาณที่เป็นปัจจุบันเป็น ธาตุ ฯลฯ วิญญาณที่เป็นปัจจุบันเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะ วิญญาณที่เป็นปัจจุบันมีอยู่ใช่ไหม สก. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๒๒๖}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑. มหาวรรค] ๖. อตีตักขันธาทิกถา ปร. วิญญาณที่เป็นอดีตเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะ วิญญาณที่เป็น อดีตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. วิญญาณที่เป็นปัจจุบันเป็นขันธ์ วิญญาณที่เป็นปัจจุบันมีอยู่ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. วิญญาณที่เป็นอนาคตเป็นขันธ์ วิญญาณที่เป็นอนาคตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. วิญญาณที่เป็นปัจจุบันเป็นอายตนะ ฯลฯ วิญญาณที่เป็นปัจจุบันเป็น ธาตุ ฯลฯ วิญญาณที่เป็นปัจจุบันเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะ วิญญาณที่เป็นปัจจุบันมีอยู่ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. วิญญาณที่เป็นอนาคตเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะ วิญญาณที่เป็นอนาคตมีอยู่ใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. วิญญาณที่เป็นอดีตเป็นขันธ์ วิญญาณที่เป็นอดีตไม่มีใช่ไหม สก. ใช่ ปร. วิญญาณที่เป็นปัจจุบันเป็นขันธ์ วิญญาณที่เป็นปัจจุบันไม่มีใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. วิญญาณที่เป็นอดีตเป็นอายตนะ ฯลฯ วิญญาณที่เป็นอดีตเป็นธาตุ ฯลฯ วิญญาณที่เป็นอดีตเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะ วิญญาณที่เป็นอดีตไม่มีใช่ไหม สก. ใช่ ปร. วิญญาณที่เป็นปัจจุบันเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะ วิญญาณที่เป็นปัจจุบันไม่มีใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๒๒๗}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑. มหาวรรค] ๖. อตีตักขันธาทิกถา ปร. วิญญาณที่เป็นอนาคตเป็นขันธ์ วิญญาณที่เป็นอนาคตไม่มีใช่ไหม สก. ใช่ ปร. วิญญาณที่เป็นปัจจุบันเป็นขันธ์ วิญญาณที่เป็นปัจจุบันไม่มีใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. วิญญาณที่เป็นอนาคตเป็นอายตนะ ฯลฯ วิญญาณที่เป็นอนาคตเป็นธาตุฯลฯ วิญญาณที่เป็นอนาคตเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะ วิญญาณที่เป็น อนาคตไม่มีใช่ไหม สก. ใช่ ปร. วิญญาณที่เป็นปัจจุบันเป็นขันธ์ เป็นธาตุ เป็นอายตนะ วิญญาณที่เป็นปัจจุบันไม่มีใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ๒. สุตตสาธนะ ว่าด้วยการอ้างพระสูตร
สก. ท่านไม่ยอมรับว่า “ขันธ์ ธาตุ อายตนะ ทั้งที่เป็นอดีตและ อนาคตเหล่านี้ไม่มี” ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย หลักการ ๓ ประการนี้ คือ (๑) หลักภาษา (๒) หลักการตั้งชื่อ (๓) หลักการบัญญัติ ฯลฯ ไม่ถูกสมณพราหมณ์ผู้รู้คัดค้าน ฯลฯ” มีอยู่จริงมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. ดังนั้น ท่านจึงไม่ควรยอมรับว่า “ขันธ์ ธาตุ อายตนะ ทั้งที่เป็นอดีตและอนาคตเหล่านี้ไม่มี” @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ สํ.ข. (แปล) ๑๗/๖๒/๑๐๐-๑๐๒
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๒๒๘}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑. มหาวรรค] ๗. เอกัจจมัตถีติกถา ปร. ขันธ์ ธาตุ อายตนะ ทั้งที่เป็นอดีตและอนาคตเหล่านี้ไม่มีใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย รูปทั้งหมด ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน ฯลฯ นี้เรียกว่า รูปขันธ์ เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณทั้งหมด ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน นี้เรียกว่าวิญญาณขันธ์” มีอยู่จริงมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. ดังนั้น ท่านจึงไม่ควรยอมรับว่า “ขันธ์ ธาตุ อายตนะ ทั้งที่เป็นอดีตและอนาคตเหล่านี้ไม่มีอยู่” อตีตักขันธาทิกถา จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอตีตังขันธาติอาทิกถา ว่าด้วยอดีตขันธ์เป็นต้น
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องอดีตเป็นขันธ์เป็นต้น.
____________________________
บาลีเป็นอตีตขันธาติกถา.
ในปัญหานั้น คำถามว่า "อดีตเป็นขันธ์" เป็นต้น เป็นของปรวาทีผู้ปรารถนาซึ่งความมีอยู่แห่งขันธ์ทั้งหลายอันเป็นอดีตและอนาคตเพราะความไม่เว้นจากความเป็นขันธ์ เป็นต้น. คำรับรองว่า ใช่ เป็นของสกวาที เพราะความเป็นขันธ์เป็นอดีตก็สงเคราะห์เป็นขันธ์. คำถามของปรวาทีอีกว่า "อดีต (ขันธ์) มีอยู่หรือ?". คำปฏิเสธเป็นของสกวาที เพราะความที่อดีตขันธ์ ท่านปฏิเสธคำว่ามีอยู่ ด้วยพระสูตรอันเป็นครรลองแห่งภาษา.
ในคำถามว่าด้วย อายตนะและธาตุ ก็ดี ในปัญหาว่าด้วยอนาคตก็ดี ในปัญหาแห่งอนาคต โดยอนุโลมและปฏิโลมอันเทียบเคียงกับปัจจุบันก็ดี ในปัญหาว่าด้วยคำเป็นต้นว่า รูปอดีตเป็นขันธ์ก็ดี บัณฑิตพึงทราบเนื้อความโดยอุบายนี้แล.
อนึ่ง ในการชำระพระสูตร คำถามว่า "ไม่พึงกล่าวว่า" เป็นของสกวาที.
บรรดาคำเหล่านั้น คำว่า "ขันธ์เป็นต้นเหล่านี้ ไม่มีอยู่เลยหรือ?" อธิบายว่า ธรรมทั้งหลายเหล่านั้น ไม่มีหรือ? เมื่อความเป็นขันธ์เป็นต้นมีอยู่ ปรวาทีผู้ไม่ปรารถนาความไม่มีแห่งอดีตและอนาคตเหล่านั้น จึงตอบรับรองว่า ใช่.
ลำดับนั้น สกวาทีจึงนำพระสูตรมา เพื่อชำระความที่ขันธ์อันเป็นอดีตและอนาคตเหล่านั้นเป็นสภาพที่ไม่มีอยู่.
แม้คำถามที่ ๒ ก็เป็นของปรวาที. คำรับรองเป็นของสกวาที.
การนำพระสูตรมาเป็นของปรวาที. ก็การนำพระสูตรมานั้น ย่อมสำเร็จซึ่งความที่อดีตและอนาคตธรรมเหล่านั้นเป็นขันธ์เป็นต้น แต่ไม่สำเร็จซึ่งความที่ธรรมเหล่านั้นว่ามีอยู่ ดังนี้ เพราะฉะนั้นแม้ปรวาทีนำพระสูตรมาแล้ว ก็ไม่เป็นเช่นกับที่นำมานั่นแหละ ดังนี้แล.
อรรถกถาอตีตังขันธาติอาทิกถา จบ. -----------------------------------------------------