ปรินิพพานกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปรินิพฺพานกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ วรรค ๒๒ ปรินิพพานกถา
อตฺถิ กิญฺจิ สญฺโญชนํ อปฺปหาย ปรินิพฺพานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ กิญฺจิ สกฺกายทิฏฺฐึ อปฺปหาย ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ อปฺปหาย ปรินิพฺพานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สกวาที การที่พระอรหันต์ยังไม่ละสัญโญชน์บางอย่าง แล้วปรินิพพาน มีอยู่หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. การที่พระอรหันต์ยังไม่ละสักกายทิฏฐ ฯลฯ ยังไม่ละอโนตตัปปะบางอย่างแล้วปรินิพพาน มีอยู่หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อตฺถิ กิญฺจิ สญฺโญชนํ อปฺปหาย ปรินิพฺพานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา สราโค ฯเปฯ สกิเลโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อรหา นีราโค ฯเปฯ นิกฺกิเลโสติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา นีราโค ฯเปฯ นิกฺกิเลโส โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ กิญฺจิ สญฺโญชนํ อปฺปหาย ปรินิพฺพานนฺติ ฯ
ส. การที่พระอรหันต์ยังไม่ละสัญโญชน์บางอย่างแล้ว ปรินิพพาน มีอยู่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ยังมีราคะ ฯลฯ ยังมีกิเลสอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระอรหันต์หมดราคะแล้ว ฯลฯ หมดกิเลสแล้ว มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระอรหันต์หมดราคะแล้ว ฯลฯ หมดกิเลสแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า การที่พระอรหันต์ยังไม่ละสัญโญชน์บางอย่างแล้วปรินิพพานมีอยู่
น วตฺตพฺพํ อตฺถิ กิญฺจิ สญฺโญชนํ อปฺปหาย ปรินิพฺพานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา สพฺพํ พุทฺธวิสยํ ชานาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ อตฺถิ กิญฺจิ สญฺโญชนํ อปฺปหาย ปรินิพฺพานนฺติ ฯ ปรินิพฺพานกถา ฯ --------
ป. ไม่พึงกล่าวว่า การที่พระอรหันต์ยังไม่ละสัญโญชน์บางอย่างแล้วปรินิพพานมีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระอรหันต์รู้พุทธวิสัยทั้งปวง หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ถ้าอย่างนั้น การที่พระอรหันต์ยังไม่ละสัญโญชน์บางอย่างแล้วปรินิพพานก็มีอยู่ น่ะสิ ปรินิพพานกถา จบ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒๒. พาวีสติมวรรค] ๑. ปรินิพพานกถา (๒๐๘) ๒๒. พาวีสติมวรรค ๑. ปรินิพพานกถา (๒๐๘) ว่าด้วยปรินิพพาน
สก. พระอรหันต์ละสังโยชน์บางอย่างยังไม่ได้แล้วปรินิพพานมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระอรหันต์ละสักกายทิฏฐิ ฯลฯ อโนตตัปปะบางอย่างยังไม่ได้แล้วปรินิพพานมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. พระอรหันต์ละสังโยชน์บางอย่างยังไม่ได้แล้วปรินิพพานมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. พระอรหันต์ยังมีราคะ ฯลฯ ยังมีกิเลสอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. พระอรหันต์ไม่มีราคะ ฯลฯ ไม่มีกิเลสมิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากพระอรหันต์ไม่มีราคะ ฯลฯ ไม่มีกิเลส ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า“พระอรหันต์ละสังโยชน์บางอย่างยังไม่ได้แล้วปรินิพพานมีอยู่”
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “พระอรหันต์ละสังโยชน์บางอย่างยังไม่ได้แล้ว ปรินิพพานมีอยู่” ใช่ไหม สก. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๙๒/๓๑๙) @ เพราะมีความเห็นว่า มีพระอรหันต์ที่ปรินิพพานทั้งที่ยังละอวิชชาและวิจิกิจฉาไม่ได้ ซึ่งต่างกับความเห็น@ของสกวาทีที่เห็นว่า ผู้บรรลุเป็นพระอรหันต์ต้องละสังโยชน์ได้ทั้งหมด (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๙๒/๓๑๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๙๒๓}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒๒. พาวีสติมวรรค] ๒. กุสลจิตตกถา (๒๐๙) ปร. พระอรหันต์รู้พุทธวิสัยได้ทั้งหมดใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ดังนั้น พระอรหันต์ละสังโยชน์บางอย่างยังไม่ได้แล้วปรินิพพานจึงมีอยู่ปรินิพพานกถา จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปรินิพพานกถา ว่าด้วยปรินิพพาน
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องปรินิพพาน.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอันธกะทั้งหลายว่า พระอรหันต์มีสัญโญชน์ที่ยังไม่ละในวิสัยของพระสัพพญญูพุทธะย่อมปรินิพพาน ฉะนั้น การปรินิพพานโดยไม่ละซึ่งสัญโญชน์อย่างใดอย่างหนึ่งจึงมีอยู่ ดังนี้.
คำถามของสกวาทีมุ่งถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
คำที่เหลือในที่นี้ มีนัยดังที่กล่าวแล้วในหนหลังนั่นแล.
อรรถกถาปรินิพพานกถา จบ. -----------------------------------------------------