อิทธิกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อิทฺธิกถา
๑๘๔๑อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วาติ ฯ อามนฺตา ฯ นิจฺจปณฺณา รุกฺขา โหนฺตูติ อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นิจฺจปุปฺผา รุกฺขา โหนฺตุ ฯเปฯ นิจฺจผลิกา รุกฺขา โหนฺตุ นิจฺจํ ชุณฺหํ โหตุ นิจฺจํ เขมํ โหตุ นิจฺจํ สุภิกฺขํ โหตุ นิจฺจํ สุวุฏฺฐิกํ โหตูติ อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วาติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปฺปนฺโน ผสฺโส มา นิรุชฺฌีติ อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อุปฺปนฺนา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ เจตนา ฯเปฯ จิตฺตํ สทฺธา วิริยํ สติ สมาธิ ฯเปฯ ปญฺญา มา นิรุชฺฌีติ อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๘๔๒อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วาติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปํ นิจฺจํ โหตูติ อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ เวทนา สญฺญา สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณํ นิจฺจํ โหตูติ อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๘๔๓อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วาติ ฯ อามนฺตา ฯ ชาติธมฺมา สตฺตา มา ชายึสูติ อตฺถิ ฯเปฯ ชราธมฺมา สตฺตา มา ชิรึสูติ ฯเปฯ พฺยาธิธมฺมา สตฺตา มา พฺยาธิยึสูติ ฯเปฯ มรณธมฺมา สตฺตา มา มิยฺยึสูติ อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
๑๘๔๔น วตฺตพฺพํ อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อายสฺมา ปิลินฺทวจฺโฉ รญฺโญ มาคธสฺส เสนิยสฺส พิมฺพิสารสฺส ปาสาทํ สุวณฺณนฺเตฺว อธิมุจฺจิ สุวณฺโณ จ ปน อาสีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อายสฺมา ปิลินฺทวจฺโฉ รญฺโญ มาคธสฺส เสนิยสฺส พิมฺพิสารสฺส ปาสาทํ สุวณฺณนฺเตฺว อธิมุจฺจิ สุวณฺโณ จ ปน อาสิ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วาติ ฯ อิทฺธิกถา ฯ ------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒๑. เอกวีสติมวรรค] ๔. อิทธิกถา (๒๐๓) ๔. อิทธิกถา (๒๐๓) ว่าด้วยฤทธิ์
สก. ฤทธิ์ตามที่ประสงค์ของพระพุทธเจ้าหรือพระสาวกมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ฤทธิ์ตามที่ประสงค์ว่า “ขอต้นไม้จงมีใบเป็นนิจ” ของพระพุทธเจ้าหรือพระสาวกมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ฤทธิ์ตามที่ประสงค์ว่า “ขอต้นไม้จงผลิดอกเป็นนิจ ฯลฯ ออกผลเป็นนิจฯลฯ ขอสถานที่แห่งนี้จงสว่างเป็นนิจ ฯลฯ จงเกษมเป็นนิจ ฯลฯ จงมีภิกษา หาได้ง่ายเป็นนิจ ฯลฯ จงมีฝนดีเป็นนิจ” ของพระพุทธเจ้าหรือพระสาวกมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ฤทธิ์ตามที่ประสงค์ของพระพุทธเจ้าหรือพระสาวกมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ฤทธิ์ตามที่ประสงค์ว่า “ผัสสะที่เกิดขึ้นแล้วอย่าดับไป” ของพระพุทธเจ้าหรือพระสาวกมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๘๓/๓๑๕-๓๑๖) @ เพราะมีความเห็นว่า พระพุทธเจ้าและพระสาวกสามารถทำอะไรได้ทุกอย่างด้วยอำนาจฤทธิ์ ซึ่งต่างกับ@ความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า พระพุทธเจ้าและพระสาวกไม่สามารถเปลี่ยนธรรมนิยามคือไตรลักษณ์ได้ เช่น@เปลี่ยนสิ่งที่ไม่เที่ยงให้เป็นสิ่งที่เที่ยงได้ด้วยอำนาจฤทธิ์ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๘๓/๓๑๕-๓๑๖)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๙๑๔}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒๑. เอกวีสติมวรรค] ๔. อิทธิกถา (๒๐๓) สก. ฤทธิ์ตามที่ประสงค์ว่า “เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ จิต ฯลฯ สัทธา ฯลฯ วิริยะ ฯลฯ สติ ฯลฯ สมาธิ ฯลฯ ปัญญาที่เกิดขึ้นแล้ว