นิโรธสมาปัตติกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
นิโรธสมาปตฺติกถา
๑๑๐๐นิโรธสมาปตฺติ อสงฺขตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นิพฺพานํ ตาณํ เลณํ สรณํ ปรายนํ อจฺจุตํ อมตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นิโรธสมาปตฺติ อสงฺขตา นิพฺพานํ อสงฺขตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ เทฺว อสงฺขตานีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เทฺว อสงฺขตานีติ ฯ อามนฺตา ฯ เทฺว ตาณานิ ฯเปฯ อนฺตริกา วาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นิโรธสมาปตฺติ อสงฺขตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ เกจิ นิโรธํ สมาปชฺชนฺติ ปฏิลภนฺติ อุปฺปาเทนฺติ สมุปฺปาเทนฺติ อุฏฺฐาเปนฺติ สมุฏฺฐาเปนฺติ นิพฺพตฺเตนฺติ อภินิพฺพตฺเตนฺติ ชเนนฺติ สญฺชเนนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ เกจิ อสงฺขตํ สมาปชฺชนฺติ ปฏิลภนฺติ อุปฺปาเทนฺติ สมุปฺปาเทนฺติ อุฏฺฐาเปนฺติ สมุฏฺฐาเปนฺติ นิพฺพตฺเตนฺติ อภินิพฺพตฺเตนฺติ ชเนนฺติ สญฺชเนนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นิโรโธ โวทานํ วุฏฺฐานํ ปญฺญายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อสงฺขตา โวทานํ วุฏฺฐานํ ปญฺญายตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นิโรธํ สมาปชฺชนฺตสฺส ปฐมํ นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโร ตโต กายสงฺขาโร ตโต จิตฺตสงฺขาโรติ ฯ อามนฺตา ฯ อสงฺขตํ สมาปชฺชนฺตสฺส ปฐมํ นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโร ตโต กายสงฺขาโร ตโต จิตฺตสงฺขาโรติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นิโรธา วุฏฺฐหนฺตสฺส ปฐมํ อุปฺปชฺชติ จิตฺตสงฺขาโร ตโต กายสงฺขาโร ตโต วจีสงฺขาโรติ ฯ อามนฺตา ฯ อสงฺขตา วุฏฺฐหนฺตสฺส ปฐมํ อุปฺปชฺชติ จิตฺตสงฺขาโร ตโต กายสงฺขาโร ตโต วจีสงฺขาโรติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๑๐๑นิโรธา วุฏฺฐิตํ ตโย ผสฺสา ผุสนฺติ สุญฺญโต ผสฺโส อนิมิตฺโต ผสฺโส อปฺปณิหิโต ผสฺโสติ ฯ อามนฺตา ฯ อสงฺขตา วุฏฺฐิตํ ตโย ผสฺสา ผุสนฺติ สุญฺญโต ผสฺโส อนิมิตฺโต ผสฺโส อปฺปณิหิโต ผสฺโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๑๐๒นิโรธา วุฏฺฐิตสฺส วิเวกนินฺนํ จิตฺตํ โหติ วิเวกโปณํ วิเวกปพฺภารนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อสงฺขตา วุฏฺฐิตสฺส วิเวกนินฺนํ จิตฺตํ โหติ วิเวกโปณํ วิเวกปพฺภารนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๑๐๓น วตฺตพฺพํ นิโรธสมาปตฺติ อสงฺขตาติ ฯ อามนฺตา ฯ สงฺขตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ นิโรธสมาปตฺติ อสงฺขตาติ ฯ นิโรธสมาปตฺติกถา ฯ ----------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. นิโรธสมาปัตติกถา (๕๗) ว่าด้วยนิโรธสมาบัติ
สก. นิโรธสมาบัติเป็นสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง(เป็นอสังขตะ)ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. นิโรธสมาบัติเป็นนิพพาน เป็นที่ต้านทาน เป็นที่เร้น เป็นที่พึ่ง เป็นที่หมายเป็นที่มั่น เป็นอมตะใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. นิโรธสมาบัติเป็นสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง นิพพานก็เป็นสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งมี ๒ อย่างใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะและนิกายอุตตราปถกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๕๗/๒๑๙)@ เพราะมีความเห็นว่า เนื่องจากนิโรธสมาบัติเป็นสภาวะที่ดับแล้ว จึงเป็นอสังขตะ ซึ่งต่างกับความเห็นของ@สกวาทีที่เห็นว่า นิโรธสมาบัติเป็นทั้งสังขตะ และอสังขตะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๕๗/๒๑๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๘๘}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๖. ฉัฏฐวรรค] ๕. นิโรธสมาปัตติกถา (๕๗) สก. สภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งมี ๒ อย่างใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ที่ต้านทานมี ๒ อย่าง ฯลฯ ช่องว่างแห่งนิพพานมี ๒ อย่างใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. นิโรธสมาบัติเป็นสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลบางพวกเข้านิโรธสมาบัติ ได้นิโรธสมาบัติ ให้นิโรธสมาบัติ อุบัติขึ้น ให้อุบัติขึ้นด้วยดี ให้ตั้งขึ้น ให้ตั้งขึ้นด้วยดี ให้บังเกิด ให้บังเกิดโดยยิ่งให้เกิด ให้เกิดด้วยดี มีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลบางพวกเข้าสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง ได้สภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง ให้สภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งอุบัติขึ้น ให้อุบัติขึ้นด้วยดีให้ตั้งขึ้น ให้ตั้งขึ้นด้วยดี ให้บังเกิด ให้บังเกิดโดยยิ่ง ให้เกิด ให้เกิดด้วยดี มีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. ความผ่องแผ้ว ความออกจากนิโรธสมาบัติ ปรากฏได้ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ความผ่องแผ้ว ความออกจากสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง ปรากฏได้ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. วจีสังขารของผู้เข้านิโรธสมาบัติอยู่ดับไปก่อน ต่อจากนั้น กายสังขารจึงดับต่อจากนั้น จิตสังขารจึงดับใช่ไหม ปร. ใช่ สก. วจีสังขารของผู้เข้าสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งอยู่ดับไปก่อน ต่อจากนั้นกายสังขารจึงดับ ต่อจากนั้น จิตตสังขารจึงดับใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๘๙}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๖. ฉัฏฐวรรค] ๕. นิโรธสมาปัตติกถา (๕๗) สก. จิตตสังขารของผู้ออกจากนิโรธสมาบัติเกิดขึ้นก่อน ต่อจากนั้น กายสังขารจึงเกิด ต่อจากนั้น วจีสังขารจึงเกิดใช่ไหม ปร. ใช่ สก. จิตตสังขารของผู้ออกจากสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งเกิดขึ้นก่อนต่อจากนั้น กายสังขารจึงเกิด ต่อจากนั้น วจีสังขารจึงเกิดใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ผัสสะทั้ง ๓ คือ (๑) สุญญตผัสสะ (๒) อนิมิตตผัสสะ (๓) อัปปณิหิตผัสสะย่อมถูกต้องผู้ออกจากนิโรธแล้วใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ผัสสะทั้ง ๓ คือ (๑) สุญญตผัสสะ (๒) อนิมิตตผัสสะ (๓) อัปปณิหิตผัสสะย่อมถูกต้องผู้ออกจากสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งแล้วใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. จิตของผู้ออกจากนิโรธสมาบัติแล้วย่อมน้อมไปสู่วิเวก โน้มไปสู่วิเวกโอนไปสู่วิเวกใช่ไหม ปร. ใช่ สก. จิตของผู้ออกจากสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งแล้วย่อมน้อมไปสู่วิเวกโน้มไปสู่วิเวก โอนไปสู่ วิเวกใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “นิโรธสมาบัติเป็นสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัย ปรุงแต่ง” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. นิโรธสมาบัติเป็นสภาวธรรมที่ถูกปัจจัยปรุงแต่งใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. ดังนั้น นิโรธสมาบัติจึงเป็นสภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง นิโรธสมาปัตติกถา จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๙๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถานิโรธสมาปัตติกถา ว่าด้วยนิโรธสมาบัติ
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องนิโรธสมาบัติ.
ในเรื่องนั้น ความไม่เป็นไปแห่งนามขันธ์ ๔ ชื่อว่านิโรธสมาบัติ.
ก็นิโรธสมาบัตินั้นอันบุคคลเมื่อจะทำชื่อว่าย่อมทำได้ คือ เมื่อเข้านิโรธสมาบัติ เขาย่อมเข้าได้ เหตุใด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงเรียกนามขันธ์ ๔ นั้นว่า เป็นสมาบัติที่ดับไปแล้ว. แต่ใครๆ ไม่พึงกล่าวว่าเป็นสังขตธรรมหรือเป็นอสังขตธรรม เพราะไม่มีลักษณะแห่งสังขตธรรมและอสังขตธรรม.
ในปัญหานั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายอันธกะและอุตตราปถกะทั้งหลายว่า นิโรธสมาบัติไม่เป็นสังขตะ เพราะเป็นอสังขตะ ดังนี้ คำถามของสกวาทีว่า นิโรธสมาบัติเป็นต้น โดยหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
คำเป็นต้นว่า ยังนิโรธให้เกิดขึ้น สกวาทีกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งการได้เฉพาะซึ่งการเข้าสมาบัติเท่านั้น. อธิบายว่า เหมือนอย่างว่าชนทั้งหลายย่อมยังสังขตธรรมทั้งหลายมีรูปเป็นต้นให้เกิดขึ้นได้โดยวิธีใด แต่ใครๆ ชื่อว่ายังอสังขตะให้เกิดขึ้นได้โดยวิธีนั้นหาได้ไม่.
คำว่า ความผ่องแผ้ว ความออกจากนิโรธ บัณฑิตพึงทราบว่าเป็นผลสมาบัติ. แต่ความผ่องแผ้ว ความออกจากอสังขตะนั้นไม่ปรากฏเลย เพราะฉะนั้น ปรวาทีจึงตอบปฏิเสธ.
คำว่า ถ้าอย่างนั้น ความว่า ลัทธิว่า นิโรธสมาบัติ เมื่อไม่เป็นสังขตะก็ต้องเป็นอสังขตะ ดังนี้ แต่คำนี้ไม่เป็นเหตุในความเป็นอสังขตะ เพราะฉะนั้น แม้ปรวาทีกล่าวแล้ว คำนั้นก็หาเป็นเช่นกับคำที่กล่าวนั้นไม่ดังนี้แล.
อรรถกถานิโรธสมาปัตติกถา จบ. -----------------------------------------------------