อย่าดับไป” ของพระพุทธเจ้าหรือพระสาวกมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ฤทธิ์ตามที่ประสงค์ของพระพุทธเจ้าหรือพระสาวกมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ฤทธิ์ตามที่ประสงค์ว่า “รูปจงเป็นของเที่ยง ฯลฯ เวทนา ฯลฯ สัญญาฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณจงเป็นของเที่ยง” ของพระพุทธเจ้าหรือพระสาวกมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ฤทธิ์ตามที่ประสงค์ของพระพุทธเจ้าหรือของพระสาวกมีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ฤทธิ์ตามที่ประสงค์ว่า “สัตว์ทั้งหลายผู้มีความเกิดเป็นธรรมดาอย่าได้ เกิดเลย ฯลฯ สัตว์ทั้งหลายผู้มีความแก่เป็นธรรมดาอย่าได้แก่เลย ฯลฯ สัตว์ทั้งหลายผู้มีความเจ็บเป็นธรรมดาอย่าได้เจ็บเลย ฯลฯ สัตว์ทั้งหลายผู้มีความตายเป็นธรรมดาอย่าได้ตายเลย” ของพระพุทธเจ้าหรือพระสาวกมีอยู่ใช่ไหม ปร. ไม่ควรยอมรับอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “ฤทธิ์ตามที่ประสงค์ของพระพุทธเจ้าหรือพระ สาวกมีอยู่” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. ท่านพระปิลินทวัจฉะได้อธิษฐานปราสาทของพระเจ้าแผ่นดินมคธ ผู้เป็นจอมทัพ พระนามว่าพิมพิสารว่า “จงเป็นทอง” และปราสาทก็ได้กลายเป็นทองไปจริงมิใช่หรือ สก. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๙๑๕}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๒๑. เอกวีสติมวรรค] ๕. พุทธกถา (๒๐๔) ปร. หากท่านพระปิลินทวัจฉะได้อธิษฐานปราสาทของพระเจ้าแผ่นดินมคธผู้เป็นจอมทัพ พระนามว่าพิมพิสารว่า “จงเป็นทอง” และปราสาทนั้นก็ได้กลายเป็นทองไปจริงๆ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “ฤทธิ์ที่เป็นเหตุให้สำเร็จได้ตามความประสงค์ของพระพุทธเจ้าหรือพระสาวกมีอยู่” อิทธิกถา จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอิทธิกถา ว่าด้วยฤทธิ์
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องฤทธิ์.
ในเรื่องนั้น ชื่อว่าฤทธิ์นี้ย่อมให้สำเร็จในบางอย่าง ย่อมไม่ให้สำเร็จในบางอย่าง.
การสันนิษฐานในลัทธิของสกวาทีว่า ฤทธิ์ย่อมไม่สำเร็จในการทำซึ่งธรรมทั้งหลายที่ไม่เที่ยงเป็นต้นให้เป็นของเที่ยงเป็นต้นอย่างเดียวเท่านั้นก็แต่ว่าฤทธิ์นั้นบุคคลย่อมทำเพื่อประโยชน์แก่ชนเหล่าใด โดยเปลี่ยนแปลงความสืบต่อคืออายุที่เสมอกัน ทำให้ไม่เสมอกันหรือทำให้ความเป็นไปได้นานกว่ากัน ด้วยสามารถแห่งความสืบต่ออายุที่มีส่วนเสมอกันได้ และย่อมให้สำเร็จได้บางอย่างเพราะอาศัยเหตุทั้งหลายมีบุญเป็นต้นของบุคคลเหล่านั้น ดุจการทำน้ำที่ควรดื่มให้เป็นเนยใสเป็นน้ำนมเป็นต้นเพื่อประโยชน์แก่ภิกษุทั้งหลายและดุจในการสืบต่อตั้งอยู่สิ้นกาลนานของประทีปเป็นต้น ณ ที่เป็นที่ฝังไว้ซึ่งมหาธาตุด้วย ดังนี้.
ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายอันธกะทั้งหลายว่า ฤทธิ์ให้ความสำเร็จตามความประสงค์ หมายความว่าสำเร็จทุกอย่าง เพราะอาศัยพระสูตรที่กล่าวไว้ว่า ท่านพระปิลินทวัจฉะได้อธิษฐานปราสาทของพระเจ้าแผ่นดินมคธ...จงเป็นปราสาททอง ดังนี้.
คำถามของสกวาทีว่า ฤทธิ์เป็นเหตุสำเร็จความประสงค์...มีอยู่หรือ หมายถึงชนเหล่านั้น.
ในคำเหล่านั้น คำว่า ฤทธิ์เป็นเหตุสำเร็จความประสงค์ ได้แก่ ฤทธิ์ที่ทำให้สมความปรารถนา หมายความว่าให้สำเร็จตามที่ต้องการ.
คำว่า อามันตา เป็นคำปฏิญญาของปรวาทีเพื่อตั้งลัทธิไว้.
ลำดับนั้น สกวาทีจึงกล่าวคำว่า ต้นไม้จงมีใบเป็นนิตย์ ดังนี้ เพื่อประกอบความที่ธรรมทั้งหลายมีความไม่เที่ยงเป็นต้นว่าเป็นของเที่ยงเป็นต้น.
คำที่เหลือในที่นี้มีอรรถตื้นทั้งนั้นแล.
แม้ในการให้ลัทธิตั้งไว้ด้วยพระสูตรว่า ปราสาทนั้นก็ได้เป็นทองแล้ว ดังนี้. อธิบายว่า ปราสาทนั้นได้เป็นทองด้วยอุปนิสัยแห่งบุญของพระราชา มิใช่ด้วยความปรารถนาของพระเถระอย่างเดียวเท่านั้นเพราะฉะนั้น พระสูตรนี้จึงมิใช่ข้อนำมาพิสูจน์ว่า ฤทธิ์ให้ความสำเร็จได้ทั้งหมด ดังนี้แล.
อรรถกถาอิทธิกถา จบ. -----------------------------------------------------